ไทย-ยูเค จับมือยกระดับการศึกษาร่วมกัน รองรับวิกฤติที่กระทบการศึกษาในประเทศไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/574146

ไทย-ยูเค จับมือยกระดับการศึกษาร่วมกัน  รองรับวิกฤติที่กระทบการศึกษาในประเทศไทย

ไทย-ยูเค จับมือยกระดับการศึกษาร่วมกัน รองรับวิกฤติที่กระทบการศึกษาในประเทศไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วิกฤติสังคมไทยที่กำลังเกิดขึ้นและยังคงเป็นอยู่ คือการระบาดของโควิด-19 และวิกฤติที่กำลังสะสมซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นในอันดับต่อไป คือการเกิดสังคมของผู้สูงอายุ ที่ประเทศไทยไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยงได้ก็กำลังตามมาอย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าย่อมส่งผลกระทบต่อหลายๆ ด้าน และหนึ่งในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการศึกษา

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม กล่าวว่า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยซึ่งปัจจุบันมีประชากรมากกว่า 11 ล้านคน ที่มีอายุเกินกว่า 60 ปี และจะมีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ในปี พ.ศ.2578 ทำให้ประเทศไทยมีความจำเป็นต้องเดินหน้าโครงสร้างในด้านต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งการพัฒนาโครงการด้านการศึกษาเป็นหนึ่งในหนทางการสร้างสังคมที่ดีและมีประสิทธิผล

ส่วนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงต้นปี พ.ศ.2563 ส่งผลถึงการตัดสินใจศึกษาต่อต่างประเทศของคนไทยให้ชะลอตัวลง หลายคนที่มีความฝันอยากศึกษาต่อต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอการตัดสินใจ ด้วยข้อจำกัดของการเดินทางข้ามประเทศ และการปรับเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนสู่รูปแบบออนไลน์ ทั้งที่โดยปกติในแต่ละปีมีจำนวนผู้เดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักสูงกว่าปีละ 15,000 คน ด้วยเหตุผลหลากหลายปัจจัย หนึ่งในเหตุผลหลักก็คือความต้องการแสวงหามหาวิทยาลัย และสาขาวิชาที่มีชื่อเสียงเฉพาะด้านติดอันดับโลกซึ่งโดยส่วนใหญ่มักอยู่ในแถบยุโรปและอเมริกา การศึกษาไทยจึงต้องจับตามองในระยะยาวว่า จะดีแค่ไหนหากคนไทยไม่ต้องเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ แต่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ไทยซึ่งมีชื่อเสียงติดอันดับโลกได้ ด้วยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยชั้นนำในไทยและสหราชอาณาจักรที่กำลังจะเกิดขึ้น

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จึงจัดทำ “โครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร” หรือ “Thai-UK World-class University Consortium” ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างบริติช เคานซิล และสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(สป.อว.) ผ่านการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและสหราชอาณาจักร เพื่อสร้างกลไกและสนับสนุนความเป็นเลิศของสถาบันอุดมศึกษาไทยในด้านการเรียนการสอน การวิจัย ระบบโครงสร้างและการบริหารงาน และระบบนิเวศของสถาบันอุดมศึกษาในด้านต่างๆ ผ่านการพัฒนากำลังคนและการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญร่วมกับสหราชอาณาจักร โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะมีส่วนผลักดันความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยไทยไปสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก 100 อันดับแรก และได้รับการยอมรับในสถาบันในการเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกตามยุทธศาสตร์ “ยกระดับมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย” ของประเทศไทยโดยการสร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกของไทยและสหราชอาณาจักรขึ้นในรูปแบบโครงการพัฒนาศักยภาพและการประสานให้เกิดความร่วมมือในขั้นต้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างมหาวิทยาลัยไทยและสหราชอาณาจักร เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากร โครงการวิจัยร่วมโครงการสนับสนุนหลักสูตรการศึกษาร่วมโดยเฉพาะหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก โครงการอบรมนักวิชาการ นักวิจัย และบุคลากรของมหาวิทยาลัย เพื่อกระตุ้นการพัฒนานวัตกรรมเสริมสร้างคุณภาพงานวิจัย การพัฒนาบุคลากร และการแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี

นางเฮลก้า สเตลมาเกอร์ผู้อำนวยการ บริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า บริติช เคานซิล ในฐานะองค์กรนานาชาติเพื่อการสนับสนุนความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและโอกาสทางการศึกษาระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร ตั้งเป้าสนับสนุนยุทธศาสตร์ “พลิกโฉมมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย” ของกระทรวง อว. ผ่านการเปิดตัว “โครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร” (Thai-UK World-class University Consortium) เพื่อผลักดันการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทยสู่ความเป็นสากลผ่านการพัฒนาใน 3 ด้าน ได้แก่ สร้างความเป็นเลิศทางการเรียนการสอน สร้างความร่วมมือในสาขาวิชา และสร้างการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างไทยและสหราชอาณาจักร

นางเฮลก้ากล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับสถาบันหรือมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการความร่วมมือระดับอุดมศึกษาระหว่างประเทศไทยและสหราชอาณาจักร (Thai-UK World-class University Consortium) จะได้รับโอกาสในการยกระดับขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาขีดความสามารถของนักเรียนและบุคลากร โครงการวิจัยร่วม การศึกษาข้ามชาติ หรือการพัฒนาวิชาชีพ โดยเรามุ่งมั่นให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ใน 8 สาขาวิชาเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของกระทรวง อว. ได้แก่ สถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อมสร้างสรรค์ วิศวกรรมเคมี วิทยาศาสตร์ชีวภาพ การเกษตรและป่าไม้ การแพทย์ ภูมิศาสตร์ หลักสูตรพัฒนศึกษา และรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจากความร่วมมือนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ภาคอุดมศึกษาของไทยและสหราชอาณาจักรได้สร้างพันธมิตรทางการศึกษาที่แข็งแกร่งได้แบ่งปันแนวทางการทำงานที่เป็นประโยชน์ และบทเรียนเรียนที่ผ่านมาเพื่อนำไปสู่การยกระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษาให้มีความเข้มแข็ง ครอบคลุมยิ่งขึ้น และเกิดการเชื่อมโยงกันทั่วโลก

Leave a comment