#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/563091

โครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์
วันพฤหัสบดี ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ร่วมกับ คณะนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ สำหรับผู้บริหารระดับสูง (ปธพ.) รุ่นที่ ๙ และแพทยสภา สถาบันพระปกเกล้ากระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดโครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์และฆราวาสของวัดในเขตบางกอกใหญ่ และเขตธนบุรี รวมจำนวน ๑๔ วัด ณ อาคารปริยัตินุสรณ์ วัดหงส์รัตนาราม ราชวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทั้งนี้เป็นโครงการที่ ๑๗ ที่มีการออกหน่วยการตรวจรักษาพระภิกษุสงฆ์ โดยได้แพทย์ พยาบาลอาสา และบุคลากรอาสา จากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันจัดคลินิกเฉพาะทางตรวจเลือด เอกซเรย์ทรวงอกตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลินิกตา คลินิกหู คอ จมูก คลินิกกระดูกและข้อ และการจัดสอนการกู้ชีพพื้นฐาน (BasicCPR) เพื่อบริการให้แก่ภิกษุสงฆ์สามเณร บุคลากรของวัด รวมทั้งสิ้น๖๔๒ คน ตลอดจนการเสนอแนวทางในการเฝ้าระวังการป้องกันการเจ็บป่วย ซึ่งมีหลากหลายปัจจัยที่เป็นต้นเหตุในการก่อให้เกิดโรคต่างๆ พร้อมทั้ง ได้ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระภิกษุสงฆ์ และถวายเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติไว้ประจำวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร จำนวน ๑ เครื่อง เพื่อทางวัดได้ใช้ประโยชน์ต่อไป
ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย ประธานจัดงานในครั้งนี้ และเป็นประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ ผู้ก่อตั้งโครงการดังกล่าว ได้กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ และพบว่ามีพระบางรูปมีอาการเจ็บป่วยโดยไม่ทราบมาก่อน จึงนำเรียนสมเด็จพระสังฆราช ท่านจึงอนุโมทนาให้ทำการตรวจรักษาต่อเนื่อง โดยหลักการที่ว่าสังขารของพระภิกษุสงฆ์เป็นเครื่องมือสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ทางมูลนิธิฯจึงได้จัดโครงการต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน นับเป็นโครงการที่ ๑๗ ดูแลพระภิกษุสงฆ์ไปมากกว่า ๕,๐๐๐ รูปในปีนี้ นักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ ๙มีจิตกุศลขอจัดโครงการร่วมกับ
วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เพื่อตรวจสุขภาพและถวายความรู้แก่พระภิกษุสงฆ์โดยการรวมใจของแพทย์เฉพาะทางจำนวนมากในหลักสูตร รุ่น ๑-๙ ซึ่งเป็นกิจกรรมประจำปี ๒๕๖๔ ของมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์
นายอนุทิน ชาญวีรกูลรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า ในการตรวจสุขภาพพระภิกษุในโครงการนี้ จากหลายๆ วัด ที่ผ่านมาพบว่ามีพระคุณเจ้าป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเกี่ยวกับดวงตาใน ๓ อันดับแรกข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์มากๆ ที่ได้พา “หมอมาหา” การจัดโครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ในครั้งนี้จึงนับเป็นการสร้างโอกาสในการถวายการมีคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพระคุณเจ้าเพราะเมื่อป่วยไข้ ยิ่งได้รับการรักษาเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีเร็วขึ้นเท่านั้น กระทรวงสาธารณสุขเองได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายที่จะส่งเสริมให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเท่าเทียมกันในการเข้าถึงหมอได้อย่างรวดเร็วและใกล้ชิดขึ้น แต่เราอาจลืมคิดไปว่ากลุ่มคนที่ดูเหมือนใกล้หมอแต่แท้จริงแล้วกลับไกลหมออย่างคาดไม่ถึงคือกลุ่มพระภิกษุ
พร้อมกันนี้ พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรุงเทพมหานคร มีวัดจำนวน๔๕๖ วัด และพระภิกษุสงฆ์มากกว่า ๑๖,๐๐๗ รูป ซึ่งกรุงเทพมหานคร มีนโยบายในการดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ทั่วกรุงเทพมหานครอย่างสม่ำเสมออยู่แล้ว และยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้โครงการแพทย์อาสาถวายสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาร่วมเติมเต็มระบบสุขภาพของพระภิกษุสงฆ์ โดยแพทย์ พยาบาล และจิตอาสา ของมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ และ ปธพ.รุ่นที่ ๙ โดยในครั้งนี้มีการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ ๖๔๒ รูป จำนวน ๑๔ วัด ในเขตบางกอกใหญ่และเขตธนบุรี ซึ่งทางกรุงเทพมหานคร ยินดีและเต็มใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่
พล.ต.ท.นพ.วิฑูรย์ นิติวรางกูรประธานนักศึกษา ปธพ.รุ่นที่ ๙ได้กล่าวว่าโครงการนี้เป็นโครงการร่วมใจของนักศึกษา ปธพ. รุ่นที่ ๙ที่มาจาก ๖ เสาหลักของการแพทย์ไทย ซึ่งเปิดการศึกษาตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ โดยทุกท่านมีจิตอาสาในการจัดโครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพรอมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ซึ่งในครั้งนี้แพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ และจิตอาสา ตั้งใจดูแลพระภิกษุสงฆ์จำนวน ๑๔ วัด ได้แก่ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร,วัดโมลีโลกยารามราชวรวิหาร,วัดนาคกลางวรวิหาร, วัดดุสิตารามวรวิหาร, วัดอมรินทรารามวรวิหาร,วัดชิโนรสารามวรวิหาร, วัดฉิมทายกาวาส,วัดประดู่ฉิมพลี, วัดท่าพระ, วัดใหม่พิเรนทร์, วัดมะลิ
โดยนักศึกษาในหลักสูตรร่วมใจกันออกหน่วยคลินิกเฉพาะทาง ตรวจเลือด เอกซเรย์ทรวงอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ คลินิกตา คลินิกหู คอ จมูก คลินิกกระดูกและข้อ และการจัดสอนการกู้ชีพพื้นฐาน (Basic CPR) เพื่อบริการให้แก่ภิกษุสงฆ์ สามเณร บุคลากรของวัด ตลอดจนมอบอุปกรณ์การศึกษาและเครื่องกีฬาให้กับนักเรียนโรงเรียนวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร และมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์แต่มีคุณธรรมและความประพฤติดีอีกด้วย ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ บริษัทมหาชน และหน่วยงานเอกชนทุกแห่ง ที่สนับสนุนโครงการ
พลอากาศตรี นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ ผู้อำนวยการหลักสูตร ปธพ. กล่าวว่า หลักสูตรนี้ได้เปิดตั้งแต่ ปี ๒๕๕๕ มีนักศึกษาที่จบการศึกษาไปแล้ว ๘ รุ่น รุ่นปัจจุบันเป็นรุ่นที่ ๙ ทุกรุ่นจะมีกิจกรรมเพื่อสังคม โดยกำหนดให้มีอย่างน้อย ๓ โครงการ โครงการนี้เป็นโครงการแรก คือ โครงการแพทย์อาสาถวายการตรวจสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ เพื่อถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร)สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยโครงการต่อไปจะจัดโครงการแพทย์อาสา ปธพ.สัญจรที่จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ ๑๗-๑๘ เมษายน ๒๕๖๔ และโครงการหน่วยแพทย์อาสาร่วมใจเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ ๙ จังหวัดราชบุรีในเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ๒๕๖๔ทั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ แพทยสภาสถาบันพระปกเกล้า และนักศึกษา ปธพ.รุ่น ๑-๙ โดยโครงการนี้ตั้งขึ้นโดยยึดถือพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ที่พระราชทานให้แพทย์ผู้ถวายการรักษา ว่า “อ่อนน้อมถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าดูถูกใคร”นำผู้บริหารทางการแพทย์ เรียนรู้ร่วมกันกับผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชน ในการแก้ปัญหาของวงการแพทย์ไทย และออกหน่วยแพทย์อาสาเพื่อเห็นปัญหาจริงของวงการแพทย์และสาธารณสุข ซึ่งประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาแบบบูรณาการไปแล้วจำนวนมาก หลักสูตรฯต้องขอขอบคุณผู้สนับสนุนโครงการแพทย์อาสาทุกภาคส่วนเป็นอย่างยิ่งที่ทำให้โครงการบรรลุวัตถุประสงค์ โดยในงานได้รับเกียรติจาก นายกแพทยสภา เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และผู้บริหารระดับสูงจำนวนมากร่วมมีจิตศรัทธาในการจัดงานในครั้งนี้ โดยเป็นการนำ“หมอมาหาพระ”


