#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/595578

ปิดเหมืองหิน‘ดงมะไฟ’ และก้าวต่อไปของการต่อสู้
วันพุธ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได ได้จัดงาน เฉลิมฉลอง 1 ปี ชัยชนะในการยึดเหมืองหินดงมะไฟ และก้าวต่อไปของการฟื้นฟูป่าชุมชน ณ หมู่บ้านผาฮวกพัฒนา หน้าเหมืองหินดงมะไฟ จ.หนองบัวลำภู โดย น.ส.สุภาภรณ์ มาลัยลอย นักกิจกรรมจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (ENLAW) กล่าวว่า ตนประทับใจในการต่อสู้ของชาวบ้านดงมะไฟ เพราะถือเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานมาก ที่สำคัญเป็นการร่วมกันสู้ของกลุ่มคนทุกช่วงวัย ทั้งที่สถานการณ์ในขณะนี้ไม่ปกติ มีการแพร่ระบาดของโควิดและมีอีกหลายปัญหาที่รุมเร้า
จึงเป็นภาพสะท้อนว่าภูเขาลูกนี้ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งนี้ เป็นส่วนสำคัญของชุมชนของชีวิตพวกเขา ทำให้ทุกคนออกมารวมกลุ่มปกป้องและเรียกร้องในการดูแลจัดการทรัพยากร ซึ่งพื้นที่นี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญในการต่อสู้ในกระบวนการ ที่ศาลชั้นต้นมีพิพากษาให้เพิกถอนประทานบัตร แต่ในปี 2553 ศาลปกครองสูงสุดกลับคำพิพากษาอันนี้คือรอบหนึ่ง แต่ชาวบ้านก็ยังใช้กระบวนการทางศาลต่อสู้ในรอบสองหลังจากที่ผู้ประกอบการได้ใบอนุญาต ก่อนที่ในปี 2561 ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาให้เพิกถอนหนังสืออนุญาต อันนี้คือชัยชนะอีกรอบหนึ่งของชาวบ้าน แต่เป็นชัยชนะที่ไม่ได้หยุดการดำเนินการของบริษัทในพื้นที่
“ศาลปกครองชั้นต้นให้ชนะ แต่ไม่คุ้มครองทำให้บริษัทดำเนินการจนภูเขาหมดไป ระบบนิเวศเสียหาย แม้ว่าคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดชาวบ้านจะได้ชัยชนะ สิ่งที่มันหวนกลับมาไม่ได้ก็คือเขาที่ถูกระเบิดไป แล้ววิถีชีวิตที่ชาวบ้านจะอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติมันไม่มีแล้ว นี่คือสะท้อนว่ากระบวนการยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมและไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ ความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมมันไม่สามารถที่จะคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตชุมชนได้ นอกจากนี้กรณีดงมะไฟยังสะท้อนว่า กระบวนการให้ใบอนุญาตของหน่วยงานรัฐมีปัญหาใช่หรือไม่ เพราะศาลชั้นต้นพิพากษาให้ชาวบ้านชนะ ในสิ่งที่รัฐอนุญาต” น.ส.สุภาภรณ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ปรานม สมวงศ์ ตัวแทนองค์กร Protection International กล่าวเสริมว่า ชัยชนะของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได นับเป็นครั้งแรกในไทยที่มีการชุมนุมโดยสงบ โดยชุมนุมที่บริเวณปากทางเข้าเหมืองหินตลอด 365 วัน จนยึดเหมืองหินได้สำเร็จ พร้อมกับลงมือลงแรงฟื้นฟูพื้นที่ที่เหมืองทำลายให้เป็นป่าชุมชน ซึ่งชัยชนะของประชาชนที่ดงมะไฟในครั้งนี้เสมือนทุกหุบผาถูกยกให้สูงขึ้น ตนยินดีอย่างยิ่งกับชัยชนะนี้และภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างกับกลุ่มอนุรักษ์ฯและที่ปรึกษาอย่างโครงการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะด้านทรัพยากรแร่ (PPM)
ด้าน น.ส.มนีนุด อุทัยเรือง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได เปิดเผยว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเราไม่เคยปิดหมู่บ้านแม้แต่วันเดียว เพื่อส่งต่อเจตนารมณ์จุดมุ่งหมายเหมือนกัน คือความตั้งใจที่จะปกปักษ์ หวงแหนและฟื้นฟูเหมืองหิน จากรุ่นสู่รุ่น จากตามาสู่แม่ จากแม่มาสู่ตน และต่อไปที่เด็กรุ่นหลังต่อไปอีก ระหว่างทางของการต่อสู้เจออุปสรรคมากมาย ชาวบ้านใช้กระบวนการของภาครัฐแต่ก็ติดขัด ปัญหานี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องมาตั้งหมู่บ้านผาฮวกพัฒนากัน
“ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการฟื้นฟูอดีตเหมือง เพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ชุมชน โดยมีความคืบหน้าไปมากแล้ว ที่ผ่านมาได้ช่วยกันปลูกต้นไม้จำนวนมาก เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะผ่านมา 365 วันแล้ว แต่พวกเราจะไม่ยุติการเคลื่อนไหวเพียงเท่านี้ และยืนยันว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่อไปอย่างแน่นอนอย่างน้อยเราวางแผนกันไว้อย่างต่ำ 3 ปี ที่จะปักหลักเพื่อพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชนได้ ชาวบ้านก็จะหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งจะเป็นชดเชยจากที่เหมืองหินได้มาทำลายมา” น.ส.มนีนุด ระบุ
นายเลิศศักด์ คำคงศักดิ์ ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้เป็นเจ้าของแร่ ร่วมสะท้อนบทเรียนการต่อสู้ของกลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันไดในครั้งนี้ว่า ถึงแม้การประทานบัตรจะถูกยกเลิกไปแล้วและไม่สามารถทำเหมืองได้แล้ว แต่พื้นที่ภูผาฮวกที่ถูกระเบิดไปยังไม่ถูกปลดออกจากการเป็นประกาศกำหนดแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรม เรื่องนี้หากทำได้จะไม่สะเทือนเฉพาะ ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา แต่จะสะเทือนทั้งประเทศกรณีหน่วยงานราชการใช้อำนาจตัวบทกฎหมายใดจึงสามารถประกาศกำหนดแหล่งหินอุตสาหกรรมทั่วประเทศได้
ซึ่งเวลานี้เป็นโอกาสเหมาะสมที่จะร่วมกันฟ้องเพื่อยกเลิกประกาศแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมออกไปให้หมด เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการปกติของการขอประทานบัตรหรือการอนุญาตต่างๆ แร่หินนั้นเป็นเหมือนแร่เทวดาที่อยู่ดีๆ ก็มีประกาศแหล่งหินเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านปริมาณสำรองแหล่งหินเพื่ออุตสาหกรรมให้มีหลักประกันชัดเจนไปอีก 50 ปี โดยไม่ได้สนใจเลยว่าไปประกาศทับตาน้ำแหล่งน้ำซับซึมแหล่งหาอยู่หากินของชาวบ้านอย่างไร อีกทั้งกฎหมายแร่ฉบับใหม่มันชัดเจนว่า พื้นที่ใดๆ ก็ตามที่จะอนุมัติให้มีการสำรวจทำเหมืองแร่ได้จะต้องเป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองเท่านั้น ถ้าไม่ได้อยู่ในเขตแหล่งแร่หรือเป็นพื้นที่น้ำซับซึมจะต้องถูกกันออก
ภายในงานยังมีการอ่านคำประกาศจากภูผาฝนโปรยปราย ครบรอบ 1 ปี ยึดเหมืองหินดงมะไฟ โดยบางช่วงบางตอนของประกาศระบุว่า ในวันครบรอบหนึ่งปีของการยึดเหมืองความฝันของเรายังแจ่มชัด เรียบง่ายแต่หนักแน่น วันนี้เราปลูกต้นไม้ไปแล้ว 4,000 กว่าต้นเรายังจะปลูกต้นไม้ต่อไปเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป ร่วมกับภารกิจด้านอื่นๆ เพื่อเปลี่ยนดงมะไฟของเราให้ร่มรื่นงดงามแก่ลูกหลาน
อาทิ เราจะทำการฟ้องคดีต่อรัฐและบริษัทที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดทำลายภูผาฮวกของเราเพื่อเรียกร้องความเสียหายต่อระบบนิเวศ เราจะเข้าไปทำงานการเมืองใน อบต.ดงมะไฟ ด้วยการส่งตัวแทนของเราจากหลายหมู่บ้านลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ใหม่ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของเรา