ครบ 1 ปี ‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’ คุมโควิด-19 ‘นักวิชาการ-ทนาย’ ห่วงปิดกั้นสิทธิ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565547

ครบ1ปี‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’คุมโควิด-19  ‘นักวิชาการ-ทนาย’ห่วงปิดกั้นสิทธิ

ครบ1ปี‘พ.ร.ก.ฉุกเฉิน’คุมโควิด-19 ‘นักวิชาการ-ทนาย’ห่วงปิดกั้นสิทธิ

วันจันทร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2563/64 ซึ่งจัดโดยองค์กรนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เมื่อเร็วๆ นี้ มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 เพื่อรับมือสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.2563 เป็นต้นมา

นายพัชร์ นิยมศิลป อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อพิจารณาในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือต้องมีเหตุฉุกเฉินและเป็นภัยที่เห็นได้ชัดต่อชาติ ซึ่งกลไกปกติไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องคุ้มค่าและเกิดประโยชน์ต่อสาธารณะมากพอ โดยมีหลายประเทศที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อรองรับการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น การล็อกดาวน์ ขณะที่ประเทศไทยนั้นมี พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งตนคิดว่ามีอำนาจเพียงพอจะใช้ได้ การใช้กฎหมายปกติก็เพียงพอแต่รัฐบาลประกาศเหตุฉุกเฉินรอไว้ก่อนแล้ว

นอกจากนี้ การใช้สถานการณ์โรคระบาดเป็นเหตุในการใช้มาตรการฉุกเฉิน ข้อกังวลคือรัฐอาจใช้เป็นข้ออ้างเพื่อละเมิดและจำกัดสิทธิผู้คน อีกทั้งยังมีการใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองบางอย่าง เช่น การเก็บข้อมูลมือถือจนล่วงละเมิดไปยังพรมแดนสิทธิส่วนบุคคล หรือใช้เพื่อปิดกั้นการแสดงออกทางการเมือง ในประเทศไทย ปัญหาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มี 3 เรื่องหลักๆ คือ 1.เรื่องระยะเวลาซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ต่อเวลาไปเรื่อยๆ

2.เรื่องการรับผิดของเจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมทำเกินกว่าเหตุจะต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ โดยมีศาลยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ คำถามคือมีประสิทธิภาพแค่ไหน และ 3.หากมีการเลือกปฏิบัติ ใครเป็นคนตรวจสอบ ตัวละครที่หายไปจากบริบทของไทยเช่นการตรวจสอบโดยรัฐสภาทำได้แค่ไหน เห็นได้ชัดว่าฝ่ายค้านไม่มีบทบาทอะไรมากนักนอกจากขยายประเด็น องค์กรอิสระต่างๆ หายไปไหน เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่เงียบหายไป หรือศาล มีเจตจำนงจะเข้ามาตรวจสอบเจตจำนงของอำนาจรัฐมากแค่ไหน

“กฎหมายฉุกเฉินถือเป็นยาแรง ในต่างประเทศอาจมีกรณีที่รัฐบาลประกาศกฎหมายออกมาก่อนแล้วค่อยไปผ่านกระบวนการรัฐสภา หรือออกกฎหมายใหม่เป็น พ.ร.บ.โควิด อย่างที่พบในสหราชอาณาจักร ซึ่งใช้เวลาพิจารณาเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น ขณะที่บ้านเราผ่านมาปีหนึ่งแล้วก็ยังไม่มี ทั้งนี้ ยังพบว่าการบังคับใช้ พ.ร.บ. และ พ.ร.ก.นั้นก็มีความแตกต่างกันในเชิงบังคับใช้ด้วย พ.ร.บ.โรคติดต่อมีเจตนารมณ์โดยเฉพาะ หากเราใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อ คนนำคือกระทรวงสาธารณสุขหรือบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกแบบมาเพื่อความมั่นคง คนนำจึงเป็นสายทหารหรือสายปกครอง” นายพัชร์ กล่าว

ด้าน น.ส.พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวเสริมว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังตัดอำนาจการพิจารณาคดีของศาลปกครองออกไป ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากศาลปกครองถูกออกแบบมาเพื่อตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยเฉพาะ โดยการพิจารณาของศาลยุติธรรม ผู้เสียหายต้องพิสูจน์ว่าโจทก์หรือเจ้าหน้าที่กระทำความผิด แต่ศาลปกครอง ศาลจะเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบและค้นหาพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหาย

Leave a comment