#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/561407

เปิดชีวิตสุดอาร์ตนักแสดงตัวพ่อ ‘อาหมู กลศ อัทธเสรี’ ผูกพันกับเสียงเพลงตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ
วันพุธ ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2564, 14.22 น.
นักแสดงรุ่นเก๋า อาหมู กลศ อัทธเสรี ที่เราจะเห็นฝีมือทางการแสดงของ อาหมู ทั้งในหนัง ละคร ต่างๆมามากมายกว่า 30 ปี ในวงการบันเทิง เมื่อ อาหมู ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ได้เปิดอีกมุมความสามารถที่ไม่มีค่อยมีใครรู้ว่า อาหมู คือ นักดนตรีตังยงที่ฝีมือระดับเทพอีกคนเลยก็ว่าได้
อาหมู กลศ : คือบางคนไม่รู้ว่าผมเป็นนักดนตรีมาก่อนที่จะเป็นนักแสดงเพราะผมอยู่ในวงการมา 30 ปี เล่นดนตรีมา 15 ปี คือ ก็ไม่ได้ถึงกับเป็นนักดนตรีมืออาชีพต้องขออนุญาตเอ่ยนามเขาหน่อย อี๊ด ฟุตบาท บางคนอาจจะไม่รู้จักแต่ถ้าพูดถึงเพลง จดหมายถึงพ่อ กฐินริมรั้ว หลายคนแนวทางเพื่อชีวิตจะรู้เลยแล้วเราก็ได้เล่นกับเขามาก่อน แต่ก็ไม่ได่เล่นแบบอาชีพหรืออะไรนะครับ ตอนนั้นคือเปิดหมวกเล่นกันเลยตามท้องสนามหลวง หอสมุด หรือตามงานศิลปะต่างๆเราไปเล่นเปิดหมวกแล้วก็เอาเงิน เราไม่ได้คิดว่าเป็นวณิพกขอทาน แต่เพราะเราหนุ่มๆเพิ่งจบช่างศิลปะทุกคนมีไฟทำงาน
(อาหมู โชว์เล่นกีตาร์)
ซึ่งทั้งหมดนี้เราทำเพลงแล้วเราจะปล่อยออกมาเป็นเพลงให้คนหาฟังกันได้
อาหมู กลศ : ผมแต่งเพลงไว้เยอะคือจะเข้าห้องอัดแต่เพราะเราไม่มีเงินไง เราทำไว้แล้วผมได้เล่นกีตาร์กับครูช่างทุกวันตั้งแต่ที่เขากลับมาจากอเมริกาจนทุกวันนี้ผมทำเพลงกับลูกครูช่างแล้ว เดี๋ยวจะเพลงทยอยออกมาให้ได้ฟังกันครับ
ต้องบอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นศิลปินตัวจริงนอกจากถ่ายละครแล้วยังวาดรูปด้วย
อาหมู กลศ : พี่ไม่ได้ถึงขนาดที่อยู่กองถ่ายแล้วเขียนรูปนะ แต่เวลาที่ผมไปถ่ายต่างจังหวัด ผมก็จะบันทึกภาพไว้ก่อนแล้วค่อยเอากลับมาเขียนเพราะว่าเราประทับใจในมุมที่เราได้เห็นในตอนนั้นแล้วเราก็มานั่งเขียนที่สตูดิโอ ส่วนสีที่ผมใช้จะเป้นสีไม้เพราะว่าผมเป็นคนที่สมาธิสั้น พวกก็คุยกับเพื่อนในวงการอย่าง ติ๊ก กลิ่นสี เสนาหอย ว่าจะมาจัดแสดงงานร่วมกันเพราะถ้าของเราคนเดียวอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ถ้าหลายๆคนก็จะมีอะไรหลากหลายสามารถเอามาแสดงได้ ผมคิดว่าการที่คนทำงานศิลปะคือ จะไม่กระเจิดกระเจิงอย่างช่วงโควิดที่ผ่านมา อย่างผมตื่นมาดูแลหมา ออกกำลังกายวันหนึ่งมันก็จะหมดไป ไม่ใช่เรามานั่งเศร้าว่าไม่มีงานทำ เพราะมันไม่ฟุ้งซ่าน แล้วเราก็มีสติมากพอเราจะหาทางออกได้เอง
ถ้าพูดว่า อาหมู อยู่ในวงการทั้งหนังและละครทั้งหมดกี่ปี
อาหมู กลศ : 30 ปีครับ เพราะว่าเด็กรุ่นลูกอะไรคือรู้จักเราหมดเพราะโอกาสที่เราได้เล่นละครเยอะแล้วผมมาจากละครเวทีแล้วผมเล่นได้หมดทั้งร้ายทั้งดี คืออยากฉากที่ผู้กำกับเขาให้ตบภรรยาเราบอกว่าต่อยเลยได้ไหม ผู้กำกับเขาก็ถามว่าไม่กลัวคนดูเกลียดเราเหรอ เราก็บอกว่าถ้าเราเล่นเราก็ต้องเล่นให้สุดเพราะว่าเราเป็นนักแสดง ถ้าเราว่านั่งคิดว่าอันนี้ไม่ได้ อันนั้นก็ไม่ได้มันก็ไม่ใช่นักแสดงจะร้ายหรือดีปล่อยให้สังคมเขาเป็นคนตัดสินดีกว่า แล้วเพราะว่าเราไม่ห่วงตรงนั้นเราเลยได้โอกาสจากผู้กำกับเยอะ
อย่างล่าสุด อาหมู ก็ผันตัวมาตามกระแสและอยู่ในกระแสด้วยกับการผันตัวมาร่วมกันสามเจเนอเรชั่น
อาหมู กลศ : พุทธ ลักษณ์ หมู บันเทิง ทำรายการกันคือ ตอนนี้ถ้าทำออนไลน์แล้วอยากจะได้ยอด ผมบอกว่ารายการของเรามันไม่ใช่ มันไม่ได้เปรี้ยงปร้างแล้ว แต่รายการของเรามันเหมือนร้านข้างมันไก่เล็กๆในซอยถ้าคุณทำสม่ำเสมอเดี๋ยวคนจะมากินเอง แล้วเราก็พูดถึงความหยาบในการรับรู้และไม่รู้จริงด้วย รายการที่เราทำมานี้ก็ประมาณช่วงโควิดอันแรกก็ประมาณเกือบปีครับ
แต่จนถึงทุกวันนี้งานละครของ อาหมู ก็ยังแน่นอยู่อยู่มายาวนานและอย่างดี ทุกเพศทุกวัยรู้จักอาหมูมีอะไรอยากฝากคนรุ่นใหม่ไหม
อาหมู กลศ : คือ ที่อยากฝากคนรุ่นใหม่ไม่อยากฝากผลงานแต่สิ่งที่อยากฝากน้องๆคือทุกวันนี้ เป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้ามั่นใจตัวเองมากเกินไปคุณจะไม่ฟังคนอื่น โอกาสที่เข้ามาหาคุณจะน้อยลง แล้วเด็กทุกวันนี้คือเร็ว เช่นระบบสื่อสารจะต้องเร็วดีกว่าคนอื่นความเร็วมันไม่ใช่คำตอบคุณอาจจะหาคำตอบ แต่คุณไม่มีวันลึกซึ้งได้เท่ากับผม คุณได้ความเร็วจริงแต่คุณจะละเลยสิ่งที่คุณได้มาพวกคุณเก่งกว่าผมอยู่แล้ว แต่ต้องมีความอดทนสัก และความใส่ใจในรายละเอียดให้ได้มา
สามารถชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลังได้ทาง ยูทูป : https://youtu.be/uS5v8mv_YCQ


