20 วิธีที่จีนใช้สู้ภัยโควิด : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/561180

20 วิธีที่จีนใช้สู้ภัยโควิด : อาทร จันทวิมล

20 วิธีที่จีนใช้สู้ภัยโควิด : อาทร จันทวิมล

วันพุธ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564, 07.30 น.

ถึงแม้ว่าจีนจะเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดของโรคโควิดที่เมืองอู่ฮั่น เมื่อปลายปี พ.ศ. 2562 แล้วแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว   แต่ปรากฏว่า จีนสามารถควบคุมการระบาดของโรคและรักษาผู้ป่วยให้หายเป็นปกติจำนวนมาก ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน   ขณะที่อัตราผู้เสียชีวิตเพราะโควิดของสหรัฐอเมริกาต่อประชากรล้านคน ขึ้นไปที่ 1,627  แต่ที่จีนมีคนเสียชีวิตเพราะโควิดเพียง 3 คนต่อประชากรล้านคน ดังนั้นจึงน่าสนใจที่จะศึกษาว่าประเทศจีนมีวิธีการป้องกันและรักษาโควิดได้อย่างไร?

1.รีบวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นไม่รอให้ลุกลาม เมื่อทราบว่ามีโรคระบาดร้ายเกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2562   รัฐบาลจีนไม่รอช้าเพราะมีประสบการณ์จากโรคซาร์สระบาดเมื่อหลายปีก่อน จึงรีบหาต้นตอการระบาดจนพบว่ามาจากตลาดค้าส่งสัตว์ป่าและอาหารทะเลอู่ฮั่น  จึงสั่งปิดตลาด ห้ามนำซากและสัตว์มีชีวิตเข้าออกจากเมือง  ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกายตามสถานที่ต่างๆ หยุดขายตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ปิดโรงเรียนปิดเมือง ห้ามคนเข้าออกจากเมืองอู่ฮั่นที่มีคนมากถึง 10 ล้านคน  ทำให้เชื้อลดการแพร่ระบาดไปยังที่อื่น โดยไม่สนใจกับความเสียหายด้านเศรษฐกิจหรือการท่องเที่ยวเหมือนบางประเทศ คนอู่ฮั่นส่วนใหญ่ต้องอยู่ในบ้านแล้วสั่งอาหารมากินทางออนไลน์เพราะจะออกไปนอกบ้านเพื่อซื้ออาหารได้เพียงสัปดาห์ละครั้งเดียวในช่วงเวลาที่กำหนด 

2.ส่งเสริมการประชุมออนไลน์ การเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน การซื้อสินค้าและอาหารออนไลน์

3.ให้ร้านขายยาในอู่ฮั่นเปิดให้บริการปกติ เพื่อให้ประชาชนหาซื้อยาและอุปกรณ์ป้องกันตนเอง และไม่ให้ขึ้นราคา

4.ให้เงินรางวัลแก่ผู้ที่สงสัยว่าจะติดเชื้อแล้วมารับการตรวจ หากพบว่าติดเชื้อโควิดจริงก็รับเงินรางวัลไปเลย

5.ใช้มาตรการต่างๆ เพื่อช่วยให้คนจีนมีหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์ใช้พอเพียงในช่วงระบาดหนัก เช่น กว้านซื้อหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์จากทั่วโลก  เร่งผลิตหน้ากากในประเทศจีน  แจกหน้ากากอนามัยฟรี โดยลงทะเบียนผ่าน วีแชด ทางโทรศัพท์มือถือแล้วไปรับของตามร้านขายยาที่ระบุ ไม่ต้องมาเข้าคิวหรือมาประชุมรับของแจกเหมือนบางประเทศ 

6.ให้ข้อมูลผู้ป่วยที่ติดเชื้อรวมถึงเส้นทางการเดินทางของผู้ป่วยว่าไปไหนมา ทำอะไรมาบ้าง อย่างละเอียด เช่น หมายเลขห้องโรงแรมที่พัก, เลขเที่ยวบินเที่ยวรถไฟ เพื่อคนที่อยู่ร่วมทางจะได้สังเกตอาการและไปตรวจหาเชื้อ

7.รัฐบาลจีนจัดงบเร่งด่วน 4.4 พันล้านหยวนในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อโควิดชนิดใหม่ทั่วประเทศตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดหนักในปลายเดือนมกราคม 2563

8.ส่งทีมบุคลากรการแพทย์ทั่วประเทศจีนเข้าไปช่วยอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย พื้นที่ระบาดหนักทั้งแพทย์ปกติและแพทย์ทหาร กว่า 40,000 คน ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2563   สร้างโรงพยาบาลพิเศษ 2 แห่ง เพื่อรองรับผู้ป่วย COVID-19 นำโรงยิม, อาคารจัดแสดงสินค้า, หอประชุมทั่วเมือง มาทำเป็นโรงพยาบาลชั่วคราว

9.รายงานข่าวผู้ติดเชื้อทุกวัน  โดยการแถลงข่าวของหน่วยงานสาธารณสุข บรรดาสื่อสารมวลชนของจีนนำเสนอข่าวในเชิงบวกนอกเหนือจากการให้ข้อมูลการติดเชื้อ เช่น ข่าวจำนวนผู้รักษาหาย ออกจากโรงพยาบาล ที่จะเสนอให้ทันสมัยอยู่ทุกวัน

10.แยกผู้ติดเชื้อออกจากครอบครัวเนื่องจากมีการพบว่าร้อยละ 75 ของผู้ป่วยทั้งหมด เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดหรือครอบครัวเดียวกัน  ดังนั้นจึงต้องแยกตัวผู้ติดเชื้อออกจากญาติพี่น้องให้เร็วที่สุด และค้นหาทุกคนที่เคยติดต่อด้วยใน 48 ชั่วโมงก่อนหน้าแล้วรีบทำการตรวจหาเชื้อ ถ้าพบต้องส่งไปกักตัว 14 วัน เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโควิดแพร่ระบาดไปในวงกว้างจนหาต้นตอไม่พบ

11.ตรวจหาเชื้อในผู้เกี่ยวข้องทุกคน  หากตรวจพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนโดยอาจต้องปิดโรงงาน ตลาด โรงเรียน  สถานที่หรือยานพาหนะสาธารณะ และพื้นที่ใกล้เคียง  จนถึงปิดเมือง ปิดประเทศ  เพื่อป้องกันเชื้อโควิดแพร่กระจาย

12.ย้ายบริการการติดต่อแพทย์ครึ่งหนึ่งไปทางออนไลน์ และส่งยาทางไปรษณีย์  ลดจำนวนคนที่จะไปโรงพยาบาล  เพื่อสงวนโรงพยาบาลไว้ให้บริการแก่ผู้ป่วยอาการหนัก

13.จัดสถานที่กักกันผู้ตรวจพบว่าติดเชื้อเป็นเวลา 14 วัน  เพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อกับคนอื่น (เมืองไทยเรียกว่า โรงพยาบาลสนาม หรือศูนย์ห่วงใย)

14.ให้การรักษาพยาบาลฟรีแก่ผู้ติดเชื้อโควิด เพื่อแก้ปัญหาคนยากจนไม่ไปหาหมอ ซึ่งเกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา  เพราะคนยากจนที่ไม่มีประกันสุขภาพไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาที่แพงมากในโรงพยาบาล

15.เร่งวิจัย ผลิต ยาและวัคซีน และอุปกรณ์สำหรับป้องกันรักษาโควิด ทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบัน แล้วส่งไปช่วยมิตรประเทศที่ยากจน  เช่น ลาว กัมพูชา  พม่า  และประเทศในแอฟริกา

16.ใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือคิวอาร์โค้ด และ Health Code ทำให้สามารถติดตามตัวผู้ติดเชื้อ   เตือนคนที่เข้าไปใกล้ผู้ติดเชื้อ หรือพื้นที่อันตราย และแจ้งผู้ที่เสี่ยงสูงให้ไปตรวจหาเชื้อโควิด

17.รัฐบาลแจกเงินประชาชนด้วยการโอนเงินเข้ากระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์  ไม่ต้องมาเข้าคิวยาวที่ธนาคารหรือรีบร้อนลงทะเบียนในจำนวนจำกัดเหมือนในเมืองไทย   ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ลดภาษี  ช่วยเกษตรกรขายผลิตผลการเกษตร เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ

18.ประธานาธิบดีสี่จิ้นผิงและหลี่ เค่อ เฉียงนายกรัฐมนตรี มีความพยายามและทุ่มเทในการแก้ปัญหาโควิดด้วยตนเอง  มีการมอบเหรียญสดุดีเชิดชูบุคลากรที่ช่วยให้จีนรอดพ้นจากวิกฤตโควิด เช่น นายแพทย์ จง หนานซาน   พลตรีหญิง เฉินเหว่ย

19.ลงโทษสถานหนักต่อผู้ทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับโรคระบาดหรือก่อความเดือดร้อนให้ประชาชน    เช่น ผลิตหน้ากากอนามัยปลอม  หรือ ขายหน้ากากเกินราคา

20.ประชาชนชาวจีน มีความตื่นตัวในการป้องกันอันตรายของโรคโควิด   เชื่อฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่การแพทย์  และปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด  ไม่มีมีการต่อต้านหรือประท้วงเหมือนในบางประเทศ

ประสบการณ์ในการสู้โควิดของประเทศจีน  เป็นบทเรียนที่มีค่ายิ่งสำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นทั่วโลกที่กำลังประสบภัยจากโรคระบาดสำคัญของมนุษยชาติในครั้งนี้

Leave a comment