#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/568082

‘มิชลิน’ เปิดห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติผลิตหน้ากากอนามัย
วันเสาร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
มิชลิน ยกระดับความมุ่งมั่นในการผลิตหน้ากากอนามัย เปิดห้องปฏิบัติการที่ใช้ระบบอัตโนมัติผลิตหน้ากากอนามัยขึ้นเป็นครั้งแรก ณ โรงงานที่เมืองกอมโบด ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้งบลงทุน 3.5 ล้านยูโรห้องปฏิบัติการแห่งนี้สามารถผลิตหน้ากากอนามัยมาตรฐานทางการแพทย์(Surgical Mask) แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ประเภท I หรือ IIR ได้ถึง 3 ล้านชิ้นต่อเดือน โดยตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2564 เป็นต้นไป จะเพิ่มการผลิตหน้ากากอนามัยประเภท FFP2 (ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการยื่นขอใบรับรองAPAVE สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท FFP2) อีก 1 ล้านชิ้นต่อเดือน
ห้องปฏิบัติการผลิตหน้ากากอนามัยดังกล่าวจัดสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่จะปกป้องพนักงานมิชลินจำนวน 68,000 รายในยุโรป โดยผลผลิตส่วนเกินจะถูกนำออกจำหน่ายเพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับโรคระบาดต่างๆ ภายในพื้นที่ห้องปฏิบัติการประกอบด้วยห้องที่มีมาตรฐานความสะอาดของอากาศอยู่ที่ระดับ 9 จำแนกตามปริมาณฝุ่นละออง (ISO Standard 14644-1) ทั้งนี้ ในขั้นตอนของการพัฒนาและการยื่นขอใบรับรอง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ของประเทศฝรั่งเศสที่ EN 14683 2019 มิชลินได้ขอคำแนะนำและความช่วยเหลือจากห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรองซึ่งตั้งอยู่ในประเทศสเปน, ห้องปฏิบัติการของฝรั่งเศสในเครือ INSERM, ห้องปฏิบัติการทดสอบการเข้ากันได้ทางชีวภาพ (Biocompatibility) Icare และโรงพยาบาลแห่งมหาวิทยาลัยแกลร์มง-แฟร็อง โดยเครื่องจักรบางส่วนที่ใช้ในห้องปฏิบัติการผลิตแห่งใหม่นี้มาจาก เซรา (CERA)บริษัทสัญชาติฝรั่งเศส
ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามข้อเรียกร้องของรัฐบาลฝรั่งเศสที่ต้องการให้ย้ายฐานการผลิตอุปกรณ์การแพทย์มาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส เซรา ซึ่งตั้งอยู่ ณ เมืองวิลยาร์ (Villars) ในเขตโอแวร์ญ-โรนาลป์ (Auvergne-Rhône-Alpes)ได้ขอความร่วมมือจากมิชลินผ่านทางอิเมกา (Imeca) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือกลุ่มมิชลิน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำทักษะความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมของมิชลินมาช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตเครื่องจักรใหม่ๆ ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวประกอบกับบทบาทการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบชิ้นส่วนอีก 5 รายที่เข้าร่วมโครงการฯ นี้ ส่งผลให้ เซรา มีศักยภาพในการผลิตเครื่องจักรรายปีเพิ่มขึ้นจาก 2 เครื่อง เป็น 52 เครื่อง