‘ตรีนุช’ ลุยปรับหลักสูตรพื้นฐานครั้งใหญ่ เน้นคิด-ทำเป็น-เข้าใจวิถีไทย-พลเมืองดีสังคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/581024

'ตรีนุช'ลุยปรับหลักสูตรพื้นฐานครั้งใหญ่ เน้นคิด-ทำเป็น-เข้าใจวิถีไทย-พลเมืองดีสังคม

‘ตรีนุช’ลุยปรับหลักสูตรพื้นฐานครั้งใหญ่ เน้นคิด-ทำเป็น-เข้าใจวิถีไทย-พลเมืองดีสังคม

วันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 17.21 น.

“รมว.ศธ.”ประกาศเดินหน้าปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เน้นการพัฒนาสมรรถนะเด็กไทย ให้สามารถคิดเป็นทำเป็น เข้าใจรากฐานวิถีชีวิตแบบไทย และเป็นพลเมืองดีร่วมสร้างสรรค์สังคม

วันที่ 17 มิถุนายน 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ห้องประชุมจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ ว่า คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร ได้กำหนดแนวทางการปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยจะมุ่งที่การพัฒนาสมรรถนะของเด็กไทยใน 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการตนเอง การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การคิดขั้นสูง การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง โดยคณะกรรมการฯ จะจัดทำเป็นกรอบหลักสูตร (Framework) ที่จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถนำไปจัดทำเป็นหลักสูตรสถานศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนซึ่งมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้ แต่จะมีจุดร่วมกันในการสร้างสมรรถนะ ซึ่งโรงเรียนต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนใหม่โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) เพื่อกระตุ้นให้นักเรียน ได้คิด ได้ตั้งคำถาม และค้นหาคำตอบด้วยตนเอง ไม่ใช่กระบวนการสอนทางเดียวแบบเดิม

ยกตัวอย่างเช่น ในการเรียนรู้ความเป็นพลเมืองที่ดี นักเรียนจะต้องเรียนรู้จากสถานการณ์จริง ดังเช่นเรียนรู้จากกิจกรรมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนของตนเอง ไม่ใช่การเรียนรู้จากตำราแบบเดิมที่เด็กจะไม่มีความเข้าใจอย่างแท้จริง หรือตัวอย่างการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ นักเรียนจะไม่เพียงเรียนรู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไร เมื่อใด แต่ต้องมีกระบวนการในการคิด วิเคราะห์ และร่วมอภิปราย เพื่อให้สามารถเข้าใจเหตุผล เรียนรู้บทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีตและนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม

รมว.ศธ.กล่าวว่า ส่วนที่มีหลายท่านกังวลว่าหลักสูตรใหม่จะขาดความเข้มข้นในการถ่ายทอดความรู้ให้กับนักเรียน อยากทำความเข้าใจว่า ความรู้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดสมรรถนะ แต่กระบวนการเรียนรู้จะไม่ได้เริ่มจากการให้ความรู้ก่อน แต่จะเริ่มจากกระบวนการคิด การตั้งคำถาม และการกระตุ้นความสนใจของนักเรียนก่อน เมื่อนักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้แล้ว เขาก็จะค้นหาความรู้และคำตอบได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนเหล่านี้จะทำให้เด็กมีการพัฒนาอย่างแท้จริง ในการปรับหลักสูตรครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าครูต้องมีการปรับวิธีการเรียนการสอนครั้งใหญ่ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมการรองรับในการพัฒนาครู ให้พร้อมกับหลักสูตรใหม่นี้ โดยจะเน้นการพัฒนาทั้งระบบโรงเรียน (School base development) โดยครูจะได้เรียนรู้และพัฒนาจากห้องเรียนจริง จะไม่ใช่การนำครูมาอบรมนอกห้องเรียนแบบเดิม ๆ และผู้อำนวยการโรงเรียนจะทำหน้าที่เป็นผู้นำด้านวิชาการของโรงเรียนในการพัฒนาการเรียนการสอนทั้งระบบ       

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะได้นำโรงเรียนที่มีการจัดการเรียนการสอนที่ดีมาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้ และจัดระบบสนับสนุนด้านวิชาการจากทีมวิชาการของกระทรวงศึกษาธิการ และมหาวิทยาลัยในแต่ละพื้นที่ ที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น

“ในปีการศึกษานี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดให้มีการวิจัยและทดลองใช้หลักสูตรแบบใหม่ในโรงเรียนนำร่อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จำนวน 286 แห่ง และข้อมูลที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ จะนำเข้าสู่คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร เพื่อพัฒนาหลักสูตรให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ก่อนที่จะมีการประกาศใช้จริงในปี  พ.ศ.2565” รมว.ศธ. กล่าว

Leave a comment