‘เตียงต่อชีวิต’ โครงการสร้างห้องความดันลบอย่างเร่งด่วน รองรับผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19 กว่าพันชีวิตของรพ.วชิรพยาบาล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/575771

‘เตียงต่อชีวิต’ โครงการสร้างห้องความดันลบอย่างเร่งด่วน  รองรับผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19 กว่าพันชีวิตของรพ.วชิรพยาบาล

‘เตียงต่อชีวิต’ โครงการสร้างห้องความดันลบอย่างเร่งด่วน รองรับผู้ป่วยวิกฤติโควิด-19 กว่าพันชีวิตของรพ.วชิรพยาบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“เตียงต่อชีวิต” โครงการฉุกเฉินที่ใช้แนวความคิด Forward Thinking แบบเชิงรุกจากทีมโรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาทุกชีวิตให้ได้มากที่สุดจากภาวะวิกฤติโควิด-19 และยอมเสียสละทรัพยากรของโรงพยาบาลสูงสุด เพิ่มเตียงผู้ป่วยให้มากขึ้น คิดเป็นเตียงผู้ป่วยโควิดถึง 25% ของเตียงทั้งหมด เปลี่ยนอาคารสูติฯให้เป็นห้องแรงดันลบที่รักษาต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยสีส้มเข้ม-แดง เป้าหมาย 54 เตียง ซึ่งคาดว่าจะช่วยผู้ป่วยได้มากกว่า 1,350 ชีวิต ในระยะเวลา 2 ปี

ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า โรงพยาบาลวชิรพยาบาล ปัจจุบันเราเป็นโรงพยาบาลตั้งมากว่า 100 ปี โดยเป็นโรงพยาบาลขนาดกลางที่เป็น 1 ใน 6 โรงพยาบาลหลักที่ดูแล 6 โซน ของกรุงเทพมหานคร โดยทางโรงพยาบาลจะรับเคสผู้ป่วยจากโซนธนบุรีใต้ (ปิ่นเกล้า บางแค) จากที่ทุกคนทราบว่าสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างมีความรุนแรง ทางโรงพยาบาลเองมีความมุ่งหวังในการช่วยเคสให้ได้มากที่สุด จากการทำงานกันอย่างเต็มที่ของบุคลากรทางการแพทย์ โดยเรามีทั้งหมด 800 เตียง รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ 3,000 คน ในการต่อสู้กับวิกฤติในครั้งนี้ ซึ่งปัจจุบันเรามี ward ในการดูแลคนไข้สีแดง2 วอร์ด, ส้ม/เหลือง 2 วอร์ด, เหลือง 1 วอร์ด รวมจำนวน 150 เตียง โดยเตียงของเรานั้นรองรับเต็มอัตรา แต่ด้วยจำนวนของผู้ป่วยที่มีเพิ่มเติมเข้ามาทุกวัน เราจึงมีความจำเป็นต้องขยายจำนวนเตียงเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยต่อเตียงมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเตียงละ 350,000-500,000 บาท โดยจะมีการเพิ่มเติมอีก 4 วอร์ด ประกอบด้วย 2 วอร์ดดูแลคนไข้สีแดง (วิกฤติ) และ 2 วอร์ดดูแลคนไข้สีส้ม (กึ่งวิกฤติ)รวมจำนวน 54 เตียง โดยแปลงสภาพอาคารสูติฯ เดิมให้กลายเป็นอาคารที่รองรับผู้ป่วยได้เพิ่มเติมประมาณ 25%

ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์

ด้าน รศ.ดร.นพ.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล กล่าวว่า ด้วยการปรับปรุงอาคารสูติฯ เดิม นอกเหนือไปจากเตียงรักษาที่ต้องการเพิ่มเติมประมาณ 54 เตียงแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วยวิกฤติคือ ห้องแยกโรคความดันลบ (Negative pressure room) เนื่องด้วยห้องนี้สามารถควบคุมทางเดินของอากาศได้ โดยประโยชน์ของห้องแรงดันสูงจะเป็นประโยชน์ใน 2 เรื่อง ได้แก่ 1) เพื่อควบคุมเชื้อโรคไม่ให้ออกไปยังด้านภายนอกห้องเพิ่มความเสี่ยงกับบุคลากรและส่วนกลางของโรงพยาบาล และ 2) สามารถนำเชื้อโรคไปกรองได้ ก่อนปล่อยออกไปสู่ข้างนอก นอกเหนือจากนั้น สิ่งที่สำคัญจำเป็น ได้แก่ อุปกรณ์ที่ต้องมีการจัดซื้อเพิ่มเติม ไม่ใช้ชุดเดียวกับผู้ป่วยปกติ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาทิ

1.อุปกรณ์สำหรับตรวจ เช่น มอนิเตอร์ไว้ตรวจค่าต่างๆ, เครื่องเอกซ์เรย์เคลื่อนที่

2.อุปกรณ์สำหรับรักษา เช่น เครื่องช่วยหายใจแรงดันบวก

3.อุปกรณ์ป้องกันทีมแพทย์ เช่น ชุด PPE, หน้ากาก N95 ที่อุปกรณ์เหล่านี้ ปกติทางโรงพยาบาลจะมีสต๊อกเพียงพอต่อการใช้งานได้อย่างน้อย 6 เดือน แต่ปัจจุบันมีใช้เพียงสัปดาห์ต่อสัปดาห์

สำหรับ “เตียงต่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เราต้องการรวบรวมเงินเพื่อสร้างหอพักผู้ป่วยเพิ่มเติม เพื่อรองรับวิกฤติในครั้งนี้ให้ผ่านไปได้แบบไม่ต้องทิ้งใครไว้ระหว่างทาง โดยเตียง 1 เตียง ที่ท่านร่วมบริจาคเข้ามาสามารถต่อชีวิตผู้ป่วยได้อีกอย่างน้อย 25 ชีวิต นายแพทย์เมษัณฑ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับช่องทางในการบริจาค

1.สามารถมาบริจาคได้ด้วยตนเองที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล

2.บริจาคโดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี เงินบริจาคคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เลขที่บัญชี 012-031980-2

3.สแกน QR Code ของ E-Donation

4.หรือสำหรับอุปกรณ์ป้องกันสำหรับบุคลากร อาทิ ชุด PPE, แอลกอฮอล์, หน้ากาก N95 สามารถบริจาคได้ที่โรงพยาบาล

5.ผู้ที่ต้องการใบเสร็จลดหย่อนสามารถติดต่อแจ้งความประสงค์ โดยส่งใบเสร็จได้ทางไลน์ไอดี @vajiranpสามารถลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าของยอดบริจาค

มาร่วมสร้าง “เตียงต่อชีวิต” ให้กับทุกคน เพราะเราไม่รู้ว่าวันใดวันหนึ่ง คนที่รอคอยเตียงอาจจะเป็นคนที่เรารักมากที่สุดก็เป็นได้ รายละเอียดเพิ่มเติม 02-244-3030 และทางไลน์@vajiranpรศ.ดร.นพ.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล

รศ.ดร.นพ.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล

Leave a comment