#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/588525

นักวิชาการสถาบันวิจัยประชากรฯมหิดล ร่วมโครงการระดับชาติ‘Future Thailand’
วันจันทร์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ผศ.ดร.จงจิตต์ ฤทธิรงค์ อาจารย์สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหนึ่งในทีมวิจัยในมิติ “โครงสร้างประชากรและสังคม” ในโครงการระดับชาติ “Future Thailand” โดย สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือสภาพัฒน์) กล่าวถึงการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (ปี 2566-2570) ว่า จำเป็นต้องมีการศึกษาโครงสร้างประชากรและสังคม เพื่อให้สามารถวางแผนการพัฒนาได้อย่างตอบโจทย์และตรงจุด
โดยเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าแนวโน้มโครงสร้างประชากรทั่วโลกเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ มีอัตราการเกิดต่ำลง และมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จึงกลายเป็นโจทย์ให้เกิดการเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
“ประเด็นที่มุ่งศึกษาคือโครงสร้างครัวเรือน โดยพบว่าโครงสร้างครัวเรือนไทยในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ไม่ได้เป็นเพียงครัวเรือนในอุดมคติ ที่มีพ่อแม่ลูกพร้อมหน้า โดยพ่อแม่เป็นฝ่ายดูแลลูก แต่จะเปลี่ยนไปตามสภาพสังคม และความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ที่มีทั้งครัวเรือนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่มีพ่อหรือแม่เพียงคนเดียวคอยดูแลลูก ครัวเรือนข้ามรุ่นที่มีเด็กอยู่กับผู้สูงอายุไปจนถึงครัวเรือนไม่พร้อมหน้า ที่อาจไม่มีทั้งพ่อและแม่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่ออนาคตของเด็กที่จะเติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต” ผศ.ดร.จงจิตต์ กล่าว
ผศ.ดร.จงจิตต์ กล่าวต่อไปว่า อนาคตประเทศไทยจะพ้นกับดัก
ทางเศรษฐกิจและสังคมหรือไม่นั้น จะต้องมีการสร้างนวัตกรรมทางสังคม หรือกลไกที่จะมาช่วยให้เศรษฐกิจและสังคมไทยสามารถขับเคลื่อนไปสู่จุดที่ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าอีกประมาณ 2 ปี สังคมไทยจะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete-aged society) และครอบครัวไทยจะตกที่นั่งลำบาก หากไม่สามารถจัดสรรทรัพยากรมาดูแลและทำให้เกิดการปรับตัว
ซึ่งการเตรียมตัวจะต้องเริ่มตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย และสุขภาพทางการเงิน โดยไม่ลืมที่จะ
ส่งเสริมการพัฒนาคุณค่าทางสังคม และสร้างกระบวนการการเรียนรู้อย่างยั่งยืน หรือ Lifelong learning เพื่อพัฒนาศักยภาพของประชากรให้สามารถสร้างรายได้ รวมทั้งให้เกิดการปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตได้