ซีอีโอ Mulberry เปิดถ้อยแถลง ‘Made to Last’ กระเป๋าหนึ่งใบช่วยอนุรักษ์โลกได้ไหม? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/581634

ซีอีโอ Mulberry เปิดถ้อยแถลง‘Made to Last’  กระเป๋าหนึ่งใบช่วยอนุรักษ์โลกได้ไหม?

ซีอีโอ Mulberry เปิดถ้อยแถลง‘Made to Last’ กระเป๋าหนึ่งใบช่วยอนุรักษ์โลกได้ไหม?

วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Mulberry ฉลองวาระครบรอบ 50 ปี Mulberry ได้ออกถ้อยแถลง “Made to Last” เพื่อเผยความมุ่งมั่นอย่างที่สุดที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจไปสู่โมเดลการคืนสภาพและการหมุนเวียน โดยครอบคลุมระบบของขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ที่ฟาร์มมาจนถึงมือผู้บริโภคภายในปี 2030

เพื่อให้บรรลุความมุ่งมั่นนี้ ถ้อยแถลง Made to Last จะมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการหลัก 6 ประการเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลง ได้แก่ 1.เป็นผู้บุกเบิกโมเดลขั้นตอนการผลิตแบบ “จากฟาร์มสู่สินค้าสำเร็จ” (farm to finished products) ที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่นและมีความโปร่งใสที่สุด 2.พัฒนาหนังที่ปล่อยคาร์บอนออกมาต่ำที่สุดในโลกจากเครือข่ายฟาร์มที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม 3.ควบคุมการปล่อยแก๊สคาร์บอนสุทธิ ให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2578 4.ยืดอายุผลิตภัณฑ์ Mulberry ผ่านการซ่อมแซมและการคืนสภาพ 5.ซื้อคืน ขายต่อ หรือเปลี่ยนจุดมุ่งหมายในการใช้งานกระเป๋าของ Mulberry 6.ขยายความมุ่งมั่นของ Mulberry ในการเป็นนายจ้างที่จ่ายค่าจ้างตามค่าครองชีพที่แท้จริง (Living Wage Employer) โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ของเราเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน

Mulberry ได้เปิดตัวถ้อยแถลง “Made to Last” ในวันคุ้มครองโลกวันที่ 22 เมษายน 2021 ที่ผ่านมา ผ่านแคมเปญดิจิทัล เพื่อถามหลากหลายคำถามสุดท้าทาย ที่บางคำถามอาจทำให้หลายคนต้องอึดอัด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งความตั้งใจและความซื่อสัตย์ของแบรนด์ แม้ว่า Mulberry เองอาจจะยังไม่มีคำตอบสำหรับทุกคำถาม

Thierry Andretta ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Mulberry กล่าวในถ้อยแถลงว่า ในช่วงเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา Mulberry เป็นผู้นำในการออกแบบและการผลิตเครื่องหนังในสหราชอาณาจักร แต่ในปี 2021 Mulberry ต้องการตั้งคำถามว่า “เครื่องหนังสามารถเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความยั่งยืนได้ด้วยหรือไม่” เพื่อตอบโจทย์ข้อนี้ Mulberry ได้เข้าไปพิจารณาทุกส่วนของระบบซัพพลายเชนของแบรนด์ เพื่อใส่หลักการของการคืนสภาพและการหมุนเวียนเข้าไปในทุกขั้นตอน

ด้วยเพราะรับทราบถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงโค Mulberry เชื่อว่าความสำเร็จที่ต่อเนื่องและยาวนานของการใช้หนังนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการตรวจสอบแหล่งที่มาย้อนกลับไปได้อย่างสมบูรณ์แบบจากฟาร์มจนถึงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาจนแล้วเสร็จ และทำให้เราสามารถวางเครือข่ายฟาร์มเกษตรอินทรีย์และใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อจัดหาวัตถุดิบที่จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์เครื่องหนังของ Mulberry ได้ เครือข่ายนี้จะเป็นรากฐานของความมุ่งมั่นที่ Mulberry มีต่อระบบซัพพลายเชนที่มุ่งเน้นเรื่องการคืนสภาพและการหมุนเวียนภายในปี 2030

Mulberry เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นมาจากการให้ความสำคัญกับชุมชนและท้องถิ่นมาโดยตลอด และตั้งแต่เริ่มต้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะผลิตสินค้าจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่ง ณ โรงงานในเมือง Somerset เช่นเดิม ปัจจุบันโรงงานของเราทั้งหมดในเมืองนี้มีการชดเชยปริมาณคาร์บอนให้เป็นศูนย์ และทุกคนที่ทำงานในโรงงานเหล่านี้จะได้รับค่าจ้างตามค่าครองชีพที่แท้จริง ถึงแม้ Mulberry จะมีความภาคภูมิใจในก้าวแห่งความสำเร็จนี้ แต่เรารู้ว่ายังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องทำเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง และนั่นคือเหตุผลที่เราตั้งคำถามอย่าง เช่น “คุณจะทำกระเป๋าสีน้ำเงินให้เป็นสีเขียว ซึ่งหมายถึงการมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ด้วยหรือไม่”

ในช่วงปลายปีนี้ Mulberry จะเปิดตัวกระเป๋าในคอลเลคชั่น “จากฟาร์มสู่สินค้าสำเร็จ” ที่ผลิตภายในสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกโดยใช้หนังที่ปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุดในโลกคอลเลคชั่นนี้จะแทนภาพอนาคตของธุรกิจ และต่อยอดกลายเป็นโมเดลธุรกิจที่สามารถทำร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรที่เราเชื่อถือ พร้อมทั้งสนับสนุนความมุ่งมั่นของเราในการมุ่งสู่เป้าหมายของการปล่อยแก๊สคาร์บอนเป็นศูนย์ให้ได้ภายในปี 2035

แนวทางการเปลี่ยนแปลงของเราในการจัดหาวัสดุหนังจะได้รับการสะท้อนออกมาผ่านวิธีที่เรานำเสนอโซลูชั่นใหม่ๆ ในธุรกิจ ตั้งแต่การรวมไนลอนรีไซเคิลและฝ้ายออร์แกนิกที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างสรรค์ขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในบรรจุภัณฑ์และเครือข่ายร้านค้าของเรา

จากคำถามที่ว่า “คุณสอนเคล็ดลับใหม่ให้กับกระเป๋าใบเก่าได้ไหม?” เราได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ Mulberry ทุกชิ้นผ่านการซ่อมแซม การทำให้กลับมามีสภาพเดิม และการนำกลับมาใช้ใหม่ ความมุ่งมั่นนี้เป็นหัวใจสำคัญของแนวคิดแบบหมุนเวียน ซึ่งยังส่งอิทธิพลต่อวิธีที่เราออกแบบและผลิต ตลอดจนบริการที่เรานำเสนอให้กับลูกค้าของเรา และด้วยโปรแกรม Exchange เราสามารถจับคู่สินค้าคลาสสิกที่ได้รับการรับรองว่าเป็นของแท้และได้รับการคืนสภาพใหม่อย่างสวยงามกับเจ้าของคนใหม่ได้ โดยกระเป๋าของเราทุกใบไม่ว่าจะอายุ 50 ปีหรือเพิ่งจะ 5 เดือน ก็สามารถหาเจ้าของคนที่สอง สาม หรือสี่ ซึ่งเป็นสมาชิกรายอื่นในชุมชน Mulberry ได้ แพลตฟอร์มนี้เปิดตัวในบูติกของ Mulberry ในปี 2020 และกำลังได้เข้าสู่ระบบดิจิทัลบนเว็บไซต์ mulberry.com ในเดือนเมษายน 2021 ควบคู่ไปกับการร่วมเป็นพันธมิตรกับ Vestiaire Collective ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน เพื่อให้การขายต่อแบบรีเซลกลายเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การหมุนเวียนของ Mulberry

หากวันที่กระเป๋าสักใบหนึ่งของ Mulberry มาถึงจุดที่เป็นปลายทาง Mulberry ยังพร้อมที่จะซื้อกลับมาและใช้ระบบเรียกคืนพลังงานที่เป็นนวัตกรรมใหม่และเป็นระบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของ “Muirhead” อีกหนึ่งพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของเราซึ่งยังเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตเครื่องหนังชาวสกอตแลนด์ (Scottish Leather Group) เพื่อให้พร้อมนำกลับมาผลิตเป็นกระเป๋าใบใหม่ และทำให้เส้นทางของกระเป๋าใบหนึ่งไม่สิ้นสุดลง แต่ยังคงไหลเวียนในระบบหมุนเวียนดังที่เราตั้งใจไว้

แคมเปญ Made to Last จะทำให้คำถามเหล่านี้แจ่มชัดมากขึ้นผ่านซีรี่ส์การถ่ายภาพบุคคล ภาพเคลื่อนไหว และการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญทั้งภายในและภายนอกองค์กร ตามแนวทางการคืนสภาพและการหมุนเวียนตามที่ถ้อยแถลงของ Mulberry ได้สัญญาไว้ บุคคลเหล่านี้มีมากมายหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น “Gizzi Erskine” เชฟ เจ้าของร้านอาหาร และนักกิจกรรมเกี่ยวกับดิน “Wilson Oryema” ศิลปิน นักเขียนและผู้ประกอบการ “Shaway Yeh” ผู้สนับสนุนประเด็นเรื่องความยั่งยืนและผู้ก่อตั้งองค์กร yehyehyeh ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและการเกษตร ช่างฝีมือจากโรงงานของ Mulberry ใน Somerset และอีกมากมาย ซึ่งแต่ละคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในหลายคำถามที่ปรากฏในถ้อยแถลงด้วย

ถ้อยแถลง Made to Last ให้คำมั่นสัญญาว่า ธุรกิจของ Mulberry และกระเป๋าของ Mulberry จะเป็นตัวแทนของความมุ่งมั่นในการฟื้นคืนสภาพ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ การรักษาคำมั่นสัญญานี้จำเป็นต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมทั้งในอุตสาหกรรม ในระบบซัพพลายเชน และในหมู่ลูกค้า เป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับที่เรียกว่าพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งวิธีการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ และวิธีการใช้ และในที่สุดต้องพาเราไปสู่คำถามที่ว่า “กระเป๋าหนึ่งใบสามารถช่วยอนุรักษ์โลกได้หรือไม่?” เรารู้ดีว่า การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงย่อมเกิดขึ้นจากความเต็มใจที่จะถามตัวเองด้วยคำถามที่ยาก และแสวงหาคำตอบที่เปี่ยมความหมายอย่างไม่ลดละคำถามที่ว่ากระเป๋า Mulberry สามารถมาพร้อมคำมั่นสัญญาของการฟื้นคืนสภาพ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ได้หรือไม่? ถ้าทำได้และเราเชื่อว่าทำได้ คำตอบก็คือ “ใช่” กระเป๋าสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สิ่งต่างๆ ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

“ที่ Mulberry เราได้ดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อปลูกความยั่งยืนลงไปในทุกส่วนของธุรกิจของเรา และวันนี้เราเผยความมุ่งมั่นของเราในโครงการแห่งการเปลี่ยนแปลง โดยนำหลักการของการฟื้นคืนสภาพและการหมุนเวียนมาใช้ในระบบซัพพลายเชนทั้งหมด เรามุ่งมั่นที่จะสร้างโมเดลซัพพลายเชนแบบ “จากฟาร์มสู่สินค้าสำเร็จ” (farm to finished products) ที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่นและมีความโปร่งใสที่สุด และในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงนี้ ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งต่อเพื่อนร่วมงานของผมและงานที่ผมกำลังทำในการออกถ้อยแถลง “Made to Last” นี้ ผมขอทิ้งท้ายว่า Mulberry พร้อมรับมือกับความท้าทายที่จะเข้ามาในอนาคตอย่างแน่นอน” Thierry Andretta กล่าวทิ้งท้าย

แฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์พบกับกระเป๋าของ Mulberry ได้ที่ สยามพารากอน โทร.02-6109449, เซ็นทรัลชิดลม โทร.02-6557493 และ Mulberry Thailand Official Line: @mulberryth

Leave a comment