รพ.ไทยนครินทร์ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อน ภายใต้แนวคิด ‘Personalized Healthcare’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/559044

รพ.ไทยนครินทร์ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อน ภายใต้แนวคิด ‘Personalized Healthcare’

รพ.ไทยนครินทร์ยกระดับการรักษาโรคซับซ้อน ภายใต้แนวคิด ‘Personalized Healthcare’

วันจันทร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บมจ.โรงพยาบาลไทยนครินทร์(TNH) มั่นใจตลาดสุขภาพไปต่อได้ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท สร้างอาคารรังสีรักษาพร้อมเปิดศูนย์ใหม่เพิ่มศักยภาพการรักษาโรคซับซ้อนและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมภายใต้แนวคิด “PersonalizedHealthcare…เชื่อมั่นทุกการรักษา” ก้าวสู่การเป็น Hospital of Choiceอันดับหนึ่งของพื้นที่กรุงเทพตะวันออกและภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทย

นายฐิติ สิหนาทกถากุล ประธานบริหาร บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าจากประสบการณ์กว่า 27 ปี ของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ ที่มุ่งมั่นพัฒนาการรักษาและการบริการต่อเนื่อง ในปี 2564 ตั้งใจยกระดับคุณภาพการรักษาโรคซับซ้อนและการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ภายใต้ แนวคิด Personalized Healthcare…เชื่อมั่นทุกการรักษา มุ่งหวังเป็น Hospital of Choice โรงพยาบาลอันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฝั่งตะวันออก และภูมิภาคตะวันออก โดยนำจุดเด่นด้านความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ เทคโนโลยีที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล บริการอบอุ่นและใส่ใจเหมือนคนในครอบครัว มาออกแบบการรักษาและบริการในลักษณะเจาะจงเป็นรายบุคคล เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดี สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้รับบริการ โดยเฉพาะการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง จากที่ปัจจุบันเรามีศูนย์มะเร็ง (CancerCenter) อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราจะทำคือ การเพิ่มศูนย์รังสีรักษา หรือ Linac Center พร้อมจัดซื้อเครื่องฉายรังสี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยโครงการนี้มีการดำเนินการตั้งแต่ปีที่ผ่านมา และมีกำหนดการแล้วเสร็จภายในปีพ.ศ.2565 พร้อมเปิดศูนย์ให้บริการเพิ่มเติม ได้แก่ ศูนย์ปลูกถ่ายไต (Kidney Transplantation Center)ศูนย์หัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac Electrophysiology Lab) และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม(Thainakarin Wellness Center)เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลไทยนครินทร์ด้วยงบประมาณลงทุนราว 300 ล้านบาท

ด้าน นายแพทย์อาคม เชียรศิลป์ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็ง โรงพยาบาลไทยนครินทร์ กล่าวถึงการสร้างอาคารรังสีรักษา พร้อมเครื่องฉายรังสี ว่า ปัจจุบันโรคมะเร็งเป็นโรคเฉพาะบุคคล เนื่องจากเป็นโรคที่มีความผิดปกติอยู่ที่ DNA ซึ่งแต่ละบุคคลย่อมไม่เหมือนกัน ขณะนี้วงการแพทย์เองก็สามารถที่จะถอดรหัสของ DNA มะเร็งที่พบในผู้ป่วยนำไปสู่การรักษาที่ค่อนข้างจะเป็นเฉพาะบุคคล

“การรักษาโรคมะเร็งที่ดีที่สุดในปัจจุบันเป็นการรักษาแบบผสมผสาน ประกอบด้วย ศัลยกรรมยาและการฉายรังสี ในส่วนของศูนย์รังสีรักษา โรงพยาบาลไทยนครินทร์ เรามีกระบวนการ และเครื่องมือที่จะนำไปสู่ตำแหน่งหรือพิกัดของโรคมะเร็งได้อย่างชัดเจน มีการนำภาพเอกซเรย์ CT มาช่วยในการกำหนดตำแหน่งของการฉายรังสี ทำให้รังสีสามารถที่จะทำลาย DNA ของเซลล์มะเร็งได้มากที่สุด และเกิดผลกระทบหรือผลข้างเคียงน้อยที่สุด โดยเครื่องฉายรังสี VitalBeam ที่จะนำรังสีไปสู่ตำแหน่งหรือพิกัดของโรคมะเร็งได้ชัดเจน ด้วยเทคนิคการรักษาตั้งแต่แบบธรรมดาไปจนถึงเทคนิคซับซ้อน เพื่อการฉายรังสีรักษารอยโรคมะเร็งมีความถูกต้อง แม่นยำ ปลอดภัย และได้คุณภาพการรักษาที่ดีสำหรับผู้ป่วยทุกคน” นายแพทย์อาคม กล่าว

แพทย์หญิงอรกมล อินกองงามแพทย์หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม (THAINAKARINWELLNESS CENTER) กล่าวว่า พร้อมผนึกกำลังเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มศักยภาพการรักษาดูแลสุขภาพ มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนการเกิดโรค โดยบริการตรวจสุขภาพเชิงลึกถึงสภาวะที่แท้จริง ของร่างกาย

“ปัจจุบันการดูแลสุขภาพจะเน้นที่การตรวจสุขภาพ เพื่อพบความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้รักษาและป้องกันโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งเป็นจุดแข็งของโรงพยาบาลไทยนครินทร์อยู่แล้ว และทางศูนย์ส่งเสริมสุขภาพองค์รวม (THAINAKARIN WELLNESS CENTER) มีเป้าหมายที่จะมุ่งสู่อนาคตของการดูแลสุขภาพ คือ “Optimal Health” ด้วยการดูแลสุขภาพให้อยู่ในภาวะที่สมบูรณ์สูงสุด โดยการตรวจวิเคราะห์สุขภาพในเชิงลึกให้เห็นถึงสภาวะการทำงานที่แท้จริงของร่างกาย เพื่อวางแผนในการดูแลสุขภาพอย่างจำเพาะเจาะจง เพิ่มความแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรค ชะลอความเสื่อมของร่างกาย ทำให้แก้ปัญหาสุขภาพได้ตรงความต้องการ และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุดทั้งในคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เดิม หรือคนที่ต้องการฟื้นฟูตนเองจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ ก็ตาม”แพทย์หญิงอรกมล กล่าว

นอกจากโรคมะเร็งแล้ว โรคไตก็เป็นอีกปัญหาสุขภาพที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อคุณภาพชีวิตผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐพลอาภรณ์สุจริตกุล ศัลยแพทย์ปลูกถ่ายอวัยวะ โรงพยาบาลไทยนครินทร์ กล่าวถึงความพร้อมในการผ่าตัดปลูกถ่ายไตว่า ศูนย์ปลูกถ่ายไต โรงพยาบาลไทยนครินทร์ มีประสบการณ์ในการผ่าตัดปลูกถ่ายไต เริ่มตั้งแต่ปี 2539 โดยทีมแพทย์ปลูกถ่ายไตหลากหลายแขนงที่มีประสบการณ์สูงจากสถาบันต่างๆ ของประเทศไทย เป็นโรงพยาบาลสมาชิกสามัญของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย จึงมีความพร้อมที่ดูแลผู้ป่วยไตวายเรื้อรังที่มีความซับซ้อนเพื่อทำการปลูกถ่ายไตทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด และโรคที่เกี่ยวเนื่องภายหลังการปลูกถ่ายไต

“จากงานวิจัยทั่วโลกและประเทศไทยมีข้อมูลรายงานไปในทางเดียวกันว่า อัตราการอยู่รอดของชีวิตที่ 5 ปี ภายหลังป่วยไตวายเรื้อรังระยะท้าย ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตจะมีอัตราการอยู่รอดประมาณร้อยละ 75 แต่สำหรับผู้ป่วยที่ใช้วิธีการบำบัดทดแทนไตจะมีอัตราการอยู่รอดประมาณร้อยละ 35 กล่าวง่ายๆ คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าและมีชีวิตยืนยาวกว่านั่นเอง” ผศ.นพ.ณัฐพล กล่าว

Leave a comment