#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/565635

โควิดรอบใหม่ในอินเดีย : อาทร จันทวิมล
วันพุธ ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2564, 07.30 น.
ประเทศอินเดีย ซึ่งมีประชากร 1,390 ล้านคน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายแรก เป็นนักเรียนอินเดียที่กลับจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อ 30 มกราคม2563 ต่อมาพบจากนักท่องเที่ยวอิตาลี แล้วระบาดไปทั่วประเทศ มีผู้ติดเชื้อโควิด 12.68ล้านคน (มากเป็นที่ 3 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และบราซิล ) เสียชีวิต 165,577คน (6 เม.ย.64)
อินเดียพบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อ 30 มกราคม 2563 ที่เมืองเคราล่า จากนักเรียนที่กลับจากอู่ฮั่น และต่อมาพบจากนักท่องเที่ยวที่มาจากอิตาลีและเยอรมนี มีการระบาดในชุมชนแออัดของเมืองมุมไบ มีการสั่งซื้อชุดตรวจโควิด 650,000 ชุดมาจากเมืองจีน แต่ใช้ไม่ได้ผลแม่นยำจนต้องเลิกใช้ และทำให้ผู้ติดเชื้อหลงรอดเข้าไปอยู่ในชุมชนเป็นจำนวนมาก แต่ต่อมาอินเดียหันไปใช้ชุดตรวจของบริษัท โรเช่จากสวิตเซอร์แลนด์ และที่ผลิตเองในประเทศอินเดีย จึงสามารถตรวจได้แม่นยำขึ้น
นายกรัฐมนตรี นเรทระ โมดิ ได้สั่งปิดเมืองล้อคดาวน์ทั้งประเทศ โดยมีการรับมือเหตุฉุกเฉินอย่างเข้มงวด ทันท่วงที กว่าประเทศอื่น จนทำให้อัตราเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อโควิดอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
ตอนปลายปี 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อในอินเดียมีแนวโน้มลดลง แต่ในเดือนมีนาคม 2564 จำนวนผู้ติดเชื้อกลับพุ่งขึ้นสูงอีก โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 103,558 คนและเสียชีวิต 445 คน ใน 24 ชม (6 เม.ย.64) พบมากที่รัฐมหาราษฎร์ เกรละ ปัญจาบ กรณาฎกะ คุชราช ทมิฬนาดู หรยาณา และมัธยประเทศ ผู้ติดเชื้อครึ่งหนึ่งพบในหกเมืองสำคัญ ได้แก่ – มุมไบ, เดลี, อะห์มดาบาด, เจนไน, ปูเน และ กัลกัตตา
เหตุผลสำคัญที่ทำให้โรคร้ายกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง เพราะการผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดของรัฐบาล ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข เช่น การสวมใส่หน้ากาก หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม มีการอนุญาตให้จัดพิธีแต่งงาน ประชุม และดูภาพยนตร์โดยไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย ผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่อยู่กลางเมืองและชุมชนแออัด
เมื่อตอนที่ผู้ติดเชื้อในอินเดียลดลง มีการชูธงว่าประเทศอินเดียได้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ และเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไปได้ราว 50 ล้านคน ทำให้ประชาชนละเลยมาตรการป้องกันโควิด
มีการตรวจพบโควิดกลายพันธุ์คู่ (Double Mutant)ชนิดใหม่ E484Q และ L452R ซึ่งสามารถหลบเลี่ยงระบบคุ้มกัน ติดต่อกันง่าย ยาและวัคซีนที่เคยใช้ได้ผลกลับมีประสิทธิภาพลดลง
จำนวนผู้ติดเชื้อในอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้นจนทุบสถิติ ทำให้อินเดียตัดสินใจระงับการส่งออกวัคซีนโควิด-19 แอสตราเซเนกา เพื่อสำรองใช้เองในประเทศก่อน เนื่องจากอินเดียเป็นผู้ส่งออกวัคซีนโควิดรายใหญ่ของโลก ผลิตโดยบริษัทซีรั่มอินสติติวท์ ออฟ อินเดีย (AstraZeneca) และ บารัตไบโอเทค (Covaxin)ดังนั้นการระงับการส่งออกจึงมีผลกระทบกับ 76 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศยากจนในเอเชียและ แอฟริกา รวมทั้งอังกฤษ และบราซิล
ประเพณีอาบน้ำล้างบาป “มหากุมภเมลา” ของชาวฮินดู ในแม่น้ำคงคาของคนอินเดียราว 100 ล้านคน ในช่วงเดือนมกราคม -เมษายน 2564 ที่จัดขึ้นทุก 12 ปี อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการระบาดรอบใหม่ของโควิด เพราะผู้เข้าร่วมพิธีจำนวนมากไม่สวมหน้ากากและไม่เว้นระยะห่างทางสังตม