#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/558422

‘กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ’เสด็จเปิดงานสัมมนาวิชาการ ‘ครบรอบ10ปี โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยฯ’
วันพฤหัสบดี ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2564, 15.22 น.
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเปิดงานสัมมนาวิชาการ“ครบรอบ 10 ปี โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย กับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน”
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จออก ณ ห้องประชุมอาคารหอพระสมุดส่วนพระองค์ วังสระปทุม ทรงเปิดงานสัมมนาวิชาการ “ครบรอบ 10 ปี โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยกับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์อิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ โดยเป็นการปรับรูปแบบในการจัดงานช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิค-19โอกาสนี้พระราชทานพระราชดำรัสเปิดการสัมมนาและทรงปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยกับการศึกษาเพื่อความยั่งยืน”จากนั้นทอดพระเนตรการบรรยายผ่านโปรแกรมออนไลน์จากดร.ไมเคิล ฟริซประธานกรรมการบริหารมูลนิธิบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศเยอรมนีและนางซิบลี ไซเดอร์ผู้อำนวยการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศออสเตรเลีย พร้อมกันนี้รองศาสตราจารย์คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย กราบบังคมทูลเบิกผู้แทน8ภาคี เข้ารับพระราชทานบันทึกข้อตกลง (MOA) ประกอบด้วยผู้แทนจาก มูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท)สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.)สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด และ บี.กริม (B.Grimm)ซึ่งเป็นบันทึกข้อตกลงที่ทำต่อเนื่องมาเป็นฉบับที่ 3 ที่ทำร่วมกับมูลนิธิบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศเยอรมนี (Haus der KleinenForscher)โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒดำเนินการในการรับและส่งสัญญาณออนไลน์จากที่ต่างๆ ถ่ายทอดให้ผู้ที่เข้าร่วมงานได้รับชม โดยมีผู้นำเครือข่ายท้องถิ่นและคณะทำงานของโครงการกว่า 3,500 คน จาก 238เครือข่ายทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม
จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการผ่านโปรแกรมออนไลน์ ประกอบด้วย วีดิทัศน์ครบรอบ 10 ปี บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย และผลงานของผู้ร่วมโครงการจำนวน 3 นิทรรศการ ได้แก่ ผลงานกิจกรรมของครูปฐมวัยที่โดดเด่นที่สะท้อนการประยุกต์เข้ากับบริบทท้องถิ่นและสังคมจาก13 โรงเรียน นิทรรศการกิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นการนำกิจกรรมวิทยาศาสตร์ 9 หัวข้อที่โครงการทำใน 9 ปีแรกมาเชื่อมโยงกับแนวคิด “การพัฒนาที่ยั่งยืน”และผลงานโครงงานของนักเรียนระดับประถมศึกษาที่โดดเด่นจำนวน6 ผลงาน
รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย กล่าวว่า โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ได้จัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ.2553 ตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อปลูกฝังนิสัยรักวิทยาศาสตร์และทักษะทางวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กปฐมวัย โดยเริ่มต้นมีโรงเรียนเข้าร่วมเพียง 221 โรงเรียน ปัจจุบันขยายผลสู่ 29,129โรงเรียน ใน 238 ผู้นำเครือข่ายท้องถิ่นแล้ว
ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ได้ขยายโครงการไปทั่วประเทศ อีกทั้งมีองค์ความรู้ด้านการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ปฐมวัยเพิ่มขึ้นมากมายจากความสำเร็จในการวางรากฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้กับโรงเรียนอนุบาลไปทั่วประเทศแล้วยังมีการเผยแพร่โครงการสู่ระบบครอบครัวโดยได้จัดทำรายการโทรทัศน์ “บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย”เป็นรายการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยนำเสนอในรูปแบบการ์ตูนแอนิเมชันที่สอดแทรกการทดลองวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่ายและมีการทดลองวิทยาศาสตร์ในหลายรูปแบบ เพื่อสร้างฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ให้ลงลึกสู่ครอบครัวมากขึ้น ผู้ปกครองได้ร่วมทดลองไปกับเด็กๆ ซึ่งเป็นการการปลูกฝังให้เด็กรุ่นใหม่รักและเห็นว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่อ และยังสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กกล้าคิด กล้าทำ กล้าพูด โดยออนแอร์ทุกวันอาทิตย์ทางสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย รวมถึงได้มีการจัดงานเทศกาลวันบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทยมีความร่วมมือกับภาคีที่เข้มแข็งจากประเทศเยอรมนีและออสเตรเลียและได้หว่านเมล็ดพันธุ์“จิตวิทยาศาสตร์” ให้แก่เยาวชนไทยตั้งแต่ปฐมวัย ผู้ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดเชิงวิทยาศาสตร์และมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อาทิ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และการแก้ปัญหาโดยอาศัยทักษะที่กิจกรรมบ้านวิทยาศาสตร์น้อยได้ปลูกฝังให้แก่เด็กปฐมวัย ควบคู่ไปกับการสร้างลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์หลายประการ อาทิ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบต่องาน การทำงานเป็นทีม ความรักธรรมชาติ และเข้าใจหลักเศรษฐกิจพอเพียง โครงการได้มีการปรับปรุงพัฒนาการดำเนินโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของการจัดการเรียนรู้ในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่องพร้อมได้สร้างแรงผลักดันในการพัฒนาการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณและช่วยเสริมสร้างเจตคติทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนระดับอนุบาลในการศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อสร้างพื้นฐานการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการพัฒนาทรัพยากรของประเทศในอนาคต




