โซไซตี้ : ซีพีเอฟมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมขับเคลื่อน ‘ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/583182

โซไซตี้ : ซีพีเอฟมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมขับเคลื่อน‘ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ’

โซไซตี้ : ซีพีเอฟมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ ร่วมขับเคลื่อน‘ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ’

วันอาทิตย์ ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เดินหน้าแผนปฏิบัติการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เน้นเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการลดใช้พลังงาน  ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน  ลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารเป็นศูนย์ รวมทั้ง อนุรักษ์  ปกป้อง และฟื้นฟูป่าต้นน้ำและป่าชายเลนมุ่งสู่องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำร่วมขับเคลื่อน “ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ” ตามเป้าหมายองค์การสหประชาชาติ                             

วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัท ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูสมดุลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้ปัจจัยท้าทายต่อธุรกิจจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการแพร่ระบาดของโควิด-19 บริษัทได้กำหนดแผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  6 กลยุทธ์ มุ่งสู่ “องค์กรธุรกิจคาร์บอนต่ำ”  ประกอบด้วย  1.การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต มีเป้าหมายลดปริมาณการใช้พลังงานต่อหน่วย
การผลิต 15% เมื่อเทียบกับปีฐาน 2558 ภายในปี 2568 2.ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนของบริษัทฯคิดเป็น 26% ของการใช้พลังงานทั้งหมด 3.พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น ผลิตภัณฑ์ MEAT ZERO นวัตกรรมเนื้อจากพืชทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ นวัตกรรมอาหารสัตว์รักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น4.วางแผนระบบโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ 5. ลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหารในกระบวนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นศูนย์ภายในปี 2573 และ 6. การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ด้วยการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ เช่น ใช้วัตถุดิบข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จัดหาวัตถุดิบปลาป่นสำหรับการผลิตอาหารสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะต้องมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมาย และยึดมาตรฐานสากล สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงที่มาของวัตถุดิบได้ รวมทั้งการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านการดำเนินโครงการ อนุรักษ์ ปกป้องฟื้นฟู พื้นที่ที่ป่าต้นน้ำและป่าชายเลน และเพิ่มพื้นที่สีเขียวในสถานประกอบการ ซึ่งดำเนินการไปแล้วมากกว่า 10,000 ไร่

ซีพีเอฟ มุ่งมั่นบรรเทาผลกระทบและดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยยึดเป้าหมายและดำเนินงานตามกลยุทธ์ความยั่งยืน พร้อมทั้งนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (CircularEconomy) มาใช้ ทำให้ในปี 2563 สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานเพื่อสนับสนุนแนวทางอนุรักษ์โลก อาทิ ดึงน้ำมาใช้ต่อหน่วยการผลิตลดลง 36% เทียบกับปีฐาน 2558นำน้ำกลับมาใช้ใหม่หรือใช้ซ้ำคิดเป็น 42% ของการใช้น้ำทั้งหมด  ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่มีคุณสมบัติสามารถใช้ซ้ำหรือนำไปผลิตเป็นสินค้าใหม่ หรือย่อยสลายได้  99.9% รวมทั้งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า  580,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนตลอดกระบวนการผลิต    

“โลกกำลังเผชิญวิกฤติด้านสุขภาพครั้งใหญ่จากการแพร่ระบาดของโควิด-19และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เศรษฐกิจและสังคมโลกเดินไปข้างหน้าช้าลง เราทุกคนจึงต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อฟื้นสมดุลทางธรรมชาติให้กลับคืนมา ซึ่งจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในระยะยาวให้กับทุกชีวิตบนโลกนี้อย่างยั่งยืน” วุฒิชัย กล่าว                   

วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายนปีนี้ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations EnvironmentProgramme : UNEP)ได้กำหนดแนวทางรณรงค์สู่ “ทศวรรษแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศ” (The UN Decade of EcosystemRestoration) รวมพลังทั่วโลกอนุรักษ์ปกป้อง และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ซีพีเอฟ ในฐานะผู้นำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจรและเป็นบริษัทผลิตอาหารชั้นนำระดับโลก มุ่งมั่นร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูระบบนิเวศ และขับเคลื่อนภารกิจสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

Leave a comment