#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/563702

สาเหตุ 21 ประการ ที่ทำให้โควิดระบาดใหญ่ในญี่ปุ่น : อาทร จันทวิมล
วันเสาร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.39 น.
การที่โควิดระบาดหนักที่อเมริกาหรือยุโรปเพราะคนผิวขาวไม่ชอบใส่หน้ากาก ผู้นำอ่อนแอ และ สิทธิมนุษยชนในระบอบประชาธิปไตย นั้นเป็นเหตุผลที่พอฟังได้ แต่การที่คนญี่ปุ่นที่นิยมใส่หน้ากาก มีผู้นำที่ดี ประชาชนมีระเบียบวินัยสูง มีระบบรักษาพยาบาลที่ทันสมัย และ แต่กลับเกิดโควิดระบาดหนักขึ้นได้ต่อเนื่องนั้น เป็นสิ่งแปลกประหลาดที่จะต้องวิเคราะห์อย่างละเอียด และต้องเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในเมืองไทยของเรา
ประเทศญี่ปุ่นมีประชากร 126.2 ล้านคน ติดเชื้อโควิด 468,614 คน เสียชีวิต 9,061 คน คือเสียชีวิต 72 คนต่อประชากรล้านคนพบผู้ติดเชื้อคนแรกที่เมืองคานากาว่า เป็นคนญี่ปุ่นที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อ 16 มกราคม 2563 และต่อมาพบจากผู้ที่เดินทางจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป เช่น อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี มีผู้ติดเชื้อเกินแสนคนเมื่อเดือนตุลาคม 2563 และผู้ติดเชื้อเกินสี่แสนคนเมื่อ เดือนกุมภาพันธ์2564 (ข้อมูลเมื่อ 29 มี.ค.64)
นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชินโสะ อาเบะตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อบริหารงานโควิดโดยเฉพาะ ปิดสถานศึกษา สนามกีฬา โรงภาพยนตร์ เลื่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อเดือนเมษายน 2563 จัดเครื่องบินเช่าเหมา 5 ลำไปรับคนญี่ปุ่นกลับจากเมืองอู่ฮั่น กักตัวคนที่เคยไปมณฑลหูเป่ยและซินเกียง 14 วัน ห้ามจัดงานที่มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก จำกัดคนเข้าโรงพยาบาลเฉพาะผู้ที่มีอาการหนัก ส่วนผู้ป่วยเล็กน้อยให้รักษาตัวอยู่ที่บ้าน แนะนำไม่ให้ผู้สูงอายุไปโรงพยาบาล ส่งเสริมการทำงานที่บ้าน รัฐบาลจัดเงินชดเชยให้คนงานที่ต้องหยุดงานเพราะป่วยด้วยโควิด จำกัดเวลาเปิดร้านอาหารและการขายสุรา และ ห้ามคนจาก146 ประเทศเข้าญี่ปุ่น
เดือนกุมภาพันธ์ 2563 เกิดเหตุโควิดระบาด บนเรือสำราญ ไดมอนด์ปรินเซส ของอังกฤษ ซึ่งถูกกักอยู่ที่ท่าเรือโยโกฮาม่า ต้องกักตัวผู้โดยสารและลูกเรือ3,600 คนอยู่บนเรือเป็นเวลานาน แต่คนในเรือใช้ห้องอาหารเดียวกัน และบนเรือไม่มีผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อ ทำให้มีการแพร่เชื้อในเรือจนมีผู้ป่วยบนเรือมากกว่า 400 คน
อัตราผู้เสียชีวิตของคนญี่ปุ่นต่อประชากรล้านคนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าประเทศอื่นเช่นสหรัฐอเมริกาหรืออังกฤษอย่างมาก เพราะความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขการแพทย์ความมีระเบียบวินัย การทักทายแบบโค้งคำนับไม่สัมผัสตัว การใส่หน้ากากอนามัยมากว่าร้อยปีตั้งแต่การระบาดของไข้หวัดเสปนใน พ.ศ. 2462 การล้างมือล้างเท้าถอดรองเท้าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ต้องเดินเท้าเป็นระยะทางไกลระหว่างการต่อสถานีรถไฟใต้ดินไม่มีจักรยานยนต์รับจ้างเหมือนในเมืองไทย ทำให้มีภูมิต้านทานของร่างกายสูง อายุยืน เส้นเลือดหัวใจและปอดแข็งแรง มีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจและเบาหวานในอัตราต่ำ
การวิเคราะห์สาเหตุที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิดในญี่ปุ่นมากกว่าสี่แสนคนได้แก่
1.กฎหมายรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นแต่เดิม ไม่ให้อำนาจรัฐบาลในการสั่งปิดเมืองล้อคดาวน์ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นไม่สามารถบังคับการเว้นระยะห่างทางสังคม ไม่สามารถควบคุมกักตัวคนที่ติดเชื้อโควิด ไม่สามารถสั่งปิดร้านอาหาร หรือลงโทษผู้ติดเชื้อที่หนีออกจากสถานพยาบาล ได้แต่ขอร้องแนะนำขอความร่วมมือตามความสมัครใจ แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 หลังจากมีผู้ติดเชื้อโควิดในญี่ปุ่นหลายแสนคนแล้ว นายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ สึกะ แถลงว่า รัฐสภาญี่ปุ่นเพิ่งออกกฎหมายใหม่ ให้ลงโทษปรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามการควบคุมโควิดของรัฐบาล เช่น การไม่ยอมตรวจหาเชื้อ ตรวจพบเชื้อแล้วไม่ยอมไปโรงพยาบาล ไม่ยอมกักตัวที่บ้าน 14 วัน หรือไม่ยอมปิดร้านหรือกิจการในเวลาที่ห้าม
2.วัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ยึดมั่นในประเพณีและสิ่งที่เคยทำมาก่อนการจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรนั้นทำได้ยาก เช่นการดื่มสุราอย่างเมามายในคืนวันศุกร์ การเยี่ยมญาติ การไปเที่ยวในวันหยุดยาว หรือการร้องเพลงคาราโอเกะเป็นหมู่ ทำให้โควิดระบาดได้รวดเร็ว
3.การทำงานตามแบบญี่ปุ่นที่ค่อยๆปรับปรุงทีละเล็กละน้อย (ไคเซ็นKaizen) ทำให้มาตรการป้องกันโควิดชนิดที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ทำได้ช้า และบางอย่างก็ทำไม่ได้
4.อาหารญี่ปุ่น พวก ปลาดิบแช่เย็นโซบะเย็น น้ำแข็งใส ผักดองเปรี้ยว และน้ำซอสโชยุ ที่ไม่ผ่านความร้อน ทำให้เชื้อโควิดสามารถแฝงตัวอยู่ในอาหารได้เป็นเวลานาน
5.การอาบน้ำรวม คนญี่ปุ่นชอบการเปลือยกายนอนแช่อาบน้ำแร่รวมหลายๆคน ซึ่งอาจเป็นการแพร่เชื้อโควิดได้ทางหนึ่ง
6.การตะโกนต้อนรับ ในร้านอาหาร พนักงานทุกคนในร้านจะตะโกนต้อนรับลูกค้าที่มาใหม่ว่า “อิริชัย มาเสะ” แปลว่ายินดีต้อนรับ การตะโกนดังกล่าวอาจทำให้ละอองน้ำลายจากผู้มีเชื้อโควิด ตกลงไปในอาหารหรือฟุ้งกระจายอยู่ในร้านได้
7.ประเทศญี่ปุ่นอยู่ใกล้ประเทศจีน มีนักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยวญี่ปุ่นปีละเกือบ 10 ล้านคน ดังนั้นจึงอาจมีคนติดเชื้อโควิดที่ตรวจคัดกรองที่สนามบินไม่พบ หลุดรอดเข้าไปแพร่เชื้อในญี่ปุ่นโดยง่าย
8.คนญี่ปุ่นอายุยืน ทำให้มีผู้สูงอายุจำนวนมาก ที่สามารถติดเชื้อได้ง่าย
9.คนญี่ปุ่นอยู่กันอย่างแออัดในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียว โอซาก้าเกียวโต ฟูกูโอกะ ชิบะ ไซตามะ คานางาวะลิฟต์ขึ้นตึกสูง และสถานีรถไฟใต้ดิน อาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโควิด
10.อากาศที่หนาวเย็นทำให้เชื้อโควิดสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานกว่าเมืองร้อน
11.คนญี่ปุ่นไปทำงานอยู่ทั่วโลก เช่น อิตาลี อังกฤษ อเมริกา บราซิล เม็กซิโกและมีโรงงานผลิตรถยนต์ ฮอนด้า อยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ทำให้คนดังกล่าว อาจติดเชื้อโควิดโดยไม่แสดงอาการ เมื่อกลับมาเยี่ยมบ้านที่ญี่ปุ่น ก็นำเชื้อมาแพร่ให้คนในครอบครัว กว่าจะรู้ตัวโดยไปตรวจพบโควิดภายหลัง ก็ได้แพร่เชื้อไปให้คนจำนวนมากแล้ว
12.ตำรวจญี่ปุ่นไม่สามารถจับกุมลงโทษคนที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากตำรวจอินเดียที่ใช้หวายเฆี่ยนคนที่ไม่ใส่หน้ากากออกไปเดินหรือขี่จักรยานยนต์ไปตามถนน
13.ระบบขนส่งมวลชนด้วยรถไฟบนดินและใต้ดินของญี่ปุ่นที่แน่นขนัด เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่พักอยู่นอกเมืองแล้วขึ้นรถไฟเข้ามาทำงานในเมืองอย่างยัดเยียด จนต้องมีเจ้าหน้าที่คอยผลักอัดคนเข้าไปในรถใต้ดินในเวลาเร่งด่วน ไม่สามารถเว้นระยะห่างทางสังคมได้ ทำให้เชื้อโควิดจากผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการ แพร่กระจายไปได้อย่างกว้างขวาง
14.การตรวจคัดกรองด้วยเครื่องวัดอุณหภูมิระยะไกล ไม่สามารถตรวจแยกผู้ติดเชื้อโควิดที่ไม่แสดงอาการได้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่สถานีรถไฟ สนามบิน และห้างสรรพสินค้า ต่างๆ แพร่เชื้อให้คนจำนวนมาก
15.การสูบบุหรี่ กินเหล้า ปัจจุบันนี้ยังมีคนญี่ปุ่นสูบบุหรี่ และนิยมดื่มเหล้าสาเก จำนวนมาก ทำให้ติดเชื้อโควิดง่าย
16.คนป่วยล้นโรงพยาบาลบุคลากรและอุปกรณ์การแพทย์ที่มีจำกัด จนต้องส่งผู้ป่วยทั่วไปที่มีอาการไม่หนักกลับไปอยู่ที่บ้านหรือโรงแรม เพื่อจะได้มีเตียงในโรงพยาบาลไว้รองรับผู้ป่วยโควิดอาการหนัก ทำให้เชื้อโควิดติดตัวผู้ป่วยไปแพร่กระจายจนหาต้นตอไม่พบ การพบหมอในโรงพยาบาลญี่ปุ่นทำได้ยากและต้องนัดล่วงหน้า หมอเฉพาะทางส่วนหนึ่งทำงานอยู่ในคลินิกเล็กๆนอกโรงพยาบาล การซื้อยาส่วนใหญ่ต้องมีใบสั่งแพทย์
17.การยกเลิกภาวะฉุกเฉินและมาตรการป้องกันโควิดเร็วเกินไป ทำให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่แสดงอาการแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนรอบตัวในวงกว้าง
18.ในระยะต้น การตรวจหาเชื้อในญี่ปุ่นยังไม่มาก และไม่ค่อยได้ตรวจผู้ไม่แสดงอาการทำให้มีผู้ติดเชื้อหลุดรอดเข้าไปอยู่ในสังคม และไม่สามารถค้นหาต้นตอของการติดเชื้อได้ ต่อมาเมื่อทำการตรวจคัดกรองมากขึ้น จึงพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากจนรักษาไม่ทัน
19.ปัญหาเศรษฐกิจและการว่างงาน ทำให้รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนให้ประชาชนไปเที่ยวภายในประเทศ และกินอาหารนอกบ้าน ช่วยกระจายการระบาดของโควิดที่มีอยู่มากแล้ว ออกไปทั่วประเทศ
20.คนญี่ปุ่นจำนวนมากยังไม่ฉีดวัคซีนโควิด เพราะเกรงอันตรายจากผลข้างเคียงในการฉีดวัคซีน และข่าวที่สับสนในประสิทธิภาพของวัคซีนยี่ห้อต่างๆ ซึ่งเป็นของที่คิดค้นขึ้นใหม่ ว่าจะป้องกันโควิดกลายพันธ์ เช่นสายพันธ์แอฟริกา อังกฤษหรือบราซิลที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์จีนได้หรือไม่ คนญี่ปุ่นจำนวนมาก จึงยังไม่ตัดสินใจว่าจะฉีดวัคซีนหรือไม่
21.เชื้อโควิดกลายพันธุ์ มีการพบเชื้อโควิดสายพันธุ์บราซิล และอังกฤษ ระบาดในญี่ปุ่น ทำให้ยาที่เคยใช้ได้ผลในการรักษาโควิดสายพันธุ์จีนมีประสิทธิภาพลดลง