‘ประวิตร’ นำลงพื้นที่ภาคตะวันออก ลุยพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อความมั่นคง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580201

‘ประวิตร’นำลงพื้นที่ภาคตะวันออก ลุยพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อความมั่นคง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าแผนการพัฒนาแหล่งน้ำ และความพร้อมรับมือฤดูฝน’64 ในพื้นที่ภาคตะวันออก ที่ อ.วังจันทร์ จ.ระยอง โดยมี นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ต้อนรับ พร้อมรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การดำเนินการตามมาตรการรับมือฤดูฝนในพื้นที่ภาคตะวันออกและภาพรวม การจัดการน้ำสนับสนุนอีอีซี ทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของอีอีซี และความต้องการใช้น้ำในอนาคต

พลเอกประวิตรกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกและอีอีซี รวมถึงเน้นย้ำความพร้อมในการขับเคลื่อนมาตรการรับมือฤดูฝนปี 2564 ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เพื่อให้พื้นที่ภาคตะวันออกมีความมั่นคงเรื่องน้ำ นักลงทุนเกิดความมั่นใจ โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก คือ 1.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หารือและกำหนดแนวทางร่วมกันถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ รวมถึงเร่งดำเนินการเพิ่มน้ำต้นทุนโดยการพัฒนาระบบโครงข่ายน้ำต่างๆ ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

2.การนิคมอุตสาหกรรมต้องจัดหาแหล่งน้ำสำรองของตนเอง พร้อมทั้งสนับสนุนให้ภาคเอกชนใช้น้ำแบบ 3R รวมถึงเร่งดำเนินการเพิ่มน้ำต้นทุนโดยจัดทำระบบเปลี่ยนน้ำทะเลเป็นน้ำจืด ซึ่งต้องดำเนินการอย่างประหยัด และคุ้มค่ามากที่สุด และ 3.ขอให้ทุกหน่วยปฏิบัติตาม 10 มาตรการ รับมือฝนปี’64 เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก รวมถึงวางแผนเก็บน้ำสำรองทุกแหล่งทั้งผิวดินและใต้ดินไว้รองรับในช่วงฤดูแล้งหน้าด้วย   

โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561 – 2563) รัฐบาลได้เร่งรัดโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในภาคตะวันออกในทุกรูปแบบ เพื่อให้มีพื้นที่เก็บกักน้ำฝนให้มากที่สุด สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่ทั้งภาคประชาชน เศรษฐกิจ เกษตร อุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอีอีซี ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง มีโครงการแหล่งน้ำเกิดขึ้นแล้วถึง 2,872 โครงการ พื้นที่รับประโยชน์ 372,950 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 136,751 ครัวเรือน ปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นประมาณ 138 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)

Leave a comment