#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/574864

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘แหล่งถลุงเหล็กโบราณ’ ภูมิโลหะยุคก่อนประวัตศาสตร์
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ฐานเตาที่ขุดพบ
อาทิตย์นี้ยังเดินตามรอยสยามกันต่อไปที่ แหล่งถลุงเหล็กโบราณที่อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ด้วยมีการศึกษาขุดค้นของ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ มาตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๖๑ ที่มีการพบร่องรอยแหล่งถลุงเหล็กโบราณไม่ต่ำกว่า๓๐ แหล่ง และมีแนวโน้มว่าจะมีการค้นพบอีกมากขึ้นหลังจากที่มีการสุ่มเก็บตัวอย่างถ่านภายในก้อน Slag จากแหล่งถลุงเหล็กโบราณไปศึกษาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี Accelerator mass spectrometry (AMS) dating ทำให้รู้ว่ากิจกรรมการถลุงเหล็กที่แหล่งนี้ ซึ่งเรียกว่า “แหล่งสิบดร” นั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในช่วงราว ๒,๕๐๐-๒,๗๐๐ ปีมาแล้ว ซึ่งนับค่าอายุแหล่งถลุงโบราณแล้วมีความเก่าแก่มากที่สุดในดินแดนล้านนา ดังนั้นในปี พ.ศ.๒๕๖๒ จึงได้ขุดค้นศึกษาทางโบราณคดี แหล่งถลุงเหล็กโบราณในพื้นที่บ้านแม่ลาน ตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน เพื่อศึกษาอายุสมัยของ เตาถลุงเหล็กโบราณที่พบ ศึกษากรรมวิธี เทคนิค และรูปแบบเตาถลุงเหล็กโบราณ และตีความถึงระดับการผลิตของแหล่งถลุงเหล็กโบราณ จากการพบหลักฐานที่สำคัญคือฐานเตาถลุงเหล็กโบราณในพื้นที่ดั้งเดิม (in situ) ซึ่งมีลักษณะเป็นผนังเตาถลุงทำด้วยวัสดุดินเหนียวปั้นเผาไฟ ตั้งแต่ส่วนฐานที่มีช่องระบายตะกรัน จนถึงส่วนช่องเติมอากาศขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๙๐ เซนติเมตร พบก้อนแร่เหล็กวัตถุดิบ (iron ore) เป็นแร่เหล็กชนิด Magnetiteที่ผ่านกระบวนการย่อยให้มีขนาด ๒-๓ เซนติเมตร พบตะกรันจากการถลุงเหล็ก มีทั้งรูปแบบก้อนslag ขนาดใหญ่ที่ค้างอยู่ภายในเตา และรูปแบบน้ำตาเทียนที่ถูกเจาะระบายออกมานอกเตาและชิ้นส่วนภาชนะดินเผาเนื้อดิน (Earthen Ware) เนื้อหยาบ ซึ่งมักพบในแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ การวิเคราะห์หลักฐานเบื้องต้นได้มีข้อสันนิษฐานว่าโบราณวัตถุร่วมที่พบนั้นเชื่อว่าแหล่งถลุงเหล็กโบราณแห่งนี้จะมีอายุอยู่ในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ไม่ต่ำกว่า ๑,๕๐๐ ปีมาแล้วเมื่อตรวจสอบตัวอย่างถ่านตกค้างอยู่ภายในก้อนตะกรันที่ส่งไปศึกษาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์ด้วยวิธี Accelerator mass spectrometry (AMS) dating ก็ได้คำตอบเกี่ยวกับอายุสมัยของแหล่งชัดเจนตรงกันส่วนกรรมวิธี เทคนิค และรูปแบบเตาถลุงเหล็กโบราณ พบว่าเป็นการถลุงเหล็กตามกระบวนการทางตรง (Direct Iron SmeltingProcess) คือ การถลุงโดยใช้ถ่านและอากาศเติมความร้อนให้กับแร่เหล็ก ทำให้ธาตุเหล็กแยกจากธาตุอื่นๆ และจับตัวเป็นกลุ่มก้อนเหล็ก (Iron Bloom) บริเวณก้นเตาถลุง โดยรูปแบบสันนิษฐานของเตาถลุงมีลักษณะ เป็นเตาถลุงรูปแบบทรงกระบอกตรงมีผนังสูง (Shaft Furnace) ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง๙๐ เซนติเมตร จากการขุดค้นนั้นได้พบร่องรอยของเตาถลุงเหล็กขนาดใหญ่ทับซ้อนอยู่ในหลุมขุดค้นไม่ต่ำกว่า ๘ เตา โดยเตาถลุงมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๗๐-๙๐ เซนติเมตร จึงสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าการถลุงเหล็กในพื้นที่ดังกล่าว น่าจะสร้างผลผลิตเป็นเหล็กในปริมาณค่อนข้างมากเพื่อแลกเปลี่ยนกับดินแดนภายนอก ถือเป็นค้นพบและสร้างองค์ความรู้ครั้งสำคัญ เกี่ยวกับพัฒนาทางวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย จากยุคสมัยโลหะสู่สมัยการสร้างบ้านแปงเมืองในดินแดนล้านนาโดย นายยอดดนัย สุขเกษม นักโบราณคดีปฏิบัติการและคณะของสำนักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ จะได้เชื่อมโยงถอดบทเรียนจากแหล่งโบราณคดีเตาถลุงเหล็กแห่งนี้กับแหล่งถลุงเหล็กในพื้นที่อื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยเฉพาะการศึกษานั้นได้มีการจำลองเตาถลุงเหล็กและวิธีกรรมตามอย่างคนโบราณ จนสามารถตีเหล็กให้เป็นอาวุธใช้การถอดแบบโครงสร้างของเตา และเรียนรู้จากหลักฐานที่มีการศึกษาเพื่อพัฒนาภูมิปัญญาของคนโบราณ และต่อยอดให้มีบทบาทสำหรับท้องถิ่นให้เกิดการเรียนรู้และเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในอนาคตนั้น จึงเป็นภาระของชาวบ้านและหน่วยงานราชการในพื้นที่ที่จะต้องสร้างกิจกรรมจากนวัตกรรมคนโบราณที่ค้นพบนี้ไปสู่กิจกรรมส่งเสริมรายได้ในชุมชนส่วนจะสร้างกิจกรรมให้น่าสนใจไม่เถิดเทิงกันได้แค่ไหนนั้นเป็นเรื่องของความใส่ใจของพื้นที่และการถอดบทเรียนให้น่าสนใจจนเปิดประตูองค์ความรู้การถลุงเหล็กที่เก่าแก่ที่สุดของแผ่นดินให้คนรู้จัก..โดยชุมชนที่มองเห็นประโยชน์ได้จริง
คณะเผยแพร่ฯกรมศิลปากร
ข้อมูลจากการคิดค้น
แหล่งโบราณคดีการถลุงเหล็ก
เหล็กก้อนและตะกรันที่พบ
สร้างแบบเตาทดลอง
รูปแบบเตาโบราณ

ภาชนะดินเผาที่พบ
ทดลองตีเหล็ก
ตัวอย่างเหล็กที่ขุดพบ
ดาบที่ทดลองตีแบบโบราณ
