#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/557331

ซีพีเอฟ ส่งเสริมชุมชนพึ่งพาตนเอง หนุนเกษตรกรปลูกผักปลอดภัย
วันอาทิตย์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือเทศ ต้นหอม พริก ฟักทอง ผักสลัด ฯลฯ ถูกแบ่งพื้นที่เป็นแปลงปลูกไว้เป็นสัดส่วน ในแปลงเกษตร 30 ไร่ พื้นที่หมู่ 4 ต.นาเสียวอ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ พืชผักสวนครัวเหล่านี้ได้รับการดูแลโดยเกษตรกรกลุ่มปลูกผักปลอดภัยบ้านซับรวงไทร ซึ่งมีสมาชิก 44 คน อาชีพหลักของเกษตรกรที่นี่ คือ ทำนา ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง ซึ่งราคาผลผลิตไม่แน่นอน ทำให้หลังฤดูเก็บเกี่ยว เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน ความเป็นอยู่ของเกษตรกรดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลผลิตผักปลอดภัย เป็นผลจากประสิทธิภาพการผลิตและปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้ามาสานเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับชุมชน และช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในการเพาะปลูก ตั้งแต่ปี 2561 ด้วยการทำหอกระจายน้ำเพื่อการเกษตร หอพักน้ำเพื่อแปลงเกษตร และระบบจ่ายน้ำ ขณะเดียวกัน เกษตรกรในพื้นที่ซึ่งรวมตัวกันด้วยความเข้มแข็ง ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทร “ชูชีพ ชัยภูมิ” กล่าวว่า ชุมชนมีรายได้เสริมจากการปลูกผักปลอดภัยอย่างน้อยครอบครัวละ 15,000 บาทต่อเดือน สามารถขายผลผลิตผักสดได้ทุกวัน โดยมีซีพีเอฟเข้ามาดูแลระบบการจัดการน้ำ ทำให้ประสิทธิภาพของผลผลิตดีขึ้น ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และซีพีเอฟยังช่วยสร้างตลาดชุมชน ดูแลวางแผนการตลาดช่องทางการจำหน่าย ทำให้ชุมชนของเราก้าวไกลและก้าวหน้ายิ่งขึ้น
.jpg)
นอกจากนี้ ซีพีเอฟหาแนวทางช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยที่ใช้ในแปลงเกษตรของเกษตรกร ทำโครงการ “ปุ๋ยเปลือกไข่สู่ชุมชนและเกษตรกร” โดยสนับสนุนมูลไก่ เปลือกไข่ และน้ำหมักเพื่อทำปุ๋ย และจากการวิเคราะห์ทางเคมี พบว่าปุ๋ยที่เกิดจากการผสมด้วยมูลไก่และเปลือกไข่มีธาตุไนโตรเจนและฟอสฟอรัสสูงซึ่งเป็นธาตุอาหารพืชที่มีผลต่อการเติบโต และยังทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นประมาณ 20%
“ชุมชนบ้านซับรวงไทร ขอขอบคุณทางซีพีเอฟ ที่เห็นประโยชน์และความสำคัญของการที่คนในชุมชนรวมตัวกันเป็นกลุ่มปลูกผักบ้านซับรวงไทร พร้อมกับเข้ามาสนับสนุนในทุกๆ ด้านอย่างเต็มกำลัง อาทิ สนับสนุนอุปกรณ์เก็บน้ำ หาแนวทางเพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยของเกษตรกร ดูแลวางแผนการตลาด ช่องทางการจำหน่าย ทำให้ชุมชนของเราก้าวไกลและก้าวหน้ายิ่งขึ้น ผู้สูงอายุที่ไม่มีกำลังทำไร่ทำนา สามารถปลูกผักปลอดภัยไว้บริโภคเองและนำผลผลิตมาจำหน่ายสร้างรายได้” ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง กล่าว
เมืองพร ชนะพาล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.นาเสียว อายุ 48 ปี มีอาชีพทำการเกษตรทำนาข้าว สวนอ้อยและไร่มันสำปะหลัง กล่าวว่าตนเป็นรุ่นบุกเบิกที่มีการรวมตัวของคนในชุมชนเพื่อปลูกผักปลอดภัย จากนั้นทางซีพีเอฟเข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับพักน้ำไว้ใช้เพาะปลูก และยังสนับสนุนมูลไก่ เปลือกไข่ และน้ำหมักเพื่อนำมาทำเป็นปุ๋ยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์แทนการใช้ปุ๋ยเคมีลดค่าใช้จ่ายของครัวเรือนลงได้อย่างมากส่วนผลผลิตผักที่ได้ ทางซีพีเอฟเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการตลาด การจำหน่ายแนะนำลูกค้าให้ ขอบคุณซีพีเอฟที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง คนในชุมชนเองก็มีโอกาสได้ทำงานกับซีพีเอฟ ไม่ต้องเดินทางไปทำงานต่างพื้นที่ไกลๆผู้สูงอายุ ผู้พิการ ซึ่งไม่สามารถทำงานหนักได้ สามารถทำหน้าที่ดูแลแปลงผักและมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิต โครงการ“สร้าง สาน สุข วิถีชุมชน” ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านซับรวงไทรจังหวัดชัยภูมิ ได้รับคัดเลือกให้ได้รับรางวัลโครงการ 3 ประโยชน์สู่ความยั่งยืน (CPF CSR AWARD 2020) และรางวัลโครงการซีพีเพื่อความยั่งยืน ประจำปี 2563 สามารถเป็นต้นแบบและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหารระดับชุมชนและพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ( Sustainable Development Goals : SDGs) ในประเด็นขจัดความยากจนการมีสุขภาพที่ดี และมีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน




