ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย’ ภูมิความหมายอภิวัฒน์สยาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/583166

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย’ ภูมิความหมายอภิวัฒน์สยาม

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย’ ภูมิความหมายอภิวัฒน์สยาม

วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

วันที่ ๒๔ มิถุนายน นั้น เมื่อพ.ศ.๒๔๗๕ ได้มีเหตุการณ์เปลี่ยนการปกครอง เดิมกำหนดให้เป็นวันชาติ ต่อมาเปลี่ยนเป็นวันอภิวัฒน์สยาม ซึ่งมีผลให้เกิดการเรียกประเทศสยาม เป็นประเทศไทย และมีการสร้าง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขึ้น ด้วยเหตุที่อนุสาวรีย์นี้ถูกใช้เป็นหมุดหมายของประชาธิปไตยและตั้งอยู่กึ่งกลางวงเวียนระหว่างถนนราชดำเนินกลางกับถนนดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนครกรุงเทพมหานคร ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการสร้างจึงมีประติมากรรมความหมายให้เห็นถึงบทบาทสำคัญที่ประชาชนจะได้รับจากการปกครองแบบประชาธิปไตย เดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๘๒โดยรัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการการก่อสร้างอนุสาวรีย์ขึ้นเพื่อควบคุมกำกับการก่อสร้าง โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์จากแบบการประกวดและการก่อสร้างโดยหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

ลักษณะของอนุสาวรีย์ เป็นอนุสรณ์สถานลอยตัว ประกอบด้วยรูปเล่มรัฐธรรมนูญในสมุดไทย ประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า ซึ่งจำลองจากรัฐธรรมนูญที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ลงพระปรมาภิไธยในรัฐธรรมนูญฉบับแรกแห่งราชอาณาจักรไทย สร้างด้วยทองแดง มีความสูง ๓ เมตร หนัก ๔ ตัน ตั้งบนฐานรูปทรงกลมด้านบนโค้งกลม ซึ่งมีพระขรรค์ ๖ เล่มรายล้อมรอบป้อมกลางอนุสาวรีย์ หมายถึง หลัก ๖ ประการของคณะราษฎร ถัดไปเป็นลานอนุสาวรีย์ยกสูงมีบันไดโดยรอบ รอบนอกลานอนุสาวรีย์มีครีบทรงแบน อยู่ ๔ ทิศ ที่โคนครีบ มีภาพแกะสลักลายปั้นนูน และมีรั้วกั้นโดยรอบลานอนุสาวรีย์ รั้วนี้ใช้ปืนใหญ่โบราณจำนวน ๗๕ กระบอก ฝังดินโผล่ท้ายกระบอกขึ้นมา เป็นเสา คล้องโซ่เชื่อมต่อกัน

การสร้างอนุสาวรีย์

ภายในอนุสาวรีย์ประกอบด้วยปีก ๔ ด้าน สูงจากแท่นพื้น ๒๔ เมตร มีรัศมียาว ๒๔ เมตร หมายถึงวันที่ ๒๔ มิถุนายน ซึ่งเกิดเหตุการณ์การปฏิวัติสยามหรืออภิวัฒน์สยาม พานทูนฉบับรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดป้อม กลางตัวอนุสาวรีย์สูง ๓ เมตร หมายถึงเดือน ๓ หรือเดือนมิถุนายนขณะนั้นนับเมษายนเป็นเดือนแรกของปีเป็นเดือนที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และหมายถึง อำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ อำนาจอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ คืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ปืนใหญ่จำนวน ๗๕ กระบอก ให้ปากกระบอกปืนฝังลงดิน โดยรอบฐานของอนุสาวรีย์ที่มีโซ่เหล็กร้อยไว้ระหว่างปืนใหญ่ หมายถึงปีที่ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือ พ.ศ.๒๔๗๕ ส่วนโซ่ที่ร้อยไว้ด้วยกันหมายถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงของคณะราษฎรร่วมกันทุกฝ่าย ลายปั้นนูนที่ฐานครีบทั้ง ๔ ปีกนั้นแสดงเรื่องราวการดำเนินงานของคณะราษฎรตอนที่นัดหมายและแยกย้ายกันก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๗๕ และอ่างตรงฐานปีกทั้ง ๔ ด้าน เป็นรูปงูใหญ่ หมายถึง ปีมะโรง ที่เปลี่ยนแปลงการปกครอง

อนุสาวรีย์สร้างแล้วเสร็จประกอบพิธีเปิดในวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๓ ซึ่งเป็นวันครบรอบ ๘ ปี การปฏิวัติสยาม การก่อสร้างนั้นใช้งบประมาณรวม ๒๕๐,๐๐๐ บาท นอกจากนี้ ยังมีการสร้างสะพานวันชาติ และสร้างอนุสรณ์ที่เกี่ยวเนื่องกันอีกหลายแห่งที่ในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด วันนี้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแห่งนี้ได้ทำให้บริเวณวงเวียนถูกใช้เป็นพื้นที่สำคัญของการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยหลายครั้ง เช่น ระหว่างเหตุการณ์ ๑๔ ตุลา, เหตุการณ์ ๖ ตุลา, พฤษภาทมิฬ,วิกฤติการเมือง พ.ศ.๒๕๕๓ และการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย พ.ศ.๒๕๖๓-๒๕๖๔ รวมทั้งไล่ผู้นำเผด็จการ เป็นต้น ทั้งๆ ที่ความคิดการสร้างอนุสรณ์แห่งนี้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงความสามัคคีกลมเกลียวในชาติ และพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญของชาติ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้ เพื่อนำมาถึงความสถาพรแก่ชาติก็ตาม…๘๙ ปี ก็ยังตามหาประชาธิปไตยของประชาชนกันอยู่จากอนุสาวรีย์ที่แปลกด้วยตัวเลขความหมายของเหตุการณ์เหตุการณ์จากอนุสาวรีย์

เหตุการณ์จากอนุสาวรีย์

การสร้างอนุสาวรีย์การสร้างอนุสาวรีย์อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกำลังก่อสร้าง

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกำลังก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยมุมสูงของอนุสาวรีย์

มุมสูงของอนุสาวรีย์ภาพเหตุการณ์

ภาพเหตุการณ์ภาพประติมากรรม

ภาพประติมากรรมปีกอนุสาวรีย์ปีกอนุสาวรีย์ประติมากรรมแต่ละปีก

ประติมากรรมแต่ละปีก

แบบส่งประกวด

แบบส่งประกวดคณะสร้าง

คณะสร้าง

Leave a comment