#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/560943

ร้อนแล้ว………มารู้จักโรคลมแดดกัน
วันอังคาร ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
เริ่มเข้าฤดูร้อนอีกแล้วนะครับ ปีนี้ดูท่าจะร้อนมาก แค่ต้นเดือนมีนาคมก็ร้อนมากแล้ววันนี้ ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ขอนำเรื่อง “โรคลมแดด” โรคที่มาพร้อมกับฤดูร้อนมาให้รู้จักกัน
โรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก (heat stroke) เป็นความเจ็บป่วยที่เกิดจากความร้อน ทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้นผิดปกติร่วมกับอาการทางระบบประสาท แตกต่างจากอาการจากความร้อนอื่นๆ เช่น การเกิดตะคริวจากความร้อนและอาการอ่อนเพลียจากความร้อนที่มีความรุนแรงน้อยกว่า โรคลมแดดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที มักร่วมกับอุณหภูมิของร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
ปกติคนเราจะสร้างความร้อนขึ้นในร่างกายจากการเผาผลาญอาหาร แต่จะสามารถกระจายความร้อนได้โดยการแผ่รังสีความร้อนผ่านผิวหนังหรือโดยการระเหยของเหงื่อ แต่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงมาก ร่วมกับความชื้นสูง หรือการออกแรงอย่างหนักภายใต้แสงแดด ร่างกายอาจไม่สามารถกระจายความร้อนได้อย่างเพียงพอและอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้นมากอย่างรวดเร็วอีกสาเหตุหนึ่งของโรคลมแดดคือการขาดน้ำ คนที่ขาดน้ำจะไม่สามารถขับเหงื่อได้เร็วพอที่จะกระจายความร้อนจึงทำให้อุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น การป้องกันที่สำคัญคือหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแดดในช่วงอากาศร้อนจัด หากจำเป็นควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
.jpg)
ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดด ได้แก่ เด็กทารก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคปอด โรคไตหรือผู้ที่ทานยาที่เสี่ยงต่อการขาดน้ำและโรคลมแดด นักกีฬาบุคคลที่ทำงานข้างนอกและออกกำลังกายภายใต้แสงแดด เช่น ทหารเกณฑ์ ที่ไม่เคยออกกำลังกายกลางแดดมาก่อน แล้วได้รับการฝึกอย่างทันที
โรคลมแดดมี 2 แบบ คือ แบบที่เกิดจากการออกแรง และแบบที่ไม่ได้ออกแรง ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุ ทารก และผู้ป่วยเรื้อรัง จึงไม่จำเป็นต้องเกิดท่ามกลางแสงแดดเท่านั้น หากคุณคิดว่าคนคนหนึ่งอาจเป็นโรคลมแดดควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นทันทีเพื่อระบายความร้อน โดยรีบนำบุคคลนั้นเข้าที่ร่ม ถอดเสื้อผ้าส่วนเกินออก และทำให้ผู้ป่วยเย็นลงด้วยวิธีการ ได้แก่ ใส่ลงในอ่างน้ำเย็น ใช้ฝักบัวอาบน้ำเย็นฉีดพ่นตัว ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดถูตามตัว โดยเฉพาะตามซอกแขนขาใช้พัดลมเป่าพร้อมกับพ่นละอองน้ำเย็น หรือวางถุงน้ำแข็งหรือผ้าเย็นลงบนตัวคนนั้น บริเวณศีรษะ คอ รักแร้และขาหนีบ และรีบนำไปโรงพยาบาลทันที
อย่าลืมติดตาม ไขปัญหากับอายุรแพทย์ โดยราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย ทุกวันอังคารนะครับ
โดย พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์