ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/568663

ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์  อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย

ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ อย่าให้หายไปจากหัวใจของปวงชนชาวไทย

วันอังคาร ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เนื่องในโอกาส ครบรอบ 239 ปี แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ วันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 239 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ขึ้นเพื่อให้เยาวชนและประชาชนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีที่ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์แห่งราชวงศ์จักรี พร้อมกับได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมของสังคมไทยนำไปสู่ความรักความหวงแหน และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย 

ภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมทางศาสนา และ “นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี10 รัชกาล” โดยมีพิธีทางศาสนาณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และในส่วนของ “นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์ จักรี 10 รัชกาล” กำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21-30 เมษายน 2564 ที่สยามพารากอน

สำหรับนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี 10 รัชกาลประกอบด้วย 

-จุดตราสัญลักษณ์ราชวงศ์จักรี และภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระมหากษัตริย์ในรัชกาลที่ 1-10

-นิทรรศการพระราชประวัติและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี รัชกาลที่ 1-10 

-ห้องนิทรรศการนำเสนอโดยการฉายภาพในระบบพาโนรามาแมพปิ้ง(Panorama Mapping) เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ในชื่อชุด“อเนกอนันต์ เลิศหล้าอาณาจักรไทย” นิทรรศการภาพเก่าเล่าเรื่องรัตนโกสินทร์ โดยนำเสนอภาพถ่ายสถานที่สำคัญวิถีชีวิต ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม เหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยรัตนโกสินทร์

จุดที่ถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ แห่งราชวงศ์จักรี 10 รัชกาล คือ ห้องนิทรรศการ“อเนกอนันต์ เลิศหล้าอาณาจักรไทย” ที่จะมีการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผืนแผ่นดินทองของความเป็นไทย ใต้ฟ้าอันเรืองงามนาม“รัตนโกสินทร์” คือ นามแห่งราชอาณาจักรที่สี่ในยุคประวัติศาสตร์ของชาติ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งบูรพมหากษัตริย์ไทย นับเนื่องถึง 10 รัชกาล เริ่มตั้งแต่

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 พระปฐมบรมกษัตริย์ผู้สร้างแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น,  พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แผ่นดิน ยุคทองของวรรณคดีไทย, พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 แผ่นดินรุ่งเรืองด้วยการค้าขายกับชาวจีน และนานาประเทศ, พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย,พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระปิยมหาราช ผู้ทรงเลิกทาสและนำความศิวิไลซ์มาสู่แผ่นดิน, พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระผู้ทรงวางรากฐานการศึกษาของชาติ, พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ผู้พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับแรก และทรงมอบประชาธิปไตยให้แก่ปวงชนชาวไทย,พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลพระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8  ผู้เป็นศูนย์รวมดวงใจของชาวไทย-จีน, พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระผู้ทรงพระราชกรณียกิจมากล้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณต่อทวยราษฎร์ และ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระผู้ทรงสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชกรณียกิจอันดีงามเพื่อปวงชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน 

การจัดทำดำเนินการทั้งรูป เสียง สัมผัส อลังการอย่างยิ่งในห้องนิทรรศการ แต่น่าเสียดายเหลือเกินที่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น จนรัฐบาลต้องประกาศงดกิจกรรม และการจัดนิทรรศการ ทำให้การจัดงานในครั้งนี้ต้องหยุดชะงักลง ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเดินทางมาร่วมชมกิจกรรม ซึมซับกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่ตลบอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นไทย และความอลังการของการจัดงานเช่นทุกๆ ปีได้

ผู้เขียนบอกตรงๆ ว่า รู้สึกเสียดายโอกาสอันดีงามซึ่งหาได้ยากนักในชีวิตกว่าจะได้พบเจอะเจออีกเมื่อไร จึงอยากสานต่อ
เรื่องราวจากงานนั้นมาต่อยอดบอกเล่าให้ผู้อ่านได้รำลึกถึงอดีตของบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ได้ทรงสร้างไว้เพื่อปวงชนชาวไทย ถ้าหากมีโอกาสอำนวยและหากเป็นไปได้ ผู้เขียนขอแนะนำว่ากระทรวงวัฒนธรรม ควรรวบรวมผลงานทั้งหมดนี้เอาไปแสดงถาวรไว้ ณ ห้องใดห้องหนึ่งในกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้วันใดที่ประชาชนชาวไทยอยากชมก็ไปชมกันได้

Leave a comment