#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/589916

เพราะคนไทยมีนํ้าใจให้กันและกันเสมอ โครงการน้ำเอย นํ้าใจ จึงเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก และบุคลากรทางการแพทย์
วันเสาร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ในฐานะเภสัชกร เราจึงช่วยผู้เดือดร้อนตามความถนัดของเรา ด้วยการผลิตยาและเวชภัณฑ์ให้ผู้ประสบภัย และผู้ตกทุกข์ได้ยาก เพราะเรามั่นใจว่าเมื่อเราตั้งใจทำความดี จะมีคนที่จิตใจดีมาร่วมด้วยช่วยกัน เพราะทุกคนมีน้ำใจให้กันและกัน
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย พาคุณไปสนทนากับ ผศ.ภญ.ดร.อภิฤดีเหมะจุฑา และ ศ.ภญ.ดร.พรอนงค์ อร่ามวิทย์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงโครงการน้ำเอย น้ำใจ ซึ่งตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ตกทุกข์ได้ยากจากภัยพิบัติต่างๆ

l เรียนถามอาจารย์อภิฤดี โครงการน้ำเอย น้ำใจ มีความเป็นมาอย่างไร ตั้งมากี่ปีแล้วครับ แล้วช่วงแรกผลิตยาอะไรครับ
อ.อภิฤดี : ตั้งในช่วงน้ำท่วมเมืองไทยครั้งใหญ่ ล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2554 มาถึงวันนี้ก็เกือบ 10 ปีเต็มค่ะ พวกเราตั้งโครงการนี้เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาในครั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาน้ำกัดเท้าอย่างรุนแรง แล้วขาดแคลนขี้ผึ้งรักษาโรคนี้ในยุคนั้นขี้ผึ้งรักษาโรคน้ำกัดเท้าหายากมาก เพราะโรงงานผลิตถูกน้ำท่วม ประกอบกับในช่วงปกติก็ไม่ค่อยมีผู้ผลิตมากนัก เพราะไม่ค่อยมีผู้ใช้ แต่เมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วมใหญ่เป็นเวลานานและกินพื้นที่หลายจังหวัด เราก็จึงทำโครงการนี้ขึ้นมาตามความถนัดของเราผู้เป็นเภสัชกร บังเอิญว่าเราอยู่ในแวดวงสาธารณสุข พอจะรู้จักกับบุคลากรด้านนี้พอประมาณ ก็ได้รับทราบปัญหาต่างๆ นานา แต่ที่เราทำได้เบื้องต้นคือแก้ปัญหาขาดแคลนขี้ผึ้งทารักษาโรคน้ำกัดเท้าเมื่อคิดได้แล้วก็หารือกับอาจารย์พรอนงค์ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะหารือเสร็จก็ทำงานได้ทันที เพราะอาจารย์พรอนงค์เป็นคนทำงานว่องไวและได้ผลดีมากทำเสร็จก็ส่งให้กับผู้ที่ต้องการใช้ทันที เพราะหากรอตามระบบราชการต้องใช้เวลานานมาก เนื่องจากมีขั้นตอนมากมาย พวกเราผลิตขี้ผึ้งในคณะเภสัชฯจุฬาฯ เพราะมีอุปกรณ์ผลิตได้ แต่ทำได้จำนวนไม่มากนักแต่ยิ่งผลิตก็ดูเสมือนว่าของจะยิ่งไม่พอ เพราะมีผู้ต้องการเยอะมาก ปัญหาน้ำกัดเท้าดูเหมือนเรื่องเล็ก(หัวเราะ) แต่ในยุคนั้น ปัญหานี้ไม่เล็กเลย คนที่ต้องแช่น้ำทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ถูกน้ำกัดเท้า ต้องทรมานมาก เจ็บมากด้วย ขี้ผึ้งที่อาจารย์พรอนงค์และทีมงานผลิตนั้นให้ผลในการรักษาดีมาก ทาเพียงไม่กี่วันอาการก็ทุเลาลง แล้วก็หายในที่สุด หลายคนบอกว่าทาแล้วไม่แสบแผล ซึ่งต้องขอบคุณทีมงานคิดค้นที่ตั้งใจทำของดีให้ได้ใช้

อ.พรอนงค์ : ช่วงแรกอาจารย์อภิฤดีบอกว่าจะทำ 5 หมื่นขวด เราก็ตกใจว่าจำมีขวดหรือ แล้วจะหาทุนจากไหนมาทำ แต่เมื่อลงมือทำแล้ว ก็รู้ว่าอาจารย์ท่านเป็นคนที่มีผู้ให้ความเชื่อถือมากมาก ท่านสามารถระดมทุนได้ เพราะท่านมีบารมีและมีความน่าเชื่อถือสูง เราก็ทำไปเรื่อยๆ ไปๆ มาๆ ปรากฏว่าทำไปกว่า 2 ล้านขวด แต่ก็ยังไม่พอกับความต้องการ แต่เราก็ทำไปจนสุดกำลังของพวกเรา อาจารย์อภิฤดีเป็นผู้หาทุน พวกเราก็เป็นผู้ผลิต เมื่อผลิตแล้วท่านก็เป็นผู้กระจายยาไปยังพื้นที่ต่างๆ
อ.อภิฤดี : อย่างที่อาจารย์พรอนงค์บอกนะคะเราผลิตกันในคณะเภสัชฯ ผลิตด้วยแรงคนมากกว่าเครื่องจักร เพราะในคณะไม่มีเครื่องจักรเหมือนในโรงงานจริงๆ เรามีแค่เตาเล็กๆ ผลิตไปตามแรงของอาสาสมัคร แต่ก็ทำไปได้มากจนเราอัศจรรย์ใจ
อ.พรอนงค์ : พวกเราคิดสูตรที่คิดว่าใช้ได้ดีที่สุดในยามนั้น แล้วช่วยกันตำยา เคี่ยวและบดกันในคณะทุกวัน ต้องบอกว่าโครงการแบบนี้ หากไม่มีผู้ใจบุญสนับสนุนพวกเรา ก็คงไม่มีโครงการนี้เกิดขึ้น แต่ต้องบอกว่าเพราะแรงศรัทธาที่ผู้คนจำนวนมากมีต่ออาจารย์อภิฤดี โครงการน้ำเอย น้ำใจ จึงดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความซื่อสัตย์และโปร่งใสของอาจารย์อภิฤดี จึงทำให้คนมากมายยอมรับ และให้การสนับสนุน แรกๆ เราถามอาจารย์ว่า อาจารย์มีเงินทุนเท่าไรคะ อาจารย์บอกว่ายังไม่มี แต่พี่จะออกเองก่อนแล้วค่อยว่ากัน พี่เชื่อว่าจะมีผู้สนับสนุนโครงการของเรา แล้วก็จริงอย่างที่อาจารย์ท่านพูดค่ะ เราได้รับการสนับสนุนอย่างน่าอัศจรรย์ ในวันแรกๆ นั้นเรามีผู้ช่วยอีกคนคือ อาจารย์ป้อ ดร.ทิพวรรณศิริเฑียรทอง ซึ่งตอนนั้นยังเป็นนิสิตปริญญาเอกของเราอาจารย์ป้อคือผู้ร่วมงานคนสำคัญอีกคน อาจารย์อภิฤดีหาสตางค์ พวกเราก็ทำหน้าที่ผลิต วันหนึ่งทำได้ประมาณ 2-3 พันขวด ผลิตเสร็จอาจารย์ท่านก็นำไปกระจายทันที

l ล่าสุดโครงการน้ำเอย น้ำใจ ผลิตสเปรย์ลำไยพ่นจมูกเพื่อดักจับเชื้อไวรัสโควิด-19 และเชื้อไวรัสอื่นๆ สาธารณชนกำลังให้ความสนใจสเปรย์ตัวนี้มาก อาจารย์กรุณาเล่ารายละเอียดให้ฟังด้วยครับ
อ.อภิฤดี : กลุ่มน้ำเอย น้ำใจ ผลิตสเปรย์ตัวนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อมีข่าวโควิด-19 ระบาดหนักโดยเราผลิตให้บุคลากรทางการแพทย์ในจุฬาฯ ก่อน เพราะในยุคนั้นสังคมไทยมีปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ และชุด PPE แรกๆ เราก็ผลิตแอลกอฮอล์ด้วย เพื่อให้มีของใช้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ก่อน แล้วเราก็ช่วยหาเครื่องช่วยหายใจให้คนป่วยที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตัวนี้ เราได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากเพื่อนฝูงในกลุ่มก่อน แล้วเมื่อมีผู้อื่นเห็นงานของเรามากขึ้น ก็มีผู้ให้การสนับสนุนมากขึ้น และเราก็ร่วมมือกับมูลนิธิพุทธรักษาด้วย เพื่อให้ความช่วยเหลือกระจายไปในวงกว้างมากขึ้นสำหรับเรื่องสเปรย์พ่นจมูกนั้น เราทำเพื่อช่วยเสริมความปลอดภัยให้บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเผชิญกับผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพราะอย่างน้อยก็มีเครื่องช่วยดักจับไม่ให้เชื้อไวรัสเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของผู้ที่เสี่ยงได้

อ.พรอนงค์ : สเปรย์นี้เป็นเสมือนด่านป้องกันอีกด่านหนึ่ง นอกเหนือจากหน้ากากอนามัย การล้างมือให้สะอาด และการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 1 เมตร สำหรับสเปรย์ลำไยนั้น แรกๆ
เราก็ทำกันในห้องแล็บของคณะฯ เริ่มจาก 2 พันขวดเป็น 1 หมื่นขวด แล้วเพิ่มเป็น 5 หมื่นขวด เบื้องต้นก็มาจากการใช้ทุนของพวกเราเอง จึงตั้งใจว่าหากหมดเงินทุน ก็เลิกผลิต แต่สุดท้ายก็ต้องผลิตต่อ เพราะมีผู้สนับสนุน แต่ขอย้ำว่าเราไม่ได้ผลิตจำหน่าย แต่ผลิตเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้เท่านั้น เมื่ออาจารย์อภิฤดีท่านระดมทุนมาช่วยได้ เราก็ผลิตต่อ แล้วกระจายของไปยังบุคลากรทางการแพทย์ในที่ต่างๆ ได้กว้างขึ้นและสามารถแบ่งให้กับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ได้อีกพอสมควร

อ.อภิฤดี : จริงๆ แล้ว กลุ่มของเราหารือเรื่องนี้กันในเวลาสั้นๆ ด้วยความคิดว่าเราต้องการทำเครื่องป้องกันโควิด-19 ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ดังนั้นจึงต้องทำอย่างรวดเร็ว และต้องเป็นของที่ใช้ได้จริง ทุนในการทำงานนี้ก็มาจากพวกเพื่อนๆ ที่สนิทสนมกัน แต่มีกำลังทรัพย์ที่สามารถช่วยแบ่งปันได้เมื่อทำสเปรย์ลำไยขึ้นมาแล้ว ก็มีความคิดว่าน่าจะทำให้คนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ ได้ใช้ด้วย เพื่อให้เขามีเกราะป้องกันตัวเองที่ดีขึ้น เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพราะโควิด-19 รวมถึงเพื่อลดการติดเชื้อภายในครอบครัว แต่เนื่องจากสเปรย์นี้ยังไม่ได้ทำเพื่อจำหน่าย แต่มีผู้ต้องการใช้อย่างมาก เราจึงเกิดความคิดว่า ถ้าเช่นนั้นเราศึกษาดูว่าต้นทุนการผลิตเป็นเท่าไร หากจะผลิตเพื่อให้คนที่จำเป็นต้องใช้มีข้อใช้ต้องใช้เงินทุนเท่าไร สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าหากมีผู้บริจาค 170 บาท เข้าโครงการน้ำเอย น้ำใจ เราก็จะให้เขาหนึ่งขวด แล้วให้บุคลากรทางการแพทย์หนึ่งขวดแต่ต้องบอกว่าเราไม่ได้ทำเพื่อการค้า ดังนั้นจึงไม่ได้คิดในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้แสวงหากำไร แต่หากคิดจริงๆก็ต้องขายราคาขวดละประมาณ 300 บาท

l แต่หลังจากผมได้ไปสัมภาษณ์อาจารย์พรอนงค์เรื่องสรรพคุณสเปรย์ลำไยเมื่อประมาณเดือนมีนาคม ก็มีผู้สนใจมากมาย และทุกคนก็อยากได้สเปรย์นี้ นั่นเพราะว่าเขาไว้ใจในคุณภาพ และมั่นใจในกระบวนการผลิตของทีมผู้ผลิต จึงมีผู้แสดงความต้องการเข้ามามากมาย
อ.พรอนงค์ : ต้องขอบคุณรายการแนวหน้าวาไรตี ซึ่งต่อมาคือ ไลฟ์ วาไรตี และหนังสือพิมพ์แนวหน้าอย่างมากที่ช่วยเผยแพร่งานวิจัยของคณะเภสัชฯ จุฬาฯ เพราะหลังจากนั้นมีผู้ติดต่อเข้ามามากมาย และแสดงเจตนาต้องการช่วยบริจาคเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีเกราะป้องกันโควิด-19 แต่ต้องย้ำเหมือนเดิมนะคะ เราไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่าย แต่เรายินดีมอบให้กับผู้ที่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันตัวเองจากเชื้อไวรัสโดยเฉพาะโควิด-19 สเปรย์ตัวนี้มีความปลอดภัยต่อร่างกายสูงมาก เพราะไม่มีสารเคมีอื่นใด มีเพียงสารสกัดลำไยเข้มข้นกับน้ำเกลือที่นำไปเข้ากระบวนการผลิต ดังนั้น จึงไม่มีสารอันตรายใดๆต่อร่างกายมนุษย์ แต่สามารถดักจับเชื้อไวรัสได้ดี และไม่ทำให้เชื้อโควิด-19 กลายพันธุ์ ส่วนการที่มีผู้ต้องการนำสเปรย์สูตรนี้ไปผลิตเพื่อเชิงพาณิชย์ก็ต้องเข้าไปติดต่อกับคณะเภสัชฯ จุฬาฯ แล้วทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรกับจุฬาฯ เพื่อขอลิขสิทธิ์ และทำตามเงื่อนไขของจุฬาฯ อย่างเคร่งครัด โดยจุฬาฯ ไม่ประสงค์ให้มีการผูกขาดการผลิต ส่วนที่มีการแอบอ้างนำชื่อของพรอนงค์ไปใช้เพื่อโฆษณาสินค้านั้น บอกได้เลยว่าพรอนงค์ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ละเมิดทุกรายแล้ว เพราะพรอนงค์ไม่เคยผลิตสเปรย์นี้ในเชิงพาณิชย์

l อาจารย์ครับช่วยกรุณาบอกกับผู้ที่ต้องการร่วมสมทบทุนโครงการน้ำเอย น้ำใจ ด้วยครับ ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
อ.อภิฤดี : เราให้บริจาคผ่านบัญชีธนาคารในชื่ออภิฤดี ซึ่งทำเพื่อโครงการน้ำเอย น้ำใจ แต่เราก็ระมัดระวังเรื่องความโปร่งใส และระวังเรื่องภาษีด้วย เพราะอาจเข้าใจว่าเป็นรายได้ของเรา แต่ที่จำเป็นต้องให้บริจาคผ่านบัญชีของเรา เพราะเป็นทางเดียวที่ทำได้เร็วที่สุดในสภาวการณ์ที่รีบด่วน แต่เรากำลังหาทางใหม่เพื่อกันตัวเราเองออกจากการเป็นผู้รับเงินโดยตรง แล้วต้องทำให้ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ในทุกกรณี หากสนใจก็สามารถติดต่อผ่านหนังสือพิมพ์แนวหน้าได้ หรือติดต่ออาจารย์พรอนงค์ได้
l อาจารย์ทั้งสองท่านจะฝากข้อคิดทิ้งท้ายในสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดในประเด็นใดครับ
อ.อภิฤดี : เราเชื่อว่าทุกคนจะร่วมกันสู้ไปด้วยกัน แล้วเราจะผ่านโควิด-19 ไปด้วยกัน
อ.พรอนงค์ : เราก็เชื่อเหมือนท่านอาจารย์ค่ะแล้วก็มั่นใจว่าสังคมไทยยังมีคนมีน้ำใจงาม พร้อมเสียสละเพื่อช่วยให้สังคมของเราก้าวข้ามความเลวร้ายทุกอย่างไปได้ ขอบคุณความมีน้ำใจของทุกคนค่ะ
คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี