#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/559538

แพทย์เผยเคล็ดลับดูแลเส้นผม เมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5
วันพุธ ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ไลฟ์สไตล์ชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องใช้ชีวิตเผชิญกับปัญหามลภาวะทางอากาศ และฝุ่นละอองที่เกินค่ามาตรฐาน นอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและก่อให้เกิดการแพ้ระคายเคืองต่อผิวหน้าแล้ว ยังส่งผลกระทบโดยตรงกับเส้นผมและหนังศีรษะ หากละเลยหรือปล่อยไว้นานยิ่งจะทวีความรุนแรงและส่งผลเสียในระยะยาวได้ฝุ่นละออง PM2.5 (ParticulateMatters 2.5) คือฝุ่นละอองที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 2.5 ไมครอนหรือไมโครเมตร ซึ่งเล็กกว่าเส้นผมเราถึง 40 เท่า (เส้นผมมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 100 ไมครอน) เป็นอนุภาคที่ลักษณะขรุขระ สามารถนำพาสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายต่างๆ ติดมาด้วยอาทิ แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก ไฮโดรคาร์บอน เป็นต้น นอกจากนี้ฝุ่นละอองและมลภาวะสามารถเกาะตัวกับเส้นผมได้มากกว่าผิวหนังถึง 3 เท่า โดยเฉพาะผู้ที่มีผมหนาหรือยาวมักเกิดปัญหาผมเกิดความอ่อนแอ แห้งกรอบ หลุดร่วงง่าย รวมถึงการอุดตันรูขุมขนบนหนังศีรษะ และการเกิดสิว หากปล่อยไว้นานฝุ่นละอองเหล่านี้สามารถแทรกซึมเข้าเส้นผมและทำลายโครงสร้างโปรตีนของเส้นผม ทำให้ผมแห้งและหลุดร่วงมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วเส้นผมของคนเราจะหลุดร่วงเฉลี่ยประมาณวันละ 70-100 เส้น หากหลุดร่วงมากกว่านั้นก็อาจะเป็นสัญญาณว่าหนังศีรษะเริ่มมีปัญหา
แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม “ธัญ” (THANN) ที่ได้รับการยอมรับจากสากลทั่วโลก พร้อมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะ รศ.ดร.แพทย์หญิงรัชต์ธร ปัญจประทีป อาจารย์ประจำแผนกผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะเคล็ดลับการดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความร้อน กับผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม “ธัญ อะโรม่าเธอราพี แชมพู” (THANN Aromatherapyshampoo) 4 ชนิด อาทิ “ดีท็อกซิฟายอิ้งฟอร์มูล่า” (Detoxifying formula), “เอ็กซ์ตร้า ชายน์ ฟอร์มูล่า” (Extra shine formula), “เอ็กซ์ตร้า นูริชชิ่งฟอร์มูล่า” (Extra nourishing formula),“คัลเลอร์ ทรีท แฮร์ ฟอร์มูล่า” (Colour treated Hair formula) และผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพเส้นผม “แอดวานซ์ โพรเทคทีฟ แฮร์ เซรั่ม” (Advance protective hair serum) และ “แฮร์ มาส์ก” (Hair mask) โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมเผยเคล็ดลับการดูแลเส้นผมตามแบบฉบับของตนเอง อาทิ เมลนีย์ อยู่วิทยา,ญาดา รุ่งวัฒนภักดิ์ และ วัจณา เจริญสมสมัย ที่ ธัญ แซงชัวรี่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
รศ.ดร.แพทย์หญิงรัชต์ธรปัญจประทีป อาจารย์ประจำแผนกผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้แนะนำเคล็ดลับดูแลเส้นผมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 และความร้อนว่า “ปัญหามลภาวะทางอากาศทั้งแสงแดด ฝุ่นละออง PM2.5 ที่เราต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน นอกจากจะส่งผลกระทบกับสุขภาพร่างกายและผิวพรรณแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้เกิดอาการหนังศีรษะแห้งลอกเป็นขุย เส้นผมเปราะบาง ขาดความเงางาม หลุดร่วงง่าย การทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำเป็นประจำ เพื่อกำจัดคราบไขมัน ฝุ่นละออง และสิ่งสกปรก รวมถึงคราบสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม สำหรับคนที่หนังศีรษะมัน ควรสระผมทุกวัน หรือวันเว้นวัน และคนที่หนังศีรษะแห้งก็สามารถทิ้งระยะห่างในการสระผมห่างได้เช่นทุก 2-3 วัน
แชมพูที่ดีควรขจัดคราบไขมัน สิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงสารเคมีจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมออกไปได้มากที่สุดโดยไม่ทำให้เส้นผมหรือหนังศีรษะแห้งคัน ในปัจจุบันมีแชมพูสระผมหลากหลายประเภท อาทิ แชมพูสำหรับผมปกติ (Normal hair), ผมแห้ง (Dry hair), ผมมัน (Oily hair), ผมเสียแห้งเสีย (Damaged hair), ผมเส้นเล็ก (Fine hair), ผมทำสี (Colour treated hair) และแชมพูยาสำหรับรักษารังแคหรือการอักเสบของหนังศีรษะ ซึ่งการเลือกใช้ควรพิจารณาว่าแชมพูชนิดไหนเหมาะกับสภาพเส้นผมและหนังศีรษะของเรา นอกจากนี้การทำแฮร์ทรีทเม้นท์ (Hair treatment) ก็มีส่วนช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมามีสุขภาพดี การใช้ครีมนวดผม (Hair conditioner), ครีมหมักผม (Hair mask)หรือเซรั่มบำรุงเส้นผม (Hair serum) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติจะช่วยเคลือบปิดเกล็ดผม (Cuticular scales) ไม่ให้ฉีกขาดง่าย ช่วยลดแรงต้าน (Friction) เวลาหวีผม ทำให้เส้นผมไม่ถูกทำลายได้โดยง่าย และทำให้เส้นผมมีน้ำหนัก
นอกจากมลภาวะทางอากาศ แล้วสิ่งที่ทำลายสุขภาพเส้นผมโดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้เส้นผมเกิดความอ่อนแอ แห้งเสีย ชี้ฟูและไม่เงางาม ได้แก่ การใช้แชมพูสระผมที่มีค่าความเป็นด่างสูง รวมถึงการใช้น้ำที่ร้อนเกินไปสระผม รวมถึงการใช้ไดร์ร้อนเป่าผม เครื่องหนีบผม หรือเครื่องม้วนผม เป็นการทำลายเกล็ดผม ทำให้เส้นผมแห้งเสียขาดความชุ่มชื้น การดัดหรือยืดผมก็เช่นกันเนื่องจากสารเคมีในน้ำยาดัดหรือยืดผมทำให้เส้นผมเกิดการเปลี่ยนรูปร่าง และเปราะบางขึ้น ส่วนการกัดสีหรือทำสี ทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย เนื่องจากในน้ำยาทำสีผมมีส่วนประกอบของสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่าง ส่วนการอยู่ในสภาพอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน ทำให้เส้นผมแห้งกระด้าง เกิดไฟฟ้าสถิต ผมชี้ฟูและจัดทรงยาก รวมถึง ความเครียดทำให้ผมแห้งเสีย ขาดน้ำหนัก และการถอนเส้นผมอย่างต่อเนื่องติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทำให้ผมไม่งอกขึ้นมาใหม่ ส่วนการแกะเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดผื่นคันเรื้อรัง ผมหักขาดเป็นหย่อมๆ
ดังนั้นวิธีการง่ายๆ เพื่อผมสวย มีคุณภาพ เริ่มจากลดการใช้สารเคมีในการทำสี ดัด ย้อมให้น้อยที่สุด, หลีกเลี่ยงการเป่าผมด้วยความร้อนจัด หลีกเลี่ยงการหนีบผม หรือไดร์ยืดผมตอนที่เส้นผมยังเปียกอยู่ เพราะจะทำให้เส้นผมขาดหักได้ง่าย, การหวีผม ควรใช้แปรงที่มีตุ่มหรือหวีซี่ใหญ่ โดยไม่ทำให้เกิดเส้นผมขาดจากการเกี่ยวของหวีหรือแปลงได้, ควรใช้น้ำอุ่นในการสระผม โดยให้ปลายนิ้วนวดคลึงหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และไม่ควรเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรงขณะสระผม นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินเอ, วิตามินบี, สังกะสี (Zinc) และเหล็ก (Iron) อาทิ เนื้อปลา หอยนางรม ไข่ นมหรือผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วและธัญพืชชนิดต่างๆ ผักใบสีเขียวเข้ม ส้ม และแครอท ฯลฯ ก็ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงและมีสุขภาพดีได้อีกด้วย”

