#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/559075

สหกรณ์กาฬสินธุ์ ส่งเสริมลูกหลานกลับบ้าน สานต่ออาชีพเกษตร
วันอาทิตย์ ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2564, 20.35 น.
ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ และสหกรณ์จังวัดกาฬสินธุ์ ตรวจเยี่ยมผลงานเกษตรกร ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ที่ตำบลลำหนองแสน อำเภอหนองกุงศรี จังหวัดกาฬสินธุ์
14 มีนาคม 2564 ที่แปลงเกษตรผสมผสาน ของนายมนตรี ทับสมบัติ อายุ 36 ปี ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ นายถาพร ณ นคร ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสดิษฐชัย หาญมนตรี สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่สำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลงานของเกษตรกร ตามโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร
.jpg)
นายสดิษฐชัย หาญมนตรี สหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้สนับสนุนส่งเสริมเกษตรกร โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ และที่ลูกหลานของสมาชิกสหกรณ์เคยไปขายแรงงานต่างถิ่นและกลับบ้านเกิด ทั้งนี้ได้จัดโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร ตามโครงการส่งเสริมและสร้างทักษะในการประกอบอาชีพทั้งในและนอกภาคเกษตร เพื่อสนับสนุนให้ลูกหลานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ หรือบุคคลทั่วไป กลับมาทำอาชีพเกษตรกรรมในบ้านเกิดของตนเอง และมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพการเกษตร
นายสดิษฐชัย กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว สหกรณ์การเกษตรแต่ละอำเภอ จะเป็นศูนย์กลางในการสร้างอาชีพการเกษตรที่มั่นคง และมีการบริหารจัดการครบวงจร ตั้งแต่การผลิตจนถึงการจัดหาช่องทางการจำหน่าย เพื่อยกระดับสหกรณ์ให้เป็นที่พึ่งของสมาชิกอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 โดยคัดเลือกลูกหลานเกษตรกรที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ มีลูกหลานที่กลับบ้านเกิดสมัครร่วมโครงการจำนวน 51 ราย ซึ่งอาชีพที่ลูกหลานสมาชิกสหกรณ์เลือก เป็นอาชีพดั้งเดิม ที่สามารถต่อยอดด้านการแปรรูปและการตลาดได้ง่าย เช่น เกษตรผสมผสาน ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงปลา
.jpg)
ขณะที่นายถาพร ณ นคร ผู้ตรวจราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้านสานต่ออาชีพการเกษตร มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานภาคี และสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร มีการส่งเสริมการวางแผนการผลิต แผนการตลาด แผนธุรกิจที่เหมาะสมให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย และมีเจ้าหน้าที่ติดตามประเมินผลเป็นระยะ เพื่อให้กิจกรรมที่ดำเนินการประสบความสำเร็จ เกษตรกรมีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน
นายถาพรกล่าวอีกว่า ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อตรวจเยี่ยมผลงานของเกษตรกรที่ดำเนินการมาแล้ว และดูพื้นที่ ความพร้อม ของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ร่วมโครงการ เพื่อประเมินความพร้อมของลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย ทั้งความพร้อมพื้นที่ และความพร้อมของปัจจัยการผลิต วางแผนการผลิต แผนการตลาด แผนธุรกิจเพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายการเรียนรู้ การผลิต และการตลาด ระหว่างลูกหลานเกษตรกร และเกษตรกรทั่วไป รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็นและสอดคล้องกับแผนการผลิต แผนการตลาด แผนธุรกิจ จัดหาช่องทางการตลาดให้แก่ลูกหลานเกษตรกรเป้าหมาย อาทิ การออกร้านจำหน่ายสินค้า การขายสินค้าในร้านสหกรณ์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต การร่วมจัดนิทรรศการ การศึกษาดูงาน การอบรม การรายงานผลการดำเนินงาน ตามขั้นตอนและเงื่อนไขตามที่กรมส่งเสริมสหกรณ์กำหนด
.jpg)
ด้านนายมนตรี ทับสมบัติ อายุ 36 ปี ต.ลำหนองแสน อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่ามีเนื้อที่ทั้งหมด 25 ไร่ แบ่งเป็นปลูกมะม่วง 4 ไร่ ฝรั่ง 3 ไร่ น้อยหน่า 2 ไร่ นาข้าวพร้อมบ่อน้ำ 3 บ่อ 10 ไร่ แปลงหญ้า 2 ไร่ ที่อยู่อาศัยและพืชผักอื่นๆ 4 ไร่ ผลผลิตหลักที่สร้างรายได้ คือ ฝรั่ง หน่อไม้ ข่า และขี้เหล็กต้ม ซึ่งมีรายได้ เดือนละ 7,000 – 10,000 บาท โดยเกษตรกรมีการวางแผนจะทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยว แต่ยังขาดเงินทุน จึงต้องการแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการเกษตรต่อไป
นายมนตรีกล่าวอีกว่า ความคาดหวังที่จะได้รับจากการสมัครเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ได้แก่ เครือข่ายการผลิตองค์ความรู้นวัตกรรมด้านเกษตร ช่องทางจำหน่าย โดยในอนาคตมุ่งหวังการใช้ชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง ให้สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ นอกจากนี้ยังอยากได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยไปพัฒนาขีดความสามารถ ทุกกิจกรรมในแปลงเกษตร รวมทั้งต้องการเงินทุน เพื่อขยายงานเกษตรให้ครบวงจรมากขึ้นอีกด้วย

