#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/583571

จุฬาฯ พัฒนา ‘รถดมไว’ ตรวจโควิดเชิงรุก ใช้สุนัขดมเหงื่อผู้ติดเชื้อไม่มีอาการ ได้ผลเกือบ100%
วันอังคาร ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ศ.สพ.ญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึง นวัตกรรมในการตรวจคัดกรองผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในครั้งนี้ว่า จุฬาฯได้พัฒนา“รถดมไว” ห้องปฏิบัติการเคลื่อนที่คัดกรองผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 โดยนำสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ 6 ตัวซึ่งได้รับการฝึกฝนในการดมกลิ่นเหงื่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 แบบไม่แสดงอาการมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรองเชิงรุกในชุมชนและคลัสเตอร์ที่เกิดขึ้นใหม่ในแต่ละวัน
“ผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อติดเชื้อ จะมีกระบวนการเผาผลาญในร่างกายที่แตกต่างจากปกติ สารเคมีใต้ต่อมผิวหนังจะเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งจากการทดลอง สุนัขสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จากเหงื่อของผู้ที่มาตรวจ ได้ผลแม่นยำถึง 96% ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของโครงการวิจัย “การใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ” หลังจากโครงการสุนัขดมกลิ่น ได้ให้บริการตรวจคัดกรองจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1,500 รายแล้ว จึงได้มีการออกแบบห้องปฏิบัติงานเคลื่อนที่ “รถดมไว” เพื่อนำสุนัขมาปฏิบัติงานบนรถดมไว ช่วยสร้างความปลอดภัยแก่ผู้ตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงานสามารถขยายพื้นที่การตรวจได้มากขึ้นและป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ การตรวจผ่านรถดมไวจะให้ผลได้เร็ว ผู้ป่วยสามารถเก็บตัวอย่างเองได้ และตรวจซ้ำได้หลายครั้ง”
ผศ.ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ ประธานหลักสูตรวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการออกแบบและผลิต “รถดมไว”กล่าวว่า การเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจคัดกรอง ผู้ที่มาตรวจทุกคนจะได้รับชุดตรวจคนละ 1 ชุด ที่ประกอบด้วย ขวดแก้วและแท่งสำลี จะตรวจโดยหนีบแท่งลำสีไว้ที่รักแร้ข้างซ้ายและขวาข้างละ 1 แท่ง ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เพื่อให้แท่งสำลีดูดซับเหงื่อ จากนั้นเก็บตัวอย่างใส่ในขวดแก้วที่มิดชิด เก็บกลิ่นได้ ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยรังสี UVC ในช่องรับส่งตัวอย่างและนำไปใส่ภาชนะที่เป็นกล่องสเตนเลสอีกชั้น ก่อนให้สุนัขดม ถ้าตรวจเจอเชื้อโควิด-19 สุนัขจะนั่งลง สุนัขดมกลิ่นและครูฝึกจะไม่ได้สัมผัสกับตัวอย่างและผู้เข้าตรวจโดยตรง ทำให้ผู้ตรวจและสุนัขที่ปฏิบัติงานปลอดภัยสามารถขยายพื้นที่การตรวจได้มากขึ้น และป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อไวรัสจากสิ่งแวดล้อมบนตัวสุนัขในระหว่างลงพื้นที่คลัสเตอร์ต่างๆ และการตรวจรู้ผลเร็ว ผู้ป่วยสามารถเก็บตัวอย่างเองได้ และตรวจซ้ำได้หลายครั้ง

