‘อัมพร’ ชี้ 56 ราย ก.ค.ศ.มีคำสั่งไล่ออกราชการแล้ว คดีสนามฟุตซอลที่โคราช #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/558243

'อัมพร'ชี้ 56 ราย ก.ค.ศ.มีคำสั่งไล่ออกราชการแล้ว คดีสนามฟุตซอลที่โคราช

‘อัมพร’ชี้ 56 ราย ก.ค.ศ.มีคำสั่งไล่ออกราชการแล้ว คดีสนามฟุตซอลที่โคราช

วันพุธ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.56 น.

วันที่ 10 มีนาคม 2564 จากกรณีที่มีกลุ่มผู้แทนชมรมพิทักษ์ระบบคุณธรรมและสิทธิครูจังหวัดนครราชสีมา พร้อมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.) จังหวัดนครราชสีมา  ได้เข้าร้องต่อ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อวันที่ 9 มี.ค. ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการเกี่ยวกับกรณีสนามฟุตซอล ที่ถูกไล่ออกจากราชการ จำนวน 7 ราย และแนวโน้มจะมีคำสั่งไล่ออกจากราชการอีก 56 ราย นั้น 

ล่าสุด นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ สพฐ.) กล่าวว่า  ผู้ที่ถูกไล่ออกจากราชการ จำนวน 7 รายนั้น เนื่องจากทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้มีมติให้ไล่ออกจากราชการไปแล้ว และเมื่อ ก.ค.ศ.มีมติให้ไล่ออก สพฐ.ก็ต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการ  ซึ่งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจาก สพป.เขต 2 นครราชสีมา และต่อมาทั้ง 7 ราย ก็ได้ยื่นอุทธรไปแล้ว   ส่วนที่กำลังพิจารณาชุดใหม่มีจำนวน 56 ราย  ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ยังไม่ได้ออกคำสั่งไล่ออกจากราชการ  แต่ ทั้ง 56 รายนี้ ก.ค.ศ.มีมติไล่ออกจากราชการไปแล้วเช่นกัน  อย่างไรก็ตาม ก.ค.ศ. และ สพฐ.ไม่สามารถพิจารณาใหม่ได้ เนื่องจากเป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ป.ป.ช.  ถ้าจะให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งอะไรต้องขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.  ถ้าป.ป.ช.มีมติอย่างไรก็ไปตามนั้น  ซึ่ง สพฐ.ก็ได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช.แล้วว่า หาก ป.ป.ช.มีหลักฐานใหม่ก็ให้ดำเนินการไปตามหลักฐานที่มี

“ทุกคนก็ใช้กฏหมายเดียวกัน การจัดซื้อจัดจ้างก็มีระเบียบ การข้องบฯ ก็มีระเบียบการของบประมาณ มีระเบียบการจัดสรรงบประมาณ ส่วนฝ่ายดำเนินการก็บอกว่าดำเนินการโดยชอบ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น และ ป.ป.ช.เข้าไปตรวจสอบพบว่ามิชอบด้วยกฏหมาย ดังนั้น จึงอยู่ที่ดุลพินิจของผู้พิจารณา ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นหลักฐาน จึงไม่สามารถลงความเห็นได้  ก็อยู่ที่องคณะนั้นๆจะพิจารณา และ สพฐ.อยู่ในภาคปฏิบัติ ไม่ได้อยู่ในภาคพิจารณา สพฐ.มีหน้าที่ทำตามผลของกฏหมาย ก็ต้องว่าไปตามที่กฏหมายกำหนดให้  ถ้าจะให้ชลอ หรือเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ต้องอยู่ที่ ป.ป.ช.  ซึ่งทุกครั้งที่สพฐ.จัดสรรงบประมาณไปให้ฝ่ายปฏิบัติ  สพฐ.สั่งการอยู่แล้วว่า ให้ปฏิบัติตามระเบียบและกฏหมายที่เกี่ยวข้อง” เลขาธิการ กพฐ. กล่าว 

Leave a comment