‘คุณหญิงกัลยา’ หนุนโครงการ ‘เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน’ นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศธ. นักเรียน ปลูกป่า จ.สมุทรสงคราม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/559551

‘คุณหญิงกัลยา’ หนุนโครงการ ‘เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน’  นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศธ. นักเรียน ปลูกป่า จ.สมุทรสงคราม

‘คุณหญิงกัลยา’ หนุนโครงการ ‘เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน’ นำผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ศธ. นักเรียน ปลูกป่า จ.สมุทรสงคราม

วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 ที่ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน ต.คลองโคนจ.สมุทรสงคราม คุณหญิงกัลยาโสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน” โดยมี ชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ พีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ ป่าชายเลนคลองโคน พร้อมผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการคณะครู นักเรียนโรงเรียนวัดคลองโคนเข้าร่วมกิจกรรม จากนั้น ชาวคณะได้ล่องเรือชมแปลงปลูกป่าที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกร่วมกับชาวบ้านเนื้อที่ประมาณ 6,000 ไร่ ซึ่งเป็นป่าชายแสม ป่าลำพู และป่าโกงกาง และล่องเรือชมวิถีชาวประมงริมฝั่งชุมชนคลองโคน ชมการสาธิตวิธีปลูกต้นโกงกางโดยชาวบ้านชุมชนคลองโคน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นโกงกาง จำนวน 500 ต้น กระจายปลูกในแปลงที่กำหนดไว้ ต่อจากนั้นชมกิจกรรมการเล่นสกีกระดานเลน

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กล่าวเปิดกิจกรรม “เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน”ว่า ในฐานะประธานและผู้ก่อตั้งมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ได้ปลูกป่าบกและป่าชายเลนมาตลอดกว่า35 ปี ปลูกต้นไม้แทนคุณแผ่นดินไทยไม่น้อยกว่า 120 ล้านต้น ทั้งปลูกป่าต้นน้ำ รักษาป่าต้นน้ำ และปลูกป่าชายเลน โครงการ“เสมา จิตอาสารักษ์ป่าชายเลน”เป็นกิจกรรมที่น่าส่งเสริมสรรเสริญ เพราะผู้บริหารศธ. เจ้าหน้าที่จากทุกส่วนและนักเรียนวัดคลองโคน ตั้งใจมาเพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับแผ่นดินไทย ป่าชายเลนเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำเค็มให้เติบโตออกไปสู่ทะเล เป็นแหล่งผลิตอาหารทะเลที่มีคุณภาพเลี้ยงชาวไทยและชาวโลก ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. และรักษาการ รมว.ศธ. กิจกรรมที่ ศธ.ทำวันนี้จะเป็นจุดสำคัญในการนำไปเป็นต้นแบบให้กับนักเรียนและผู้ปกครอง และทุกภาคส่วนได้รับทราบว่า ศธ.ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมไม่น้อยไปกว่าการเรียนรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวัฒนธรรม ประเพณี ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ ศธ.ไม่ได้ละเลยได้จัดการเรียนควบคู่ไปกับวิชาการที่ทันสมัย โดยเฉพาะความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีเมตตากรุณาต่อกันของคนไทย มีความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้มีพระคุณ เป็นคุณสมบัติที่กระทรวงศึกษาฯให้ความสำคัญ และให้การศึกษาความรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เช่น การมาร่วมกิจกรรมวันนี้ เป็นวัฒนธรรมที่ดีงามที่พวกเราต้องรักษาไว้ เป็นการสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจและสังคมประเทศ และกระทรวงศึกษาฯ จะส่งเสริมในหลายรูปแบบ จะร่วมกับประเทศฟินแลนด์ในการรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาป่าไม้ หากทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้น ก็สามารถลดโลกร้อนได้

“วันนี้เป็นการแสดงออก สะท้อนให้เห็นว่า กระทรวงศึกษาฯ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ทุกระดับ มาร่วมกิจกรรมในโครงการ “เสมาจิตอาสารักษ์ป่าชายเลน” การรักษาสิ่งแวดล้อมทั้งป่าบก หรือป่าชายเลนต่างมีประโยชน์ และมีความหมายต่อชีวิตของคนไทยและคนทั่วโลก ถ้าเราปลูกป่ามากเท่าไหร่ก็จะลดภาวะโลกร้อนได้มากเท่านั้น การที่กระทรวงศึกษาฯจะส่งเสริมให้เด็กได้รู้จักสิ่งแวดล้อม วิธีที่ดีที่สุดคือการให้ลงมือทำ ได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตของชาวบ้าน ถ้าร่วมกันปลูกป่าบก ป่าชายเลนให้อุดมสมบูรณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยก็จะยั่งยืนด้วย ถ้ามีต้นไม้เราจะไม่อดตายแน่นอนกฎหมายประเทศไทยยกเว้นให้ปลูกต้นไม้มีค่าได้ ก็อยากส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกคนปลูกต้นไม้ที่มีค่า เช่น พะยูง สัก กฤษณา ยาง เพื่อความมั่นคงของชีวิต และเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินไทย”

ด้าน ชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า จ.สมุทรสงคราม มีภูมิประเทศที่มี 3 น้ำ เช่น น้ำจืดน้ำกร่อย และน้ำเค็ม เป็นเมืองที่มีผลไม้ขึ้นชื่อ 3 อย่าง คือ ส้มโอลิ้นจี่ มะพร้าว และมี 3 นา คือนาข้าว นากุ้ง นาเกลือ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุดในประเทศไทย มีประชากรไม่ถึง 2 แสนคนในยามปกติมีนักท่องเที่ยวมาพัก มาเที่ยวปีละกว่า 2 ล้านคน ฉะนั้น ทางจังหวัดจึงมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการเสมือนมีประชากร 2 ล้านคน และเป็นจังหวัดที่มีคลองมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นเมืองพระราชสมภพของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 2 และ จ.สมุทรสงคราม มีศักยภาพในการพัฒนาทั้งด้านการเกษตร การประมง และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ซึ่งทางจังหวัดได้ให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะการปลูกป่าชายเลนได้มีการรณรงค์ให้ปลูกป่าชายเลนตลอดทั้งปี เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน

“สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯทรงปลูกป่าชายเลน ที่ จ.สมุทรสงครามระหว่างปี 2540-2547 ถึง 5 ครั้ง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะสืบสานต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จ.สมุทรสงคราม มีของดีหลายอย่างดังปรากฏในคำขวัญที่ว่า เมืองหอยหลอด ยอดลิ้นจี่ มีอุทยาน ร.2 แม่กลองไหลผ่านนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลม” ผู้ว่าฯ ชรัส กล่าว

ขณะที่ พีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ ป่าชายเลนคลองโคน กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ มาจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนวันนี้ โดยคุณหญิงได้ทำโครงการปลูกป่าชายเลนมาอย่างต่อเนื่องได้ผืนป่าชายเลนกว่า 300 ไร่แล้ว ปัจจุบันคลองโคนมีป่าธรรมชาติที่งดงาม คนในชุมชนมีอาชีพประมง มีความเป็นอยู่ที่ดี มีสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี สมุทรสงครามถือว่าเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำหากเรามีป่าชายเลน ก็จะทำให้เป็นที่อนุบาลฟื้นฟูสัตว์ที่เหลือน้อยได้เจริญเติบโตสามารถเป็นแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตประชาชนได้ และป่าชายเลนยังช่วยป้องกันคลื่นลม พายุ และป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งช่วงก่อนที่จะมีเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีต่างชาติเดินทางมาเที่ยวชมป่าชายเลนเป็นการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชนด้วย ดังนั้น เราจะต้องช่วยกันปลูกป่าชายเลนให้มากขึ้น

จากนั้น พีร์นิธิ ได้สาธิตวิธีการปลูกต้นโกงกางให้กับผู้ที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม และพาลงเรือเดินทางไปปลูกต้นโกงกางในแปลงที่กำหนดไว้อีกด้วย

Leave a comment