#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/576910

‘ถั่วลูปิน’ ซูเปอร์ฟู้ดแห่งอนาคต คุณค่าทางอาหารสูง
วันจันทร์ ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 17.18 น.
31 พฤษภาคม 2564 “ลูปิน” พืชตระกูลถั่วจากออสเตรเลีย กำลังจะกลายเป็นซูเปอร์ฟู้ดแห่งอนาคต ด้วยคุณประโยชน์มากมายด้านโภชนาการทั้งปริมาณโปรตีน ไฟเบอร์ที่สูงมาก แต่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่มีกลูเตน และที่สำคัญ คือ มาจากธรรมชาติล้วนๆ ไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรมใดๆ
ชื่อ “ลูปิน” อาจจะยังไม่คุ้นหูคนไทย แต่จริงๆ แล้ว ลูปิน เป็นพืชตระกูลถั่วที่คนในแถบเมดิเตอเรเนียน และเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้กินกันเป็นประจำมาตั้งแต่โบราณ แต่พันธุ์ดั้งเดิมนั้นจะออกรสขมเพราะมีสารอัลคาลอยด์ ก่อนจะรับประทานต้องมีกรรมวิธีกำจัดรสขมเสียก่อน เช่น แช่ในน้ำเกลือ หรือปรุงให้สุก จึงต้องใช้เวลามากในการเตรียมก่อนนำมารับประทาน แต่ในปัจจุบัน มีการปรับปรุงพันธุ์ให้ดีขึ้นจนไม่มีรสขม สามารถรับประทานได้เลยไม่ต้องแช่น้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมงอย่างแต่ก่อน
นอกจากจะเป็นซูเปอร์ฟู้ดแห่งอนาคต เพราะมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่างแล้ว ลูปินยังช่วยฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ในดิน เนื่องจากเป็นพืชตระกูลถั่วที่ช่วยลดสารคาร์บอนพร้อมกับเพิ่มไนโตรเจน คืนความอุดมให้กับดินในแปลงเกษตร

งานวิจัยอย่างน้อย 2 ชิ้นของ ดร.วีรยา การพานิช นักวิจัยด้านโภชนาการของไทย มีผลสอดคล้องกับผลงานวิจัยมากมายทั่วโลกว่า ถั่วลูปินมีความโดดเด่นด้วยคุณค่าทางอาหารและดีต่อสุขภาพเพราะมีโปรตีนและไฟเบอร์สูงแต่มีไขมันต่ำนอกจากนี้ยังมีปริมาณโอลิโกแซคคาไรด์สูง ซึ่งโอลิโกแซคคาไรด์เป็นคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นพรีไบโอติกหรืออาหารชั้นดีของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ที่อาศัยอยู่ในระบบทางเดินอาหารของเรา ช่วยให้ระบบการย่อยและดูดซึมสารอาหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เมื่อเทียบกันแล้ว ถั่วลูปินยังมีปริมาณคุณค่าทางโภชนาการสูงไปกว่าธัญพืชหลายชนิดที่เราเรียกว่าซูเปอร์ฟู้ดเสียอีก เช่นในถั่วลูปินแต่ละเมล็ดมีปริมาณโปรตีนถึง 40% หรือมากกว่าควินัวถึง 3 เท่า จึงเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชที่มีคุณค่าสูง เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อหรือกำลังเติบโต รวมทั้งมีกากใยหรือไฟเบอร์ 37% มากกว่าข้าวโอ๊ตถึง 3 เท่าเช่นกัน กากใยเหล่านี้เป็นพรีไบโอติกด้วย

นอกจากนี้ ถั่วลูปินยังมีดัชนีน้ำตาล(Glycemic Index – GI) ต่ำที่สุดในบรรดาธัญพืชต่างๆ ที่เรารับประทานกันอยู่ จึงเหมาะกับคนที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เช่น คนที่เป็นเบาหวาน หรือมีแนวโน้มจะเป็นเบาหวาน หรือคนที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงแต่ยังไม่ทันเป็นเบาหวาน เพราะถั่วลูปินจะค่อยๆ ปล่อยน้ำตาลออกมาทีละน้อยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดเหมือนอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ
สำหรับคนที่แพ้กลูเตน ถั่วลูปินเป็นพืชที่ไร้กลูเตนโดยธรรมชาติ คนที่แพ้กลูเตนหรือเป็นโรคเซลิแอค (Celiac)จึงรับประทานได้อย่างปลอดภัย
ถ้าจะดูในเรื่องของแร่ธาตุหรือวิตามิน ถั่วลูปินก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีธาตุเหล็กมากกว่าเคล หรือคะน้าใบหยัก มีโพแทสเซียมมากกว่าในกล้วยและมีแมกนีเซียมสูงกว่าผักโขมอีกด้วย

ด้วยคุณค่าและประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้ ถั่วลูปินจึงได้รับความสนใจจากนักโภชนาการและผู้บริโภค รวมถึงกลายเป็นเป็นทางเลือกใหม่ที่สำหรับคนที่ไม่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์หรือต้องการโปรตีนทางเลือกคุณภาพสูงแต่ราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์ หรือกำลังสนใจอาหารที่ทำจากพืช หรือ แพลนท์เบส (Plant based) และกำลังมองหาทางเลือกซูเปอร์ฟู้ดใหม่ที่ให้คุณค่าสูงและอิ่มทน
สุวพักตร์ กัลยาณสันต์ Business Development Directorบริษัท ไทย-ดับบลิวเอ ลูปิน โปรดักท์ จำกัด บริษัทร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจไทยและออสเตรเลียตะวันตกและเป็นผู้ผลิต PINARIE SNACKS Lupin Chips (พินนารี่ สแนค ลูปิน ชิปส์)ขนมขบเคี้ยวจากถั่วลูปินในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทนำเข้าลูปินจากรัฐออสเตรเลียตะวันตก ซึ่งเป็นแหล่งปลูกที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยที่ 80% ของถั่วลูปินที่คนทั่วโลกรับประทานมาจากออสเตรเลียตะวันตกทั้งนั้น
“เรานำเข้าลูปินเพราะเห็นถึงศักยภาพของถั่วลูปินทั้งในด้านสุขภาพและเศรษฐกิจ เพราะเป็นซูเปอร์ฟู้ดแห่งอนาคต มีประโยชน์ทางโภชนาการและสุขภาพของผู้บริโภค เรานำมากะเทาะเปลือกที่เมืองไทย ก่อนจะแปรรูปเป็นถั่วเต็มเมล็ด ผ่าซีก บดหยาบ และแป้ง สำหรับใช้ทำอาหารได้หลายรูปแบบ ทั้งเบเกอรี่ ขนม อาหารหลากหลายชนิด ซึ่งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคนจำนวนมากด้วย”สุวพักตร์กล่าว
บริษัทฯ ได้เปิดตัวครั้งแรกในงาน THAIFEX 2019 และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องมาตลอดจนกระทั่งเกิด “PINARIE SNACKS Lupin Chips” ขนมอบกรอบจากถั่วลูปินและข้าวหอมมะลิที่ขึ้นชื่อของไทย

“ขนมขบเคี้ยวเป็นสิ่งที่คนทุกประเทศชื่นชอบ แต่ขนมขบเคี้ยวส่วนใหญ่มักอุดมไปด้วยแป้ง โซเดียม ไขมัน ซึ่งจะมีผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ในปัจจุบัน กระแสรักสุขภาพทำให้ผู้บริโภคมองหาขนมทางเลือกใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ เราจึงได้คิดค้น PINARIE ขึ้นมาเพื่อเป็นทางเลือกให้คนทุกเพศทุกวัย ให้สามารถมีความสุขกับการรับประทานขนมขบเคี้ยวได้โดยไม่รู้สึกผิด เพราะได้คุณค่าทางโภชนาการ ดีต่อสุขภาพไปพร้อมกัน เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตแอคทีฟ คนที่ใส่ใจสุขภาพ หรือแม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกสรรอาหารและขนมที่ดีต่อสุขภาพของลูกหลาน” สุวพักตร์กล่าว
PINARIESNACKS Lupin Chips มี 4 รสชาติ ได้แก่ Sea Salt, Seasalt& Vinegar, Onion and Chives และ Sweet Chili and Lime วางจำหน่ายในขนาด 90 กรัมราคาซองละ95 บาทที่ร้านเลมอนฟาร์มและขนาด 50 กรัมราคาซองละ55 บาท สั่งซื้อทางออนไลน์ได้ที่ shoppee และ Lazada
ส่วนถั่วลูปินในแบบเต็มเมล็ด ผ่าซีก บดหยาบ และแป้ง สำหรับปรุงอาหารหรือทำขนม เหมาะสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างผลิตภัณฑ์อาหารหรือขนมที่มีเอกลักษณ์ และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ หรือคนที่ชอบทำอาหาร ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ http://www.pinariefoods.com หรือhttps://www.facebook.com/pinariesnacksthailand/และhttps://www.instagram.com/pinariesnacks_thailand/
