‘คุณหญิงกัลยา’ เร่งขับเคลื่อนแผนบูรณาการการศึกษา 77 จว.นำร่อง 349 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/559226

'คุณหญิงกัลยา'เร่งขับเคลื่อนแผนบูรณาการการศึกษา 77 จว.นำร่อง 349 แห่ง

‘คุณหญิงกัลยา’เร่งขับเคลื่อนแผนบูรณาการการศึกษา 77 จว.นำร่อง 349 แห่ง

วันจันทร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.22 น.

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2564 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) รักษาการ รมว.ศธ.เป็นประธานเปิดการประชุมการบูรณาการด้านการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ “เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั่วไทย” โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. , ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) , ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และผู้อำนวยเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) 77 จังหวัด ร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน

คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า ตนยืนยันว่าจะเดินหน้าแผนบรูณาการการศึกษาของ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศธ.ที่มุ่งเน้นพัฒนาโรงเรียน 3 กลุ่ม คือ โรงเรียนคุณภาพของชุมชน , โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่อย่างโดดเดี่ยว หรือสแตนด์อโลน ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ซึ่งขณะนี้มีโรงเรียนทั้ง 77 จังหวัด ที่ได้รับการคัดเลือกแล้ว จำนวน 349 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนคุณภาพของชุมชน จำนวน 183 โรงเรียน , โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง จำนวน 77 โรงเรียน และโรงเรียนสแตนด์อโลน จำนวน 89 โรงเรียน โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำงบเหลือจ่ายของปี 2564 มาใช้พัฒนาโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือก  และในปี 2564 ตนสั่งการให้ สพฐ.ทำการคัดเลือกโรงเรียนนำร่องที่สามารถเป็นต้นแบบของโรงเรียนคุณภาพของชุมชน โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียนสแตนด์อโลน โดยให้คัดเลือกจากโรงเรียน 349 แห่ง แบ่งเป็น 5 ภูมิภาคท จำนวนภูมิภาคละ 3 แห่ง รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยโรงเรียนเหล่านี้จะมีคณะทำงานจาก ศธ.ไปร่วมพัฒนาโรงเรียนตามบริบทของพื้นที่ ซึ่งจะมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนเป็นหลัก โดยให้แต่ละโรงเรียนเขียนโครงการที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษา เพื่อเสนอของบประมาณปี 2564 ภายใต้กรอบวงเงินโรงเรียนละไม่เกิน 2,000,000 บาท

คุณหญิงกัลยา กล่าวต่อว่า ส่วนโรงเรียนที่เหลืออีกจำนวน 334 แห่ง จะได้รับงบประมาณสนับสนุนโรงเรียนละไม่เกิน 400,000 บาท โดยตนมอบหมายให้ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือก ไปหารือร่วมกับครู ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้อง และคิดโครงการเพิ่มคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนมา 1 โครงการ เช่น การสร้างห้องเรียนออนไลน์ การติดอินเทอร์เน็ต การซื้อคอมพิมเตอร์ ห้องเรียนกีฬา ห้องโยธวาทิต เป็นต้น โดยทุกโรงเรียนต้องเสนอโครงการมาที่ ศธ.ภายใน 1 สัปดาห์ นี้ โดย สพฐ.จะตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาหากโครงการที่เสนอมาสมเหตุสมผลและสามารถทำได้จริง ก็จะได้รับอนุมัติงบไปให้เริ่มดำเนินโครงการทันที

“แม้งบประมาณที่โรงเรียนได้รับอาจจะมีไม่มาก แต่ถ้าผู้บริหารเปลี่ยนความคิด โดยเข้าไปพูดคุยหารือกับบริษัท ผู้ปกครอง หรือภาคอุตสาหรกรรมในพื้นที่ เพื่อดึงให้เข้ามาช่วยระดมทุนพัฒนาการศึกษา ซึ่งจะทำให้โรงเรียนมีทรัพยากรพัฒนาตนเองได้ทันที โดยไม่ต้องรองบประมาณจากรัฐ” คุณหญิงกัลยา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่หาก รมว.ศธ.คนใหม่เข้ามา แล้วนโยบายนี้อาจจะไม่ได้สานต่อ คุณหญิงกัลยา กล่าวว่า เชื่อว่าใครมาเป็น รมว.ศธ.ก็จะเห็นการพัฒนาคุณภาพศึกษาและจะสานต่อนโยบายนี้ ส่วนที่หลายคนมองว่าตนเป็นแค่รักษาการ รมว.ศธ.การขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ควรจะรอ รมว.ศธ.คนใหม่มาก่อนนั้น ตนมองว่าอะไรที่ตนสามารถทำได้ก็ต้องทำ ไม่นิ่งนอนใจ และสิ่งที่ทำ ก็ไม่ได้คิดเริ่มอะไรใหม่ เพียงแต่ขับเคลื่อนโครงการที่ดีที่มีอยู่แล้วให้เป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และสังคมที่มีต่อกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนโครงการพัฒนาโรงเรียนทั้ง 3 ประเภท แต่ละที่จะต้องใช้งบแห่งละ 30 – 40 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคาร ซึ่งเป็นการพัฒนาทางกายภาพนั้น ก็ยังไม่ได้พับโครงการ ยังคงเดินหน้าไปตามแผนเดิมที่ ศธ.เสนอต่อสภาของบประมาณปี 2565 ไว้ ก็แล้วแต่ว่าจะได้รับอนุมัติงบมาจำนวนเท่าไหร่

Leave a comment