สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : ราคายางสดใสสวนทิศทางโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/566288

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : ราคายางสดใสสวนทิศทางโควิด

สถานีเกษตร-สิ่งแวดล้อม : ราคายางสดใสสวนทิศทางโควิด

วันศุกร์ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ระลอกใหม่เริ่มรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ในประเทศไทยแต่ละวันมีการติดเชื้อหลายร้อยคน เช่นเดียวกับสถานการณ์ทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 133 ล้านคน แม้จะมีการนำวัคซีน โควิด-19 มาใช้ในการป้องกันรักษาแล้ว ยอดผู้ติดเชื้อก็ยังสูงอยู่

ยางพาราพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยเป็นโปรดักส์แชมเปี้ยนของประเทศสามารถผลิตและส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก ปีละกว่า 4.5 ล้านตัน สถานการณ์ราคายางก่อนหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ราคาอยู่ในระดับ 63 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ 61 บาทต่อกิโลกรัม และน้ำยางสดราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม

ราคายางจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในครั้งนี้หรือไม่ และแนวโน้มในอนาคตราคาจะเป็นอย่างไร?

เมื่อวันก่อนได้มีโอกาสพูดคุยกับ ท่านผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) “ณกรณ์ ตรรกวิรพัท” ซึ่งได้วิเคราะห์สถานการณ์ราคายางไว้น่าสนใจ

ท่านผู้ว่าฯกยท. บอกว่า การระบาดของโควิด-19ได้ส่งผลบวกทำให้ราคายางสูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ เนื่องจากตลาดมีความต้องการใช้การยางธรรมชาติ มาผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะถุงมือยาง เพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากประมาณ 370,000 ล้านชิ้นในปีที่ผ่านมา จะเพิ่มเป็นมากกว่า 600,000 ล้านชิ้น ในปี 2564

นอกจากนี้เมื่อนำมาวิเคราะห์กับปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องในขณะนี้แล้ว แนวโน้มราคายางในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 ราคายางแผ่นรมควันชั้น 3 อาจจะมีิสิทธิ์แตะ 80 บาทต่อกิโลกรัม หรือไม่เลวร้ายสุดก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม

ปัจจัยหลักๆ มาจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากได้มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปี 2564 จะฟื้นมีการขยายตัวประมาณ 5.5% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้ยางค่อนข้างมาก คาดว่าในประเทศไทยปริมาณการผลิตรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 6% หรือประมาณ 1.5 ล้านคัน ในปี 2564 ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ยางเป็นวัตถุดิบทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของไทยจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วตาม

ในขณะที่ปริมาณสต๊อกยางในตลาดโลกขณะนี้ลดลง จำเป็นจะต้องสั่งซื้อยางเก็บเข้าสต๊อกเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณยางใหม่ที่จะเข้ามาทดแทนมีน้อยลง เพราะปัญหาการระบาดของโรคใบร่วงชนิดใหม่และภัยธรรมชาติในช่วงที่ผ่านมาทำให้สวนยางได้รับความเสียหาย คาดว่า จะทำให้ปริมาณยางในตลาดโลกปี 2564 ลดลง 8-9% หรือไม่น้อยกว่า 1 ล้านตัน จากเดิม 13.5 ล้านตัน จะเหลือประมาณ 12 ล้านตันเท่านั้น

ผนวกกับปัญหาขาดแคลนแรงงานกรีดยาง เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้ปริมาณยางใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดมีแนวโน้มที่ลดลง

ประกอบกับประเทศไทยซึ่งเป็นผู้ผลิตยางรายใหญ่ของโลก ยังได้ดำเนินมาตรการบริหารผลผลิตเพื่อรักษาเสถียร ภาพราคายางอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำยางสด โครงการชะลอการขายยางก้อนถ้วยแห้งเพื่อรักษาสภาพคล่องให้เกษตรกร ทำให้สามารถบริหารควบคุมปริมาณยางออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เมื่ออุปสงค์(Demand) มากกว่าอุปทาน(Supply) แนวโน้มราคายางในครึ่งปีหลังจึงสดใสตามกลไกของตลาด

รัฐศักดิ์ พลสิงห์

Leave a comment