#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/584909

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เจ้าฟ้า ‘สิริศิลปิน’ ผู้ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะ อันเป็นศรี เป็นมิ่งขวัญ และเป็นมงคลยิ่ง
วันอาทิตย์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
‘ วิทยาศาสตร์เป็นส่วนประคับประคองประเทศในระหว่างที่ประเทศเดือดร้อน ศิลปะก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผสมผสานกันสองสาขา เพื่อนำมาสู่การช่วยเหลือราษฎรในยามที่ประชาชนลำบาก’
พระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี หลังจากทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน”
.jpg)
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์ผู้มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล ทรงเสียสละอุทิศพระองค์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย อย่างมุ่งมั่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประโยชน์สุขของประชาชนมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน จนเป็นที่ประจักษ์และยอมรับจากประชาคมโลก จึงทรงได้รับการยกย่อง สดุดี และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลเกียรติคุณจากมหาวิทยาลัย องค์กรระหว่างประเทศ และสถาบันที่มีชื่อเสียงทั่วโลก
นอกจากพระปรีชาสามารถในฐานะเจ้าฟ้านักวิทยาศาสตร์แล้ว ยังทรงมีพระปรีชาสามารถเป็นเลิศในงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายสาขา ทั้งทัศนศิลป์ ดนตรี วรรณศิลป์ และการออกแบบสร้างสรรค์ ล้วนโดดเด่นเป็นที่ยอมรับและยกย่องในวงการศิลปะร่วมสมัย ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ ทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการนําแรงบันดาลพระทัยมาทรงปรับใช้ได้อย่างประณีต งดงาม ทรงสอดแทรกประยุกต์องค์ความรู้จากศาสตร์ต่างๆ ที่ได้ทรงศึกษา เช่น วิทยาศาสตร์ พฤกษศาสตร์ กีฏวิทยา รวมทั้งสิ่งที่ทรงโปรดปราน มาทรงสร้างสรรค์งานศิลปะอย่างวิจิตรบรรจง กอปรกับมีพระทัยมุ่งมั่นและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานด้านศิลปะ ส่งผลให้งานศิลปะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนนานาประการ เฉกเช่นเดียวกับผลงานด้านวิทยาศาสตร์ทรงเป็นแบบอย่างและทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่ศิลปินร่วมสมัย ทั้งความวิริยะและความอุตสาหะ
หลายทศวรรษของการทรงงาน ยามเมื่อทรงว่างเว้นจากพระกรณียกิจนานัปการ ทรงกลับมาทบทวนถึงการดำเนินชีวิตที่ผ่านมา และค้นพบว่ายังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทรงรักและมีความสุขทุกครั้งเมื่อคิดถึงหรือมีโอกาสได้ทำ คือ “การทำงานศิลปะ” ซึ่งเปรียบเสมือนการบำบัดพระทัยให้มีความสุขและผ่อนคลาย หลังจากเสร็จสิ้นจากพระภารกิจที่เกี่ยวพันกับชีวิตและความทุกข์ของผู้อื่นตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา
.jpg)
จุดเริ่มต้นของความรักและความสุขจากการที่ได้ทรงงานศิลปะ เริ่มขึ้นจากการที่ทรงวาดภาพธรรมชาติ และดอกไม้นานาพันธุ์ที่อยู่รายรอบ เช่น ภาพดอกบัว ดอกกุหลาบ และผีเสื้อจากนั้นทรงส่งต่อความสุข โดยการนำลวดลายต่างๆ ที่ได้จากภาพวาดไปผลิตเป็นผ้าพันคอ และเสื้อคอโปโล ฯลฯ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือแก่ผู้ยากไร้ด้อยโอกาส และด้วยพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะ ทรงได้รับเชิญจาก บริษัท แอสปรี ลอนดอน สหราชอาณาจักร ให้ทรงร่วมออกแบบเครื่องประดับอัญมณีและเครื่องแต่งกาย โดยมีแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะพระองค์ บูรณาการศาสตร์หลายแขนงเข้าไปในชิ้นงานโดยใช้ลวดลายสูตรเคมีคณิตศาสตร์ สัญลักษณ์ทางวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งทรงมีจากกิจกรรมวาดภาพที่ทรงโปรดและทรงมีพระสมาธิในการวาดภาพติดต่อกันหลายชั่วโมง เป็นเหตุให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงสังเกตเห็นและได้กราบบังคมทูลว่า “น่าจะได้ทรงเรียนเขียนลายไทยด้วย”เพื่อทรงนำลายไทยและความเป็นไทยแต่งแต้มจัดวางไว้ในภาพวาดฝีพระหัตถ์และเครื่องประดับที่ทรงออกแบบ จากนั้นจึงทรงเริ่มเรียนการวาดลายเส้นจิตรกรรมไทย โดย คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ขอพระราชทานพระอนุญาตให้ นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) เป็นพระอาจารย์ถวายการสอนและจากการทรงเรียนวาดลายเส้นจิตรกรรมไทยในครั้งนั้นได้เป็นแรงบันดาลพระทัยให้ทรงอยากจะศึกษาการวาดภาพอย่างจริงจัง จึงทรงมีประสงค์ที่จะทรงศึกษาตามระบบของมหาวิทยาลัยศิลปากร ในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์เช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ทรงสมัครเรียนแบบออนไลน์ และกรอกเอกสารการสมัครเรียนพร้อมกับแนบ Portfolio ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์รูปเสือ เสนอคณะกรรมการหลักสูตรพิจารณาเช่นเดียวกับนักศึกษาทั่วไป ทรงมีพระนามปรากฏอยู่ในทะเบียนรายชื่อนักศึกษาปีการศึกษา 1/2560 เลขที่ 1 รหัสประจำตัว 60007806ร่วมกับพระสหายร่วมรุ่น 5 คน ในหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์
.jpg)
ตลอดระยะเวลา 3 ปี ระหว่างทรงศึกษา ทรงปฏิบัติพระองค์เฉกเช่นนักศึกษาปกติทั่วไป พระวิริยะอุตสาหะ ผนวกกับความมุ่งมั่นต่อการเรียน ทรงไม่ย่อท้อ แม้จะมีพระภารกิจมากมายนานัปการ รวมไปถึงอุปสรรคต่างๆ และพระสุขภาพของพระองค์เอง ก็ยังทรงเขียนรูปตลอดเวลา ระหว่างการเรียนการสอนทั้งที่คณะจิตรกรรมฯ และพระตำหนักฯ ทรงนำผลงานจำนวนมากมาให้คณาจารย์ผู้ถวายการสอนได้แนะนำและวิจารณ์ทุกครั้ง และด้วยความตั้งพระทัยกอปรกับพระวิริยะอุตสาหะนี้เอง จึงเป็นสิ่งที่คณาจารย์ผู้ถวายการสอนมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
ด้วยพระประสงค์ที่จะทรงศึกษาตามหลักสูตรสาขาวิชาทัศนศิลป์ฯ ซึ่งหลักสูตรนี้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น “ศิลปินมืออาชีพ”โดยผู้เรียนต้องพัฒนาทักษะจากการลงมือปฏิบัติ ซึ่งพระองค์จะต้องทรงนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ด้วยพระองค์เอง และด้วยกฎของการทำวิทยานิพนธ์ด้วยการจัดนิทรรศการเพื่อเผยแพร่แก่สาธารณชน 2 ครั้ง ซึ่งทรงดำเนินการทุกอย่างตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย โดยทรงนำเสนอหัวข้อวิทยานิพนธ์ครั้งแรกในชุด “หลากลาย หลายชีวิต”(Various Pattern; Diversity of Life)เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช 2561 ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และในครั้งที่ 2 โปรดให้จัดนิทรรศการวิทยานิพนธ์ เพื่อการสอบจบภาคการศึกษา ณ หอศิลป์พิมานทิพย์อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อเดือนมกราคม พุทธศักราช 2563 โดยการสอบป้องกันดุษฎีนิพนธ์ครั้งสุดท้ายเพื่อจบการศึกษานี้ เป็นการสอบปากเปล่าประมาณ 1 ชั่วโมงซึ่งมีคณะกรรมการสอบ ได้แก่ ประธานหลักสูตร อาจารย์ที่ปรึกษากรรมการประจำหลักสูตรเป็นผู้สอบ หลังจากเสร็จสิ้นคณะกรรมการสอบได้ลงมติให้การสอบครั้งนี้ “ผ่าน” เป็นเอกฉันท์ในคะแนนระดับ “ดีมาก”
.jpg)
สำหรับนิทรรศการวิทยานิพนธ์ ภาพวาดฝีพระหัตถ์ชุด “หลากลาย หลายชีวิต” เป็นผลงานภาพวาดที่สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางอัตลักษณ์ หลากหลายทฤษฎี หลากหลายกลวิธีของมนุษย์ที่สามารถอยู่รวมด้วยกันได้ ทรงใช้สัญลักษณ์สื่อความหมายการแสดงออกจากสิ่งที่ทรงมีความประทับใจนั่นคือ “เจ้าป่า” อันสื่อความหมายถึง “พระราชบิดา” พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยแสดงแนวความคิดเกี่ยวกับเสือเจ้าป่าผู้เปรียบเสมือนราชา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ผ่านการสร้างสรรค์ที่ทรงถ่ายทอดผ่านปลายปากกา เป็นรูปลักษณ์ของเสือท่ามกลางบริบทแวดล้อมที่แตกต่างกัน ตามเรื่องราวและเนื้อหาในแต่ละภาพเป็นเสือที่ใจดี มีเมตตา เพียรสอนสั่งและกระทำสิ่งดีงามต่อผู้อื่น เป็นเสือที่มีแต่ความรักและความปรารถนาดีต่อทุกคน
นอกจากนั้น ผลงานภาพวาดฝีพระหัตถ์นี้ยังใช้เทคนิควิธีการสร้างสรรค์งานด้วยสีวิทยาศาสตร์สำเร็จรูป เป็นสีเมจิกหลายสีชนิดหัวแหลม เป็นสีน้ำที่ไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม นั่นคือ สีโคปิค (Copic) นับเป็นพระองค์แรก และครั้งแรกในการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานจาก “สีโคปิค” ส่วนรูปแบบการแสดงออกทางศิลปะในผลงานชุดนี้ ทรงบูรณาการศาสตร์แขนงต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันเช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีการแพทย์ และการแพทย์ ฯลฯ โดยทรงนำลวดลายสัญลักษณ์สูตร เคมี รูปทรงโมเลกุลการประกอบของตัวพันธะเคมีในโมเลกุล ตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น ตัวเลข รูปหัวใจ ดอกไม้ และทิวทัศน์ธรรมชาติเข้ามาอยู่ในผลงาน รวมถึง “นกฮูก” และ “สัตว์ปีกต่างๆ” ร่วมถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก ผ่านรูปทรง ความหมาย เรื่องราว และความเป็นตัวตนของสรรพสิ่งในบริบทรอบข้าง ทรงส่งต่อความฝันและความรู้สึกนั้นๆ ไปยังประชาชนชาวไทย รวมไปถึงผู้คนบนโลกนี้ด้วย ซึ่งเรียกงานศิลปะลักษณะนี้ว่า “ศิลปะนาอีฟ” หรือศิลปะที่ซื่อตรงและบริสุทธิ์ ดังพระดำรัสเกี่ยวกับงานศิลปะตอนหนึ่งว่า…“งานศิลปะทำให้ข้าพเจ้ามีความสุข ข้าพเจ้าจึงอยากแบ่งปันความสุขให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย”

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงเป็นตัวอย่างการใช้เวลาที่ดีที่เป็นประโยชน์แก่พสกนิกรชาวไทย และทรงเป็นแบบอย่างให้แก่เยาวชนรุ่นใหม่ในเรื่องของการจัดสรรเวลา ทรงจัดสรรเวลาทำในสิ่งที่ทรงรักและมีความสุขได้ลงตัว เช่น การวาดภาพที่โปรด และการสานต่อความฝันของพระองค์ด้วยการศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกทางด้านศิลปะ และทรงสําเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี 2563
เนื่องในโอกาสอันเป็นศุภมงคลที่ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และทรงเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี โปรดให้จัดทำภาพพิมพ์จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ออกจำหน่าย พร้อมทั้งนำลวดลายจากภาพมาต่อยอดจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิดเพื่อหารายได้นำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาส รวมถึงประชาชนที่ทุกข์ยากจากความเจ็บป่วยและประสบภัยพิบัติต่างๆทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ผ่านการดำเนินงานจากมูลนิธิในพระดำริ ได้แก่ มูลนิธิจุฬาภรณ์มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ และมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่ง ในพระอุปถัมภ์ฯ

ด้วยพระอัจฉริยภาพเชิงสร้างสรรค์ด้านศิลปะอย่างแท้จริง กระทรวงวัฒนธรรม โดย คณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย จึงมีมติถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” มีความหมายว่า“ศิลปินผู้ทรงสร้างสรรค์งานศิลปะงดงามหลากหลายแขนง อันเป็นศรี เป็นมิ่งขวัญ และเป็นมงคลยิ่ง” ด้วยประจักษ์ถึงพระปรีชาสามารถที่เป็นเลิศในการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายสาขา ทั้งงานทัศนศิลป์ วรรณศิลป์ดนตรี และ งานออกแบบสร้างสรรค์ ทรงใช้มิติของศิลปะเป็นสื่อในการส่งเสริมและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนําไปต่อยอดหารายได้สมทบทุนมูลนิธิในพระดําริเช่น มูลนิธิจุฬาภรณ์ มูลนิธิภัทรมหาราชานุสรณ์ และมูลนิธิทิพย์พิมานเพื่อสัตว์ป่วยและสัตว์ไร้ที่พึ่งในพระอุปถัมภ์ฯ พสกนิกรต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ และสํานึกในพระกรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่10 พฤศจิกายน 2563 รับทราบการถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” แต่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เพื่อน้อมสํานึกในพระกรุณาธิคุณที่มีต่อวงการศิลปะร่วมสมัย และเผยแพร่พระเกียรติคุณให้ปรากฏสืบไป
เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสที่ทรงได้รับการถวายพระสมัญญา “สิริศิลปิน” จึงมีการดำริที่จะจัดนิทรรศการ “สิริศิลปิน” และโครงการการแสดงผลงานของศิลปินไทยและนานาชาติขึ้น ในการนี้ คณะอนุกรรมการจัดนิทรรศการ “สิริศิลปิน” และโครงการการแสดงผลงานของศิลปินไทยและนานาชาติได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้า เตรียมการจัดงานเทิดพระเกียรติ ที่หอศิลป์พิมานทิพย์ต.โป่งตาลอง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พุทธศักราช 2564 ที่ผ่านมา
.jpg)
ทั้งนี้ นางสาววิมลลักษณ์ ชูชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมด้วย นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เป็นประธานร่วมในการประชุมคณะอนุกรรมการจัดนิทรรศการ “สิริศิลปิน”และโครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Korat 2021 ซึ่งมีผู้แทนจากหอศิลป์พิมานทิพย์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้แทนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมพิจารณาเรื่องต่างๆ โดยที่ประชุมมีมติให้เลื่อนการจัดงานนิทรรศการ “สิริศิลปิน และโครงการการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติThailand Biennale, Korat 2021 จากเดือนกรกฎาคม ไปจนปลายปีพุทธศักราช 2564 จะจัดขึ้นในพื้นที่ 3 แห่งในจังหวัดนครราชสีมา ได้แก่ อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปากช่อง ณหอศิลป์พิมานทิพย์ และอำเภอพิมาย
การจัดงานครั้งนี้ได้จัดทำหนังสือเฉลิมพระเกียรติ “สิริศิลปิน” และ สัญลักษณ์“สิริศิลปิน” ซึ่ง นายปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ เป็นผู้ออกแบบ ได้รับพระราชทานพระวินิจฉัยจาก สมเด็จเจ้าฟ้าฯกรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี แล้ว นอกจากนั้น ยังได้พระราชทานตราสัญลักษณ์สำหรับโครงการดังกล่าวที่สื่อความหมายถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในการบูรณาการศาสตร์และศิลป์ ทั้งสองแขนงให้เกื้อกูลกันจนเป็นผลงานที่ประจักษ์
.jpg)
ภายในงานจะอัญเชิญภาพจิตรกรรมฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาจัดแสดง พร้อมทั้งอัญเชิญผลงานศิลปะของ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี รวมทั้งผลงานของศิลปินนานาชาติ ที่ร่วมจัดแสดงในงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 2(International Thailand Biennale, (เบียน-นา-เล่)Korat 2021) นี้ด้วย
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ4 กรกฎาคม พุทธศักราช 2564 ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ












