คุยกัน7วันหน : วิกฤติโควิดอินเดีย กระทบการส่งออกวัคซีนโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/574876

คุยกัน7วันหน : วิกฤติโควิดอินเดีย กระทบการส่งออกวัคซีนโลก

คุยกัน7วันหน : วิกฤติโควิดอินเดีย กระทบการส่งออกวัคซีนโลก

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 08.00 น.

อินเดียกำลังเผชิญปัญหาในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ จนส่งผลต่อนานาประเทศที่กำลังรอวัคซีนจากอินเดียและดูเหมือนว่าแม้จะยังไม่ส่งออกวัคซีนวัคซีนที่อินเดียคาดว่าจะผลิตได้ในปีนี้นั้นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี

BBC รายงานว่า สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดีย หรือ SII ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่สุดของอินเดีย กำลังประสบปัญหาในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ จึงทำให้ SII ระบุว่า การผลิตวัคซีนเพื่อส่งออกไปยังชาติอื่น ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จนกว่าจะถึงปลายปีนี้ โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลอินเดียตั้งเป้าเพื่อการผลิตวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 2,000 ล้านโดส ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงธันวาคมปีนี้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ระบาดอันรุนแรงในประเทศ

ขณะนี้ ทางการอินเดียอนุมัติการใช้งานของวัคซีนสามขนานคือ Covishield และ Covaxin ซึ่งสองตัวนี้ผลิตในอินเดีย ส่วนตัวที่สามคือ วัคซีน Sputnik V ของรัสเซีย สำหรับวัคซีน Covishield นั้น สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียได้ผลิตภายใต้ใบอนุญาตของAstraZeneca ขณะที่วัคซีน Covaxin นั้นพัฒนาโดยบริษัท ภารัต ไบโอเทค(Bharat Biotech) ของอินเดียเอง

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการผลิตวัคซีนต้านโควิด 19 จำนวน 2,000 ล้านโดส ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ของรัฐบาลอินเดียนั้น ยังถือเป็นหนทางที่ยาวไกล เพราะแม้อินเดียกำลังพัฒนาวัคซีนอีกหลายขนาน แต่มีการอนุมัติใช้งานได้เพียงสามขนานเท่านั้น

ดร.จันทรากานต์ ลาฮาริยา นักระบาดวิทยาจึงระบุว่า อินเดียไม่สามารถพึ่งพาวัคซีนที่ยังไม่ผ่านการอนุมัติได้ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำคือการยกระดับการผลิตของวัคซีนที่มีอยู่โดย SII คาดการณ์ว่า จะสามารถผลิตวัคซีน Covishield ได้ 750 ล้านโดสและวัคซีน Covovax ซึ่งเป็นของบริษัท Novavax อีก 200 ล้านโดส แต่ตัวหลังยังต้องรอการอนุมัติจากการอินเดียก่อน ด้านภารัต ไบโอเทค กำลังผลิตวัคซีนสองชนิด โดยคาดว่าจะสามารถผลิตวัคซีน Covaxin ได้ราว 550 ล้านโดส และวัคซีนอีกขนานของบริษัทซึ่งกำลังอยู่ในการทดลองช่วงต้นอีก 100 ล้านโดส

เมื่อพิจารณาศักยภาพของทั้งสองบริษัทในการผลิตวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติแล้ว ถือได้ว่า จำนวนดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อเป้าหมาย 2,000 ล้านโดส ของรัฐบาลแต่อย่างใด ทำให้รัฐบาลอินเดียระบุว่า กำลังเจรจากับบริษัทระดับโลกอื่นๆ อีก เพื่อนำเข้าวัคซีน ไม่ว่าจะเป็น Pfizer, Moderna และ Johnson & Johnson แต่บริษัทเหล่านี้ระบุว่า จะสามารถหารือเรื่องการจัดส่งวัคซีนได้ก็เดือนตุลาคม

นอกจากนี้ การผลิตวัคซีนของอินเดียยังได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุในการผลิตด้วย หลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้บังคับใช้กฎหมาย “การผลิตเพื่อการป้องกัน หรือ DPA ช่วงต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้ผู้ผลิตวัคซีนของสหรัฐฯสามารถเข้าถึงวัตถุดิบได้ก่อน ต่อมา เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลสหรัฐฯระบุว่า จะจัดหาวัตถุดิบพิเศษสำหรับการผลิตวัคซีน Covishield ในอินเดียแต่ SII ระบุว่า ยังคงขาดแคลนซัพพลายที่จำเป็นจากสหรัฐฯ อยู่

ดร.ซาราห์ สกิฟฟลิง ผู้เชี่ยวชาญด้านซัพพลายเชนของวัคซีนจาก John Moores University ระบุว่า ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานั้นซับซ้อนและมีความเฉพาะเจาะจง เมื่อทั่วโลกมีความต้องการสูง บรรดาซัพพลายเออร์ใหม่ๆ ก็ไม่สามารถผุดขึ้นมาได้รวดเร็วทันการณ์เหมือนอุตสาหกรรมอื่นๆ และซัพพลายเออร์รายใหม่ก็มักไม่ได้รับความไว้วางใจง่ายเท่าไหร่นัก

อินเดียเริ่มฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับประชาชนตั้งแต่กลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีการฉีดวัคซีนไปแล้วราว 185 ล้านโดสขณะที่ปัจจุบัน มีการฉีดวัคซีนให้ประชาชนราว 1.6 ล้านโดสต่อวันหากความเร็วในการฉีดวัคซีนยังอยู่ระดับนี้ รัฐบาลอินเดียต้องใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าประชากรทั้งประเทศ 1,300ล้านคน จะได้รับวัคซีนกันครบ สวนทางกับสถานการณ์ปัจจุบัน ที่หลายรัฐของอินเดีย เช่น มหาราษฏระ และกรุงนิวเดลีต้องระงับการฉีดวัคซีนให้ประชากรวัย 18-44 ปี เป็นการชั่วคราว เพราะวัคซีนมีไม่เพียงพอ

การที่อินเดียต้องระดมสรรพกำลังในการฉีดวัคซีนให้ประชากรของตนเอง จึงนำไปสู่คำสั่งห้ามส่งออกวัคซีนไปชาติอื่นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และแม้ทางการอินเดียจะเริ่มอนุญาตให้มีการบริจาควัคซีนจำนวนไม่มาก และจำกัดจำนวนวัคซีนที่ต้องจัดหาให้โครงการวัคซีนโลก Covax แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณใดที่จะมีการอนุญาตการส่งออกขนาดใหญ่ได้ในเร็ววันนี้

ขณะที่สถาบันเซรุ่มแห่งอินเดียได้ยืนยันชัดเจนว่า อย่างเร็วสุดกว่าจะส่งออกวัคซีนได้ ก็คงเป็นช่วงสิ้นปีนี้นั่นเอง

Leave a comment