#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/558396

‘องค์กรด้านเด็กและสตรี’บุก’ศธ.’ ทวงความคืบหน้าแก้ปัญหาครูหื่น
วันพฤหัสบดี ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.13 น.
องค์กรด้านเด็กและสตรี บุกศธ. ทวงความคืบหน้า แก้ปัญหาครูหื่น หลังเกิดเหตุฉาวซ้ำซาก หวังสเปค รมว.ศธ.คนใหม่ แก้ปัญหานี้จริงจัง ด้าน “คุณหญิงกัลยา” ยันให้ความสำคัญแห้ไขปัญหา
11 มี.ค.64 เมื่อเวลา10.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นางสาวอังคณา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วย นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง นายชูวิทย์ จันทรส เลขาธิการมูลนิธิ เด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา กว่า 40 คน เดินทางมายื่นจดหมายต่อ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการ รมว.ศธ. เพื่อทวงถามความคืบหน้าการลงโทษครู ที่ก่อเหตุข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน ที่ล่าสุดเกิดเหตุครูชำเรานักเรียนหญิงในห้องน้ำของโรงเรียนมัธยมชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ประณาม-ให้ลงโทษสถานหนักกับครูที่หาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก และให้กำลังใจครูส่วนใหญ่ที่ยังคงมีจรรยาบรรณ โดยมี นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ นายนิพนธ์ ก้องเวหา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รับข้อเสนอ 8 ข้อแทน
โดยนางสาวอังคณา กล่าวว่า กรณีครูล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดนักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรีมย์ ที่ถูกครูสอนคณิตศาสตร์ข่มขืนในห้องน้ำโรงเรียน ซ้ำยังถ่ายคลิปข่มขู่ไม่ให้บอกใคร และคลิปได้ถูกเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดีย สร้างความเสียหายอย่างมาก จนพ่อผู้เสียหาย เข้าแจ้งความ พร้อมหลักฐานคลิปวีดีโอและข้อความแชทสนทนา ที่ไม่เหมาะสมระหว่างครูประจำชั้นและลูกสาว เพื่อให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าครูคนนี้ ได้ลวนลาม นักเรียนหญิงอีกหลายคนในโรงเรียน ทั้งส่งข้อความเฟซบุ๊กเชิงชู้สาว คุกคามทางเพศ ลวนลามแตะเนื้อต้องตัว ที่แย่ที่สุดคือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา เคยเรียกครูคนนี้ ไปว่ากล่าวตักเตือน แต่ก็ยังไม่หยุด ส่วนอีกกรณีเกิดขึ้นช่วงวันไล่เลี่ยกันที่ตำบลสะแกซำ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ เช่นเดียวกัน คือ อดีตข้าราชการครู ซึ่งปัจจุบันทำอาชีพขับรถตู้รับส่งนักเรียน ได้อนาจารนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการถอดกางเกงโชว์ พยายามให้เด็กจับอวัยวะเพศ ลูบคลำร่างกายเด็ก จนทำให้เด็กหวาดกลัวและไม่อยากไปโรงเรียนอีก
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อน ความเสี่ยงของนักเรียน ต่อการถูกคุกคามทางเพศ จากบุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็นคุณครู ผู้มีบทบาทหน้าที่ปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน แต่กลับใช้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ บังคับ ล่อลวงเพื่อล่วงละเมิดทางเพศ ซ้ำร้ายหลายเหตุการณ์ ล้วนเกิดขึ้นในโรงเรียน สถานที่ที่ควรปลอดภัย และยังสะท้อนให้เห็นถึงกลไกและมาตรการของสถานศึกษาที่อ่อนแอ ขาดความจริงจัง มิหนำซ้ำยังพบว่าผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรบางท่าน ยังช่วยกันปกปิดให้ความช่วยเหลือครูผู้กระทำผิดอีกด้วย จากสถานการณ์ทีาน่าเป็นห่วงยอ่งในขณะนี้ มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว และเครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนและข้อเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้
1. ขอให้กำลังใจครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ที่ยังคงมุ่งมั่น ทำหน้าที่ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้นักเรียน ด้วยความรักและเมตตา เป็นแบบอย่างที่ดี และขอประณามบุคคลที่เข้ามาอาศัยวิชาชีพครู ทำร้ายลูกศิษย์ ด้วยอำนาจที่เหนือกว่า ทั้งการหาประโยชน์ทางเพศและประโยชน์อื่นจากนักเรียนในทุกรูปแบบ ตลอดจนการใช้อำนาจในการละเมิดสิทธิเด็ก
2. ขอทราบความคืบหน้า ผลการดำเนินการกับครูที่กระทำความผิด และมาตรการป้องกันและแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้กระทรวงศึกษาฯ แถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ
3.ควรปรับปรุงกลไกระดับกระทรวง ที่ตั้งขึ้นเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและแก้ไขปัญหา ยึดหลักความเป็นอิสระ ตรวจสอบได้ มีองค์กรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศเข้าร่วมทำงาน มิใช่การดำเนินการภายใต้คนของกระทรวงศึกษาฯ และต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ครู ผู้บริหารโรงเรียน นักเรียน และผู้ปกครองรับทราบและเข้าถึงกลไกดังกล่าวได้อย่างเต็มที่” นางสาวอังคณา กล่าว
ด้านนายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวถึงข้อเสนอในลำดับถัดมาว่า ข้อเสนอข้อที่ 4. ควรให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อการคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคระหว่างเพศ และมีแนวปฏิบัติเพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศและการละเมิดสิทธิเด็กทุกรูปแบบ
5.ในกรณีที่เกิดเหตุความเสียหายต่อเด็กนักเรียนที่เป็นการละเมิดกฎหมาย กระทรวงฯ ต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความดำเนินคดี ตลอดจนให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง และจัดการให้เด็กเข้าถึงการคุ้มครองความปลอดภัยและได้รับการเยียวยาทางจิตใจและสภาวะแวดล้อมทางสังคมโดยเร่งด่วน
6.ในกรณีที่สอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่าครูหรือบุคลาการทางการศึกษาอื่นมีการกระทำผิดฐานล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน ให้กระทรวงศึกษาฯ ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอนใบประกอบวิชาชีพครู เพื่อป้องกันมิให้บุคคลดังกล่าวเข้ามาใช้อำนาจหน้าที่ในการแสวงหาประโยชน์จากเด็กนักเรียนอีก
7.ถึงเวลาที่กระทรวงฯ ต้องพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ที่มีเนื้อหาเรื่องทักษะชีวิตว่าด้วยความเสมอภาคระหว่างเพศ การเคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกาย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง
8. ขอให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองช่วยกันเฝ้าระวัง แจ้งเหตุไม่เพิกเฉยต่อการคุกคามทางเพศ การละเมิดสิทธิเด็ก ตลอดจนสถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อเด็ก อย่ายอมให้บุคคลหรือกลุ่มคนใดเข้ามาทำร้ายเด็กและให้แวดวงการศึกษาเสื่อมเสีย
นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เครือข่ายฯ เคยมายื่นข้อเสนอต่อ ศธ. ในสมัยรัฐมนตรีท่านก่อนหน้านี้ และในวันนี้จึงอยากสอบถามความคืบหน้า ว่าศธ.ทำอะไรไปแล้วบ้าง ใครบ้างที่ถูกลงโทษ ใครบ้างที่ยังกลับเข้ามารับราชการครูได้อีก และมีมาตรการขั้นตอนป้องกันปัญหาเรื่องนี้อย่างไร เพราะเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำซาก ในฐานะหัวอกคนเป็นพ่อ ขอถามว่าปัญหาครูข่มขืนนักเรียนเมื่อไหร่จะจบ และฝากไปถึง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. คนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่ง ขอให้รื้อใหญ่ทั้งระบบ จัดหนักเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และขอให้จริงใจแก้ปัญหา ไม่ใช่ได้คนที่ตอบโจทย์ทางการเมืองมากกว่าเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง
ด้านนายสุภัทร กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้ย้ำเสมอว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ที่ทุกคนจะต้องดูแลให้ดีที่สุด ทั้งในการจัดการศึกษาและดูและเด็ก และคุณครูเป็นผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูง เราไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนอีกเด็จขาด และไม่อยากเห็นตัวเลขการลงโทษ และต่อให้สกรีนขนาดไหนก็อาจจะมีครูเหล่านี้ ซึ่งความเข้มงวดของสถานศึกษาจึงเป็นจุดสำคัญที่ผู้บริหารจะต้องเอาใจใส่เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการเหล่านี้ เด็กที่ถูกกระทำจะได้รับผลกระทบและบั่นทอนจิตใจ ก็ขอให้ครูผู้ปกครองช่วยกันสอดส่องดูแลด้วย
“ผมยืนยันว่า เลขาธิการ สพฐ. ก็กวดขันเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งเรื่องแบบนี้ถ้าคนมีอำนาจ หรือหัวหน้าในส่วนงานนั้นๆขันน๊อดเรื่องมากขึ้นก็จะช่วยไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ ผมในฐานะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการมก็อยากจะขอโทษทุกท่านที่เกิดเหตุการนี้ขึ้น ผมและท่านนิพนธ์ ก็รู้สึกเสียใจที่เหิดเหตุการนี้เช่นกัน เรารับปากว่าจะตรวจสอบเงื่อนไข เราจะจัดการในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจนก็จะลงโทษโดยเร็ว และผมก็ไม่ชอบใจเลยประโยคที่ว่าย้ายคนที่ทำผิดจากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง ผมคิดว่าถ้าเขาทำผิดจริง ก็ไม่ควรจะเป็นครูอีกเลย อย่างไรก็ตาม ในแง่ของกฏระเบียบของทางราชการ ซึ่งจะต้องทำตามขั้นตอน แต่เราจะทำความกระจ่างให้สังคมและทำทุกอย่างให้รวดเร็ว และผมไม่อยากเห็นตัวเลขการลงโทษผู้ก่อเหตุ 10 กว่ารายต่อปี แต่ผมไม่อยากเห็นตัวเลขนี้ เพราะตัวเลขเรื่องนี้ต้องเป็น 0 เพราะต้องไม่เกิดเหตุการแบบนี้ขึ้นอีกในสถานศึกษาของเราไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม สถานศึกษาใดก็ตามจะต้องเป็นจุดปลอดภัย คนที่กระทำกับเด็กถือเป็นอาชญากรรม ซึ่งผมก็อยากจะให้มีเวลที เพืาอมาร่วมกันวางกลไกที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือสร้างระบบที่ป้องกันที่ดีขึ้น เพราะปัญหาที่เกิดๆจากช่องว่าง ถ้าเราสามารถอุดช่องว่างได้ ปัญหาก็จะลดลงได้” ปลัด ศธ. กล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สพฐ.รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับลูกๆนักเรียนไม่ได้ทำให้พวกเรามีความสุข พวกเราเป็นทุกข์ไม่ต่างกัน นายอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. ได้ให้แนวทางการขับเคลื่อนสพฐ.วิถีใหม่วิถีคุณภาพ หนึ่งในนั้นเป็นข้อ รกที่สำคัญคือสถานศึกษาปลอดภัยในทุกมิติ 360 องค์ศา ตัวเลขที่เกิดขึ้นแม่จะเพียง1 รายก็เป็นตัวเลขที่ถือว่ามากเกินพอ สพฐ.มีโรงเรียนกว่า 3 หมื่นแห่ง จึงต้องใช้กลไกลขับเคลื่อนและได้แจ้งให้สถานศึกษาจัดทำมาตรการป้องกันเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา มาตรการเผชิญสถานการและแห้ไขปัญหา และมาตรการเกี่ยวกับการรายงาน ซึ่งขณะนี้ เรื่องที่เกิดขึ้น ศธ. สพฐ.ได้รับข้อมูลและสั่งการผ่านระบบเครือข่ายเพื่อให้ผู้ปฏิบัติดำเนินการตามที่ศธ.กำหนดอย่างรอบคณอบรัดกุมทันสถานการณ์ ทุกเคสที่เกิดขึ้น ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงตามกระบวนการทางกฏหมาย ในขณะเดียวกัน ข้อมูลที่ชัดเจนนี้ ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53 (ศึกษาธิการจังหวัด)ได้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว
“พวกเราทุกคนในวงการศึกษาคงไม่มีความสุข แต่เราจะต้องหาวิธีการที่ดีที่สุดจากทุกภาคส่วนเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียนเป็นผู้รับผลประโยชน์จากการจัดการศึกษา จึงขอความร่วมมือจากเครือข่ายฯได้เข้ามามีส่วนในการกำหนดทิศทางให้สถานศึกษาปลอดภัย และร่วมกันสร้างครอบครัว สังคมปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันที่ 11-13 มี.ค.นี้ ท่านอัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ.ได้สั่งการให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั้ง 62 เขต ทั่วประเทศ มารับนโยบายเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ และการสร้างสถานศึกษาปลอดภัยระดับมัธยมศึกษา ก่อน โดยวันนี้จะมีการประชุมสัมนาเป็นวันแรกด้วย” นายนิพนธ์ กล่าว
ขณะที่ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมช.ศธ.) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รก.รมว.ศธ.) กล่าวว่า ศธ.ตั้งศูนย์ ศคพ. เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศอยู่แล้ว และตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ศธ.ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับครูที่กระทำผิดในกรณีต่างๆ รวม 21 ราย ดังนั้น ศธ.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหานี้ เพียงแต่ว่าขั้นตอนต่างๆอาจจะต้องใช้เวลาบ้าง จึงขอให้ประชาชน พ่อแม่ผู้ปกครอง และนักเรียน มั่นในว่า ศธ.ให้ความสำคัญ จะไม่นิ่งนอนใจ และจะจัดการกับครูกระทำผิด โดยครูเหล่านี้จะต้องไม่กลับมาเป็นครูได้อีกต่อไป


