‘สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน’ ม.มหิดล ร่วมส่งเสริม ‘บริการสาธารณสุขมูลฐาน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/580452

‘สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน’ม.มหิดล  ร่วมส่งเสริม‘บริการสาธารณสุขมูลฐาน’

‘สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน’ม.มหิดล ร่วมส่งเสริม‘บริการสาธารณสุขมูลฐาน’

วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงงานบริการด้านสาธารณสุขมูลฐาน ว่า เมื่อพูดถึงงานประเภทนี้ มักจะคิดถึงงานบริการชั้นสองที่มีคุณภาพด้อยกว่าคุณภาพของงานบริการรักษาพยาบาลโดยทั่วไป ทั้งที่จริงๆ แล้วงานดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการให้บริการสุขภาพเบื้องต้นโดยภาคประชาชนสำหรับประเทศที่ด้อยพัฒนาเท่านั้น

สาเหตุที่เข้าใจกันคลาดเคลื่อนนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเรื่องสาธารณสุขมูลฐานในความเป็นจริงนั้นมีหลายแง่มุมที่เกี่ยวพันกัน ซึ่งโดยหลักการ คือ ความต่อเนื่อง เชื่อมโยง และส่งต่อสู่บริการในระดับที่สูงขึ้นไป หรือบริการที่เกี่ยวข้องหากมีความจำเป็น เพื่อให้เกิดการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพด้วยความเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้เกิดระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง โดยเป็นหลักการที่ทุกประเทศทั่วโลกควรต้องนำไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา หรือประเทศที่พัฒนาแล้วก็ตาม

รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าวต่อไปว่าประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีผลงานโดดเด่นในการพัฒนาสาธารณสุขมูลฐาน และเป็นตัวอย่างให้กับองค์การอนามัยโลก (WHO) และนานาประเทศ นำไปเป็นต้นแบบในหลายประเด็น เช่น การพัฒนาสุขภาพภาคประชาชนโดยผ่านการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) การสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า รวมถึงการสร้างนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพผ่านสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งในประเทศไทยมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องสาธารณสุขมูลฐานที่แตกต่างกัน

องค์กรหลักที่ สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐานของกระทรวงสาธารณสุข คือ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งดูแลประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพที่ยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม โดยมีงาน อสม. เป็นส่วนสำคัญในการให้บริการด้านสาธารณสุขมูลฐานในชุมชนโดยสถาบันฯมีส่วนสนับสนุนในการพัฒนาบทบาทของ อสม. ผ่านการจัดฝึกอบรม และการดำเนินงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเป็นกรรมการพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องของการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานด้วย

และในช่วงสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 สถาบันฯ ยังได้ริเริ่มการวิจัยเป็นครั้งแรกของประเทศไทย เรื่อง “การพัฒนาบทบาทของ อสม. เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” ตลอดจนได้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตร “เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine)” ขึ้นเพื่อผลักดันให้เกิดรูปแบบการบริการแบบใหม่ที่จะมุ่งปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง สู่การมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะต่อสู้กับโรคอุบัติใหม่ต่างๆ

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักประสานงานสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย (สปสว.) จัดทำรายการ“3 วัยไล่โควิด” เผยแพร่ทาง YouTube โดยใช้พลังปัญญาของผู้สูงวัยมาแนะนำแนวทางและนโยบายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการดูแลตัวเองเพื่อให้ปลอดภัยในช่วงวิกฤติไวรัสโควิด-19 ตลอดจนจัดอบรมระยะสั้นออนไลน์นานาชาติเพื่อรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว

“การสาธารณสุขมูลฐานในโลกยุคใหม่ มีความสำคัญโดยถือเป็นเครื่องมือกลไก และหลักการอันเป็นบันไดขั้นพื้นฐานที่จะทำให้ระบบสุขภาพของทุกประเทศมีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพสู่การบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ที่สำคัญที่สุด คือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิดการสร้างความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ให้เกิดเป็นเครือข่ายในการนำพลังของทุกคนมาร่วมมือกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาสุขภาพที่นำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืนของประชาชนต่อไป” รศ.ดร.นพ.ภูดิท กล่าว

Leave a comment