โครงการหักดิบพลิกผืนดิน เกษตรอินทรีย์ พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/557971

โครงการหักดิบพลิกผืนดิน เกษตรอินทรีย์   พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่

โครงการหักดิบพลิกผืนดิน เกษตรอินทรีย์ พร้อมเปิดเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนรุ่นใหม่

วันพุธ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อีกมุมหนึ่ง ของ “ชัชวาลล์ คงอุดม” หรือที่เราๆ คุ้นกันในนาม“ชัช เตาปูน” วัย 77 ปี นอกจากปัจจุบัน หันมาเดินบนเส้นทางสายการเมือง หลายคนคงยังไม่ทราบว่าที่ผ่านมา เขามีความสนใจในเรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมเตรียมเปิดให้กับคนรุ่นใหม่เข้ามาศึกษา หาความรู้กัน

จากนาข้าว 120 ไร่ ต.บางกระสัน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกนำมาพัฒนาเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ผลิตข้าวหอมพันธุ์ช่อราตรี เป็นการปลูกข้าวตามวิถีดั้งเดิมของเกษตรกรไทยไม่ใช้สารเคมี โดยมีปราชญ์ชาวบ้านช่วยกันดูแลและปรับปรุงสายพันธุ์ และใช้นาผืนนี้เป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง เศรษฐกิจพอเพียงปลูกข้าว แปลงนาสาธิตตามโครงการหักดิบพลิกผืนดินเกษตรอินทรีย์ตัวอย่าง แนวคิดของพ่อหลวงไม่ใช้สารเคมี ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว แบ่งเป็นทำนา 90 ไร่  อีกส่วนที่เหลือทำบ่อเก็บน้ำ ทำแปลงผักสวนครัวโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง และทำศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจทฤษฎีใหม่ให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากศึกษา ผลผลิตเป็นที่น่าพอใจ ข้าวมีรสชาติดี หอมกลิ่นดอกราตรี 

โดย ชัชวาลล์ คงอุดม บอกว่า ในช่วงกุมภาพันธ์ถึงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยในแปลงนา 1 ไร่ สามารถได้ข้าวกว่า 700 กิโลกรัม และผมจะนำข้าวสารบรรจุถุงเพื่อแบ่งปันให้กับชาวบ้านแถวเตาปูนในช่วงครบรอบวันเกิด มาตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมาถ้าใช้เงินส่วนตัวซื้อข้าวสารทุกวันเกิด ปีละหลายหมื่นถุง จากราคาหลักหมื่นเป็นหลักหลายแสน และขึ้นเป็นหลักล้าน กระทั่งไม่ไหวต้องไปทำนาในที่ดินของตัวเองจำนวน 120 ไร่ ซึ่งซื้อมานานหลายสิบปี เลยประหยัดไปได้เยอะ ส่วนฟางข้าวก็เอามาทำน้ำหมักฉีดพ่นเป็นปุ๋ย ไล่แมลงศัตรูพืช แทนการใช้สารเคมี ซึ่งทำให้ดินและน้ำในบริเวณแปลงนามีความอุดมสมบูรณ์ ปราศจากสารพิษสารเคมีจนในนาข้าวมีปลามาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากคงความอุดมสมบูรณ์มากในบริเวณนี้ 

สำหรับในอนาคตจะพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้และแหล่งสาธิตในการทำเกษตรทฤษฎีวิธีใหม่ อนุรักษ์พันธุ์ข้าวไทย โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ยเคมี อาจมีโรงสีข้าวเป็นของตัวเอง ร้านกาแฟกลางนา อาคารสัมมนาศึกษาเรียนรู้การปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ หรือเป็นอีกสถานที่ที่ครอบครัวบุตรหลานมาพักแนวโฮมสเตย์กลางนา เพื่อให้คนรุ่นใหม่ช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไทย ให้คงอยู่ตลอดไปหากใครสนใจสามารถมาศึกษาดูงานได้ และหลังจากที่เกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว จะนำข้าวเปลือกไปสีเป็นข้าวสาร เพื่อแบ่งปันกันอีกยาวนานต่อไป อีกส่วนหนึ่งก็จะนำเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ในการ ปลูกข้าวในปีถัดไป ผมจะทำแบบนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนทดแทนคุณแผ่นดิน 

นอกจากแบ่งปันข้าวสารแล้ว สิ่งที่ทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานคือ โครงการสร้างโรงงานผลิตน้ำดื่มสะอาดให้กับเด็กนักเรียนในชนบทว่า 200 โรงเรียน และที่ทำมากว่า 40 ปีคือ การให้ทุนการศึกษาแก่น้องๆ ที่ใฝ่เรียนผมส่งคนเรียนหนังสือจบดอกเตอร์ จบหมอ ส่งคนเรียนหนังสือจบไป 196 คนแล้ว อยู่อเมริกา เยอรมนี  จบการศึกษามาเป็นอธิการบดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็มี หมอ 17 คน พยาบาล 40-50 คน ส่วนใหญ่เขียนจดหมายมาขอทุน เงินเดือน สส. ตอนนี้ส่งคนที่ขาดทุนทรัพย์เรียน 12 คน ส่งให้เขาเรียนคนละ 4-5 พันบาท มัธยมรายละ1,500-2,000 บาท เด็กไม่มีเงินเรียนบางคนส่งตั้งแต่มัธยมจนจบจุฬาฯ ลาดกระบังจนเดี๋ยวนี้เค้ามีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวก็หวังว่าเค้าเหล่านี้จะไปเป็นผู้ให้ ไปเป็นผู้สร้างผู้ให้โอกาสให้คนอื่นๆ ต่อไป เพื่อสังคมจะได้มีคุณภาพและน่าอยู่ยิ่งๆ ขึ้นไป

Leave a comment