แอนโทนี เฟาซี่ หมอใหญ่อเมริกันในสงครามโควิด : อาทร จันทวิมล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/566950

แอนโทนี เฟาซี่ หมอใหญ่อเมริกันในสงครามโควิด : อาทร จันทวิมล

แอนโทนี เฟาซี่ หมอใหญ่อเมริกันในสงครามโควิด : อาทร จันทวิมล

วันจันทร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2564, 14.11 น.

วิกฤติโรคโควิดที่ระบาดเข้าไปในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2563 ทำให้มีผู้ติดเชื้อกว่า 31.9  ล้านคน เสียชีวิต 576,298 คน ซึ่งเป็นสถิติสูงที่สุดในโลก  (ข้อมูล 13 เม.ย.64) คนที่มีบทบาทสำคัญเสมือนหนึ่งแม่ทัพในสงครามโควิดของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ คือ นายแพทย์แอนโทนี่ เฟาซี่  (Anthony Fauci) ผู้ได้รับรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลของประเทศไทย ในพ.ศ.2556 ด้วยผลงานดีเด่นด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อมนุษยชาติ

หมอเฟาซี่เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน  เกิดเมื่อ พ.ศ.2483  พ่อเป็นเจ้าของร้านขายยาที่นิวยอร์ก   เรียนจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยคอร์แนลเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์   และได้พัฒนาวิธีการรักษาโรคร้ายแรง  เช่น โรคเอดส์และโรคข้อทำงานที่โรงพยาบาลในกรุงนิวยอร์ก   แล้วได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติ  (NIAID  National – Institute of Allergy andInfectious Diseases)  หมอเฟาซี่ เป็นผู้อยู่ในแนวหน้าในการผจญกับโรคติดต่อมาแล้วหลายโรค  เช่น  โรคเอดส์  ซาร์ส  หวัดนก เมอร์ส  อีโบล่า  และโควิด-19   และได้เป็นคณะทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐ 7 คน ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีเรแกน  เคยทำงานเกี่ยวกับการป้องกันโรคเอดส์  และการพัฒนายาวัคซีนป้องกันอาวุธชีวภาพ หลังเหตุการณ์ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด 9/11

พ.ศ.2563  ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้แต่งตั้งให้หมอเฟาซี่เป็นกรรมการเรื่องโควิดของทำเนียบขาว  แต่หมอเฟาซี่เกิดความขัดแย้งกับประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับริกันหลายคนเกี่ยวกับการปิดเมืองล๊อคดาวน์ และการใส่หน้ากาก จนหมอเฟาซี่เกือบโดนไล่ออกจากคณะทำงานเรื่องโควิดต้องงดการปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน  และถูกข่มขู่เอาชีวิตจากพวกที่ไม่เห็นด้วย

ประธานาธิบดีทรัมป์และพวกพ้อง เรียกหมอเฟาซี่ ว่าเป็นพวก “กระต่ายตื่นตูม” “เจ้าแห่งการหลอกลวง”  และ “ทำความผิดหลายอย่าง” เช่น  การขอร้องไม่ให้ประชาชนแห่กันไปซื้อหน้ากากอนามัยชนิด N95 เพื่อสงวนไว้ใช้กับบุคลากรทางการแพทย์  หรือการปิดร้านอาหาร เพราะจะทำให้ตลาดหุ้นราคาตก  คนว่างงานพุ่งขึ้นสูง   ประเทศชาติอยู่ในความหวาดกลัว

หมอเฟาซี เล่าว่า  ตนเคยแสดงความกังวลต่ออดีตประธานาธิบดีทรัมป์ที่มักเชื่อความเห็นเกี่ยวกับโรคโควิด-19 จากบรรดาเพื่อนๆ ในแวดวงนักธุรกิจของตนเอง  แต่ชาวอเมริกันจำนวนมากเชื่อหมอเฟาซี่ที่แนะนำให้เว้นระยะห่าง  สวมหน้ากากอนามัยพยายามอยู่ที่บ้าน  และยกย่องให้หมอเฟาซี่เป็นวีรบุรุษที่มากับความจริง   หมอเฟาซี่เคยแถลงคัดค้านคำแนะนำของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ว่า  ยาไฮดรอกซี่คลอโรควิน  ที่รักษาโรคมาลาเรียนั้นสามารถรักษาโรคโควิดได้ คัดค้านการจัดงานฉลองผู้พิพากษาศาลสูงสุดในทำเนียบขาวหลังจากได้ตรวจพบว่าประธานาธิบดีทรัมป์ติดเชื้อโควิดเมื่อ 10 วันก่อน และคัดค้านคำแถลงของประธานาธิบดีที่ว่าเชื้อโควิดเกิดจากการสร้างในห้องปฏิบัติการของประเทศจีน ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์โกรธหมอเฟาซี่มาก

ต่อมา เมื่อมีการเปลี่ยนประธานาธิบดีสหรัฐฯ  ประธานาธิบดีไบเดน  ได้เชิญหมอเฟาซี่มาเป็นหัวหน้าที่ปรึกษาของประธานาธิบดีด้านการแพทย์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอเฟาซี่ในการดำเนินการเกี่ยวกับโควิด   โดยออกคำสั่ง บังคับการสวมหน้ากากอนามัยขณะใช้ระบบขนส่งสาธารณะ  สนามบิน และอยู่ในสถานที่ราชการ   กักกันผู้เดินทางเข้าสหรัฐ  ขยายการผลิตและรณรงค์การฉีดวัคซีน  ตลอดจนการกลับไปเป็นสมาชิกขององค์การอนามัยโลก

หมอเฟาซี่แนะนำคนอเมริกันว่า  วัคซีนโควิดที่ฉีดกันอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีอะไรที่มีประสิทธิภาพ 100%  โดยจะป้องกันโควิดอยู่ราว 6 เดือนเท่านั้น   เพราะจะมีไวรัสกลายพันธ์ใหม่ๆออกมา  เช่น  สายพันธ์อังกฤษ  แอฟริกัน หรือบราซิล   ดังนั้นคนที่ฉีดวัคซีนแล้วจะต้องกลับไปฉีดซ้ำอีกในเวลากำหนด   พยายามหลีกเลี่ยงที่มีคนมาก เช่น  ในร้านอาหาร  โรงภาพยนตร์ และการเดินทางในยานสาธารณะ 

Leave a comment