#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/590283

ทูตออสเตรเลียแนะใช้‘Thailand learningเ’ ทางเลือกเรียนรู้ตลอดชีวิตแม้พ้นยุคโควิดแล้ว
วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
เมื่อเร็วๆ นี้ นายอัลลัน แม็คคินนอน เอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า ตามที่สถานทูตออสเตรเลีย ได้ร่วมกับมูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ได้จัดทำเว็บพอร์ทัลการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ ภายใต้ชื่อ www.thailandlearning.org โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย ซึ่งจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 นับเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดในประวัติศาสตร์ของการศึกษาไทย
“เด็กๆ ทั่วประเทศต้องปรับตัวในด้านการเรียนการสอน ซึ่งได้เปลี่ยนมาเป็นในรูปแบบออนไลน์ ดังนั้นการมีเว็บไซต์ที่ได้รวบรวมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ จึงเป็นเป็นประโยชน์แก่โรงเรียนมาก ถึงแม้จะไม่สามารถแทนที่ประสบการณ์ของการเรียนรู้ได้ แต่ก็เป็นทางเลือกในการสอนนักเรียน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้อาจถือว่าเป็นความโชคดีสำหรับการศึกษาในประเทศไทย เพราะต่อไปในอนาคตผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะมีบทบาทมากขึ้นโดยช่วงเริ่มต้นของโควิดมีนักเรียนจำนวนมากที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ แต่เนื่องจากยังมีเว็บไซต์นี้อยู่จึงทำให้เขาได้เรียนรู้ และได้ความนิยมมากขึ้น” นายอัลลัน กล่าว
นายอัลลัน กล่าวต่อไปว่า แม้ว่าการระบาดของโควิดจะสิ้นสุดลง ตนค่อนข้างมั่นใจว่าเว็บไซต์นี้จะยังคงมีบทบาทสำคัญในห้องเรียน โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งให้ครูไปยืนสอนอยู่หน้าห้อง เพื่อบรรยายเหมือนในห้องเรียนแบบเดิมๆ แล้ว โดยจะสามารถผสานรวมสื่อสมัยใหม่และแหล่งข้อมูลดิจิทัลเพื่อให้นักเรียนรู้สึกตื่นเต้นกับมัน ตนคิดว่าเรากำลังมุ่งไปสู่ระบบไฮบริดที่ผสมผสานซึ่งเป็นระบบที่จะมีความออนไลน์มากกว่าและมีทรัพยากรที่พร้อมกว่า ส่วนรายละเอียดวิธีการนำเสนอนั้นอาจต้องมีการ ศึกษากันในอนาคตอีกครั้ง
ด้าน ดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโส ฝ่ายนโยบายและวิจัย มูลนิธิเอเชียประจำประเทศไทย ได้กล่าวว่า http://www.thailandlearning.org จัดทำขึ้นโดยมีเนื้อหาที่หลากหลายจากทั่วโลก มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ครอบคลุมทุกวิชาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมงโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ, แท็บเลต หรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
ภายในแบ่งเป็น 3 เมนู คือ 1.เรียนรู้ จะรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์เกี่ยวกับการศึกษาไทยและต่างประเทศ แยกตาม
สาขาวิชา อาทิ วิชาคณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์ 2.ทัศนศึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้จากทั่วโลกผ่านหน้าจอ หรือ virtual tour ที่สามารถให้ความรู้นักเรียนได้มากกว่าในตำรา และ 3.เครื่องมือ เป็นการแนะนำเครื่องมือสำหรับสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถร่วมทำแบบทดสอบ ที่เหมาะสำหรับนักเรียน ครู และผู้ปกครอง
“ในส่วนของด้านเนื้อหาได้มีการปรึกษากับกระทรวงศึกษาธิการในเรื่องการบูรณาการ เพื่อหาแหล่งข้อมูลที่ดีจากทั่วโลก ซึ่งกุญแจที่สำคัญสำหรับเรื่องนี้ก็คือการเรียนรู้ส่วนบุคคล หรือตัวนักเรียนเอง ที่จะต้องมีส่วนร่วมทางออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ มีการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ดีและให้ความรู้ ด้านผู้ปกครองก็จะต้องมีความรับผิดชอบในการสร้างสภาพแวดล้อมที่บ้านให้มีคุณค่าต่อการเรียนรู้ เนื้อหาที่สนทนากันจะต้องไม่ไร้สาระ อาจเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับวิชาภาษาอังกฤษหรือวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะทำให้เด็กได้มีส่วนร่วม รู้สึกตื่นเต้น และสนุกกับการเรียน”
โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดทำโครงการนำร่องไปแล้ว 2 แห่งคือที่โรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม และที่โรงเรียนวัดไทร (ถาวรพรหมานุกูล) เขตจอมทอง กรุงเทพฯ และกำลังจะจัดขึ้นเร็วๆ นี้ ที่จ.กาญจนบุรี และลำพูน ส่วนที่กรุงเทพมหานครได้มีการประสานงานเพื่อส่งเสริมให้มีกิจกรรมนี้ในโรงเรียน 437 แห่ง โดยผู้สนใจสามารถคลิกไปใช้บริการที่ http://www.thailandlearning.org ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
