แนะปลูกถั่วเขียวช่วงแล้ง ใช้น้ำน้อย-ช่วยปรับปรุงดิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/565864

แนะปลูกถั่วเขียวช่วงแล้ง  ใช้น้ำน้อย-ช่วยปรับปรุงดิน

แนะปลูกถั่วเขียวช่วงแล้ง ใช้น้ำน้อย-ช่วยปรับปรุงดิน

วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำน้อยและมีโอกาสเกิดภัยแล้งปี 2563/64 ในพื้นที่ 28 จังหวัด ประกอบด้วย พื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา นครนายก นครปฐม สมุทรสาคร และจังหวัดสุพรรณบุรี และพื้นที่ลุ่มน้ำอื่นๆ 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย น่าน ลำพูน บึงกาฬ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี ราชบุรี ระยอง สระแก้ว ชุมพร และจังหวัสุราษฎร์ธานี ซึ่งกรมส่งเสริมการเกษตรได้ขอความร่วมมือเกษตรกรทั้ง 28 จังหวัดดังกล่าว งดปลูกข้าวรอบที่ 3 (นาปรังรอบที่ 2) เด็ดขาด เพื่อป้องกันการเสียหายจากการขาดแคลนน้ำ

ในช่วงฤดูแล้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรขอแนะนำพืชที่เหมาะสำหรับปลูกทดแทนนาปรัง ทั้งพืชไร่ พืชสมุนไพร ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผัก โดยเฉพาะพืชไร่ กลุ่มของพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเขียว เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี อายุการเก็บเกี่ยวสั้น (ประมาณ 90 วัน) ใช้น้ำน้อยเพียง 320-400 ลูกบาศก์เมตร/ไร่ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วไถกลบซากต้นถั่วเป็นปุ๋ยช่วยบำรุงดินได้ เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วน ดินร่วนเหนียว ดินร่วนเหนียวปนทรายที่ระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมขัง สามารถสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร หรือปลูกเป็นปุ๋ยพืชสดในนาข้าวในช่วงที่เว้นว่างจากการทำนาปรังได้ด้วย

สำหรับพันธุ์ถั่วเขียวที่แนะนำให้เกษตรกรปลูก คือ พันธุ์ชัยนาท 84-1, ชัยนาท 72, ชัยนาท 3 และกำแพงแสน 2เนื่องจากเป็นพันธุ์ที่เจริญเติบโตดีและเหมาะสมกับชนิดของดินและสภาพอากาศในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง โดยอาศัยความชื้นในดินหลังการเกี่ยวข้าว สามารถปลูกได้ทั้งแบบหว่านและแบบแถว โดยใช้เมล็ดพันธุ์ 4-6 กิโลกรัม/ไร่

สำหรับการดูแลรักษาทำได้โดยการให้น้ำทันทีหลังปลูกและหลังการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง และไม่ควรปล่อยให้ถั่วเขียวขาดน้ำในช่วงระยะออกดอกจนถึงติดฝัก มิฉะนั้นจะทำให้ผลผลิตลดลงและไม่ได้คุณภาพในกรณีมีปริมาณน้ำจำกัดควรใช้วัสดุคลุมแปลง เช่น ฟางข้าว เพื่อรักษาความชื้นในดิน ส่วนการเก็บเกี่ยวถั่วเขียว โดยทั่วไปให้สังเกตว่าถั่วเขียวมีฝักแก่ร้อยละ 80 วิธีเก็บโดยใช้มือปลิดฝักแก่ที่มีสีดำ และครั้งที่ 2 หลังจากปลิดฝักครั้งแรกประมาณ 14 วัน หรือใช้รถเกี่ยวพร้อมนวดเพียงคราวเดียว หลังจากนั้นนำถั่วเขียวมาตากแดด 2-3 แดด เพื่อลดความชื้นให้เหลือ 11-12% แล้วจึงบรรจุกระสอบเพื่อเตรียมจำหน่ายต่อไป ทั้งนี้ การผลิตถั่วเขียวในฤดูแล้งจะได้ผลผลิตประมาณ 150-200 กิโลกรัม/ไร่ โดยมีราคาจำหน่ายเฉลี่ย 25 บาท/กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับคุณภาพผลผลิตของถั่วเขียว ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในช่วงฤดูแล้งนี้ได้

Leave a comment