วัคซีนป้องกันโควิด-19 กับการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/566971

วัคซีนป้องกันโควิด-19 กับการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง

วัคซีนป้องกันโควิด-19 กับการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง

วันอังคาร ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วันนี้ขอมารายงานผลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัท แอสตราเซเนกา ครบ2 สัปดาห์ครับ ไม่มีอาการข้างเคียงเลยนอกจากเจ็บบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย วัคซีนตัวนี้น่าจะเป็นตัวหลักที่จะใช้ในคนไทยส่วนใหญ่ เนื่องจากเรามีตัวเลือกไม่มาก และจะสามารถผลิตใช้ได้เองในประเทศตั้งแต่เดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตามข่าวของวัคซีนแอสตราเซเนกาก็ทำให้หลายคนกลัวๆ กล้าๆ ไม่แน่ใจว่าถ้ามีโอกาสฉีดวัคซีนตัวนี้จะฉีดดีไหม โดยเฉพาะรายงานการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองหรือในช่องท้องร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำในผู้ที่ได้รับวัคซีนตัวนี้ในยุโรป โดยส่วนใหญ่พบในผู้หญิงอายุน้อยกว่า 55 ปี มาด้วยอาการปวดศีรษะรุนแรง แขนขาชาอ่อนแรงปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ชัก ตามัว หลังได้รับวัคซีน 4-30 วัน จึงเชื่อว่าอาจมีความสัมพันธ์กับการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา

อย่างไรก็ตามมีรายงานเบื้องต้นในวารสารทางการแพทย์เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2564 พบว่าผู้ป่วยโควิด-19 มีอัตราการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำสูงกว่าคนทั่วไปและสูงกว่าผู้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการศึกษาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ในผู้ป่วย513,284 ราย ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19เปรียบเทียบกับประชาชน 489,871 คน ที่ได้รับวัคซีนของแอสตราเซเนกาครั้งแรก และผู้ป่วย 172,742 คนที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ระหว่างมกราคม 2563 ถึง มีนาคม 2564

การศึกษาดังกล่าวพบว่าผู้ป่วยโควิด-19 มีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำภายใน 2 สัปดาห์หลังการวินิจฉัย 39 ต่อล้านคน ซึ่งสูงกว่าความเสี่ยงในผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ (0 ต่อล้านคน) หรือผู้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา (4.1 ต่อล้านคน) อย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 หลังการวินิจฉัยภาวะดังกล่าวเท่ากับร้อยละ 20

จากข้อมูลนี้จึงเห็นว่า ความเสี่ยงของการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำในโควิด-19 สูงกว่าผู้ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกาอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาการเกิดภาวะดังกล่าวนี้จะเห็นว่าวัคซีนชนิดนี้มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับ ดังนั้นการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ของแอสตราเซเนกานับว่ามีความคุ้มค่า ในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตจากโรค โดยผลข้างเคียงส่วนใหญ่ไม่รุนแรง ที่รุนแรงเกิดไม่บ่อยรวมถึงการเกิดหลอดเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ ผมจึงขอสนับสนุนให้ทุกท่านเข้ารับการฉีดวัคซีนโดยถ้วนหน้าเมื่อมีโอกาสได้รับกันนะครับ

โดย พลอากาศโท นายแพทย์อนุตตร จิตตินันทน์

ประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

Leave a comment