‘ปูดำ สรารัตน์’ สุดช้ำ! ถูกคำนินทาทำลายทั้งชีวิต เร่งสะสมบุญ พร้อมตายทุกเมื่อ? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/597811

พี่ปูคิดอย่างนี้ไหม เรามีความสวย มีความสามารถ หาเลี้ยงตัวเองได้ ก็จะมีเรื่องของเกียรติที่ไม่ยอมแลกแบบนั้น?

ปูดำ : จริงๆ แล้วตอนนั้นเป็นช่วงที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มันก็เหมือนมีหัวโขนที่สวมอยู่แล้ว ทำให้การทำอะไรของเราค่อนข้างระมัดระวังที่ไม่อยากทำให้เสียชื่อเสียง พ่อเป็นข้าราชการ เราอยากจะประครองให้มันเพอร์เฟคท์ เพราะเราเดินทางมาด้วย นักว่ายน้ำทีมชาติ ประกวดนางงาม เส้นทางเรามามันดูดี เราก็เลยพยายามรักษาหัวโขนเอาไว้ แต่ด้วยความที่คนมาเสนอเรา หลอกบ้าง ล่อบ้าง จนเราไม่รู้ว่าอะไรมันถูก อะไรใันจริง อะไรมันปลอม

เห็นว่าโดนข่มขู่ด้วย?

ปูดำ : ตามอยู่พักนึง ตามแบบไม่มีความสุข วันๆ ตื่นมามีแต่ข้อความว่านายอยากเจอ จรกระทั่งวันนึงเราไปทำงานที่ช่อง ช่องก็บอกว่ามีคนโทรศัพท์มาว่าพี่ปูเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เหรอ ก็ไม่ได้เปลี่ยนนะ

โดนข่มขู่จากคนคนเดียวไหม?

ปูดำ : หลายคน ทุกวงการ หลังๆ การจีบกันเหมือนเป็นการแข่งขัน เหมือนแบบใครจะจีบเราติด

เห็นว่ามีจ้างคนมาสะกดรอยตาม?

ปูดำ : ใช่ๆ เอารถมาจอดหน้าบ้าน เอารถทหารมาจอดหน้าบ้าน เอารถมาเฝ้าหน้าบ้าน บางทีเราออกจากบ้านปุ๊บก็ต้องคอยมองว่ามีรถอะไรตามมาหรือเปล่า บางทีเราไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ คนที่มองเราอยู่เป็นคนที่ชื่นชมเราเพราะเราประกวดนางงามได้ หรือว่าเราเป็นดารา เราผวาไปช่วงนึงได้ แล้ววันนึงเรารีบเลือก แล้วก็แจ็กพอร์ตพอดี

มีคนในวงการบันเทิงมาจีบ แล้วพี่คบเป็นแฟนบ้างไหม?

ปูดำ : มีค่ะ เมื่อก่อนเป็นแฟนกับน้องพี่จิ๋ม ปนัดดา ก็โอเค นั่นเป็นคนในวงการที่คบหากันสมัยก่อน

เห็นว่ามีครั้งนึงพี่ปูเกือบได้แต่งงาน?

ปูดำ : ใช่ค่ะ ตอนนั้นประกวดนางงามที่ต่างจังหวัด นางสาวเชียงใหม่ ก็หลงรักผู้ชายคนนึง คิดว่าคงได้แต่งแล้วแหละ  มีอยู่วันนีงได้มีโอกาสเดินทางไปเชียงใหม่ เพื่อจะไปโชว์ตัว แต่แฟนบอกว่าแฟนไม่อยู่ ไม่สามารถมารับเราที่สนามบินได้ เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาเองก็คิดว่าเราแคนเซิลงาน แต่เราไม่ได้แคนเซิ้ลเพราะเรารับงานไว้แล้ว ก็ไปแต่ไม่รู้จะไปอยู่ตรงไหนก็เลยไปบ้านแฟน เพราะคิดว่าแฟนไม่อยู่ ก็ไปนั่งรอเวลาเพื่อจะได้ออกงาน แต่สักพักแฟนเดินลงมาพร้อมกับสาวสองคน มันก็เป็นอะไรที่เลิกกันไป

เคยมีคนพูดกับพี่ปูไหมว่าเราสวยนะ แต่เราอาภัพรัก?

ปูดำ : พี่กลับไม่เคยคิดคำนี้เลย พี่เห็นมิสยูนิเวิร์สก็ยังโดนทิ้งเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองอาภัพรัก เพียงแต่ว่าช่วงนีงเราไม่มีที่ปรึกษา แต่พี่ไม่เคยเห็นใครประสบความสำเร็จเรื่องความรักเลย ไม่รู้สังคมเป็นค่านิยมอะไร พี่มีความรู้สึกว่าไม่ว่าใครที่ดีกว่าเรา สุดท้ายยังเฟล ยังผิดพลาด เลยทำให้เราทุกข์มันเป็นเรื่องธรรมดา

ทุกวันนี้มีความรักบ้างไหม?

ปูดำ : พี่ไม่อยากคุยเรื่องความรัก เพราะเมื่อกี้เราคุยกันมา เราเล่นกันมาเกือบ 10 คนละ พอคุยกันมาปุ๊บคนจะบอกว่าเราเปลี่ยนอีกแล้ว ถ้าเกิดเราไม่ได้มานั่งคุยเราก็จะไม่ทราบสาเหตุที่เราเปลี่ยนเป็นเพราะอะไร เราถูกหลอก ถูกใช้ ถูกอะไรมาบ้าง คนที่วิพากษ์วิจารณ์คิดว่า เปลี่ยนผู้ชายอีกแล้ว คนจะพูดแต่คำนี้ แต่คนไม่รู้หรอกว่าเขาหลอกเรา มันกลับเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเลย ถามว่า ณ วันนี้ช้ำไหม ไม่นะ ถ้าสมมติมีโอกาส มีจังหวะ แล้วมีใครเข้ามาในชีวิต ซึ่งมันก็ไม่แน่ พี่ยังไม่อยากจะบอกว่าตอนนี้พี่ก็ไม่มี ถ้าเกิดพี่บอกว่าใช่เลย แล้วพรุ่งนี้พี่เลิก ก็จะบอกว่าเปลี่ยนอีกแล้ว พี่คิดว่าความรักของพี่ สำหรับผู้หญิงวัย 56 มันไม่ใช่สิ่งที่พี่จะเอามาเป็นตัวชู เหมือนกับที่พี่ได้ตำแหน่งมากมาย แต่ตอนนี้พี่จะมองว่าความรักที่มีมันใช่ไหม มันเปิดเผยไหม ใช่ตัวจริงไหม หรือไม่ใช่ แล้วนั่งมองตากันปริบๆ ไปก่อน หรือถ้าเกิดใช่ควรจะเปิด เมื่อวันนั้นมาถึงเปิดก็ได้ คือตอนนี้มันไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าใช่หรือไม่ใช่

แสดงว่าพี่ปูไม่ได้เข็ดกับความรัก?

ปูดำ : ถามว่าเข็ดไหม ก็ไม่ได้เข็ด พี่ไม่ได้ออกนอกบ้านนะ พี่ไม่ได้สาวปาร์ตี้เกิร์ล พี่ไม่มีเพื่อน ไม่แอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ พี่เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง เพราะฉะนั้นพี่จะโดนบังคับให้ออกนอกบ้านเสมอ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่บอกว่าออกไปสิ ไปงานปิดกล้อง ไปงานนู่นนี่นั่นตลอด

เห็นว่ามีคำสั่งเสียก่อนที่แม่จะเสียด้วย บอกว่าไปงานแต่งงานเพื่อนนางงามให้แม่หน่อย?

ปูดำ : ตอนนั้นคุณลูกตาล จริยา เขาจะแต่งงาน ตอนนั้นคุณแม่พี่เขาไม่ค่อยสบาย แม่รู้เลยว่าพี่จะไม่ชอบไปงานใครเด็ดขาด แม่ก็รู้ว่างานนี้จะต้องไม่ไปแน่นอน แต่ว่าน้องเป็นรุ่นน้อง แล้วรู้จักกัน  แม่จะสั่งพี่ทุกวัน ย้ำพี่ทุกวันว่าแกต้องไป คืออยากจะดันเราออกงานให้ไปเจอผู้คน แต่งานแต่งงานน้องไปนะคะ แต่ถ้าเป็นลักษณะทานข้าวจะไม่ไปเลย

พี่ปูดำไม่ปิดความรัก แต่คนที่เข้ามาต้องมีมากกว่าในเรื่องไหน?

ปูดำ : คือแววตาของผู้หญิงอายุรุ่นนี้ เขาก็จะมีแววตาของเขาอีกแววตานึง แต่เป็นแววตาของผู้หญิง 56 เนี่ย เวลามองคนที่เข้ามาหาแล้วมีความรักเนี่ย เราจะมีคำถามมากมายอยู่ในแววตาของเราที่ผ่านประสบการณ์ชีวิต เรากลัว เราประหม่า เราถูกหลอกมาแล้วหลายครั้ง แล้วเราไม่ใช่กับแววตาผู้หญิงอ่อนโยน เราเป็นแววตาของคนที่คิดเยอะ คิดมาก เพราะเราไม่มีโอกาสพลาดอีกแล้ว การเลือกของเราครั้งนี้ถ้าเราพลาดอีก เราเริ่มนับ1 ใหม่ไม่ไหน

แล้วคนที่จะเข้ามาต้องเป็นลักษณะแบบไหน?

ปูดำ : พี่ชอบคนอบอุ่น ช่วงที่เปิดร้านอาหารที่บ้านตอนคุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็จะมีผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาที่บ้านเยอะ แต่พอตอนช่วงที่คุณแม่เสียแล้ว มีโควิด ร้านอาหารที่บ้านเราปิด ยิ่งทำให้พี่ปูปิดตายกับชีวิตไปเลย พี่ยังคงเขื่อว่าบุพเพสันนิวาสยังมีอยู่จริง ต่อให้เราไปวัด ไปสถานที่ไหนก็ตามถ้าเกิดเราจะเจอมันก็ต้องเจอ ซึ่งพี่คิดว่าสักวันอาจจะเป็นวันของพี่ก็ได้ แต่ให้ไปมองให้ไปขวนขวายก็ไม่ได้คิดขนาดนั้น

คนที่คุยๆ อยู่ตอนนี้เป็นละกษณะแบบไหน?

ปูดำ : ตอนนี้ที่คุยๆ ทั้งในเฟซและในชีวิตจริงก็เป็นการคุยกะนเหมือนเพื่อน แต่เรื่องที่จะมาดูแลคุ้มครองเรา พี่มองว่าพี่อยู่ในวัยซึ่งไม่มีใครมาดูแลเรา มันต้องผู้ใหญ่มากๆ

ทั้งชีวิตเจอคำนินทาตลอด บางทีได้ยินกับหูเลว มีเรื่องอะไรบ้าง?

ปูดำ : อย่างสมัยก่อน พี่มีผู้จัดการคนนึง ไปไหน ไปด้วยกัน ขำมากเลยอยากทานฝรั่ง แล้วให้พี่เลี้ยงไปซื้อ เราเห็นว่านานเลยตามไปดู เขาบอกว่าไป แล้วมาบอกว่าเมื่อกี้เข้ามาทำไม ขัดจังหวพ กำลังเม้าท์เลย บ้านอยู่ติดกันเลย คนนี้เป็นเมียรัฐมนตรี รัฐมนตรีเลี้ยงอยู่ เม้าท์สาระพัด ทั้งที่ผู้จัดการก็อยู่กับเรามานาน

เห็นว่าได้ยินกับหูเลยว่า คนเม้าท์ว่ามีลูก?

ปูดำ : เคยไปออกบูธดารา แล้วเราเป็นประเภทชอบเด็กอ้วน แล้วพี่ชายนั่งทานอาหารอยู่ แล้วมีคนบอกว่า นั่นนะลูกกับสามีที่เป็นดารา หรือลูกติดกับคนที่เพิ่งเลิกกันไปหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูสิ ออกลูกยังไงหน้าเหมือนคนใช้ คือคนมันจะเม้าท์มันก็เม้าท์ไปเรื่อย

ที่ผ่านมาไมามีการแก้ข่าว หรือตั้งโต๊ะแถลงเกี่ยวกับเรื่องตัวเองเลย?

ปูดำ : ใช่ สิ่งที่เราได้ฟัง สิ่งที่เราได้ยินคำนินทา ถ้าเกิดมันเป็นอะไรที่ขาจรเราจะไม่เสียเวลา แต่ถ้าเป็นระดับมหาภาค เราก็จะตั้งโต๊ะ แต่มันยังไม่เคยมีแบบนั้น แต่ในขณะเดียวกันช่วงนี้ก็มีข่าวเหมือนกัน เรื่องที่พี่พูดถึงคนนั้น คนนี้ พี่ว่าให้คำเหล่านั้นมันลืมเลือนไปดีกว่า เพราะว่าตอนนี้ต่อให้เราไปพูดแก้ตัว แก้ต่างยังไงกับคนที่ไม่รักเรา พูดให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ เพราะฉะนั้นไม่แก้ข่าวอีกไม่กี่วันคงลืมมั้ง

พร้อมตายทุกเมื่อเลยเหรอ?

ปูดำ : ใช่ค่ะ ตอนนี้ในชีวิตของพี่ปูเอง คุณพ่อเสียแล้ว คุณแม่เสียแล้ว พี่ชายบวช เราตัวคนเดียวจริงๆ  ทุกครั้งที่เราจะนอน เราจะอธิฐานจิต หรือสวดมนต์เล็กๆ น้อยๆ ปุ๊บ เราก็จะพูดตลอดเวลาว่า ถ้าเกิดต้องไป ขอให้หนูไปเลยนะ เรารู้สึกว่าการได้อยู่บนเตียงนึ่มๆ แอร์เย็นๆ เรารู้สึกสบาย เราพร้อมจะไป เพราะเราไม่มีห่วงข้างหลัง

เห็นว่ามีหลายครั้งเหมือนกันที่มีธรรมะเข้าช่วย แต่ก็นั่งร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อย?

ปูดำ : จริงๆ พอเราอยู่ตัวคนเดียว เราจะไม่มีที่ปรึกษา ที่บ้านก็จะเป็นเด็ก เขาก็จะให้คำปรึกษาอะไรไม่ได้ เราต้องเป็นคนดูแลเขา เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราตัดสินเองตอนนี้มันคือชีวิตของเราล้วนๆ แล้วเรารู้สึกว่าตอนนี้เราไม่รู้จะตัดสินอะไร เพื่อใคร เรามีความรู้สึกว่าชีวิตมันน่าเบื่อ แล้วก็ไม่น่าอยู่ ชีวิตรอบๆ ตัวก็มีแต่โรคภัยไข้เจ็บ มีแต่การนินทา การแข่งขัน ชีวิตจริงๆ มันไม่ได้มีความสุข เราสามารถนับความสุขได้ แต่ความทุกข์นี่นับไม่ถ้วน

เห็นว่าพี่ปูเคยเบื่อ ถึงขั้นอยากจบชีวิตตัวเอง?

ปูดำ : มันเป็นคำเดียวที่พี่บอกเมื่อกี้เลยว่า ถ้าเกิดจะตาย ตายเลยนะ แต่ไม่ถึงขนาดนั้น  แต่เราพร้อมวันนี้ เดี๋ยวนี้ เรามีความรู้สึกว่าเราพร้อมเสมอที่เราจะไป

วางแผนจัดการชีวิตตัวเองยังไง?

ปูดำ : ถ้าเราตายไป สมมติเรามีญาติพี่น้องอยู่ เขาก็คงจัดการกันเอง มันก็เป็นไปตามนั้น

ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ อยากใช้เวลากับคุณแม่?

ปูดำ : ก่อนที่คุณแม่พี่จะเสียสัก 3-4 ปีที่แล้ว ปูรับละครเยอะ ปีนั้นประมาณ 3 เรื่อง  แล้วคิวเต็มเลย แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่คุณแม่ไม่สบาย แล้วคุณแม่ไปอยู่ห้อง ICU เวลาเยี่ยมห้อง ICU มันก็มีเวลาจำกัด ซึ่งไม่ตรงเวลาที่กองเขาปล่อย  พอเราว่างจะมา ห้อง ICU ก็ไม่ให้เราเข้าเยี่ยม จริงๆ เราทำงานเพื่อใคร เราทำงานเพื่อครอบครัว แต่พอวันนึงเราทำเต็มที่แล้ว แล้วเราไม่สามารถที่จะดีงเขากลับมาได้แล้ว เราก็มีความรู้สึกว่าเพื่อใคร เพื่ออะไร จนทำให้พี่ปูเนี่ยไม่รับละครอยู่ช่วงนึงหลังจากที่คุณแม่เสีย เพราะมีความรู้สึกว่าไม่รู้จะทำเพื่อใคร

เห็นว่ามันเป็นปมที่อยู่ในใจ?

ปูดำ : มันเป็นปม เพราะว่าเราทำมากเกินไป

ถ้าย้อนกลับไปแก้ไขเรื่องราวในอดีตได้ อยากแก้เรื่องอะไร?

ปูดำ : อยากจะแก้หลายเรื่องเลย เพราะต้องพูดเลยว่าสุขนับได้ ทุกข์นับไม่ได้ ถ้าเกิดเลือกได้ก็ไม่อยากเกิด แต่ก็คงไม่ได้อรหันต์ขนาดนั้น เพราะ บุญ บาปก็ทำมามากมาย มนุษย์เกิดมามันก็ทุกข์ จริงๆ ไม่อยากเดิดเลย ชีวิตมันเป็นลูทีนมันน่าเบื่อ มันไม่มีอะไรมั่นคงที่เราจะนับถือ

เคยคิดไหมเราเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า?

ปูดำ : พี่ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นโรคซึมเศร้า หรือไบโพลา พี่คิดว่าไบโพลากับซึมเศร้าต้องใช้กับคนที่ผิดหวังในทุกๆ เรื่อง และปัจจุบันก็ยังไม่สามารถคว้าอะไรมาได้ ทำให้คาดหวังแล้วหลุด แต่ของพี่ พี่จะคิดถึงเรื่องแม่ซัส่งนใหญ่ว่าพ่อไป แม่ไป พี่บวช อยู่กับใคร ไม่อยากอยู่เลย แต่เรื่องความรักที่ผ่านๆ มามีผิดหวัง ผิดพลาดมา ทุกวันนี้มานั่งมองเป็นครู เป็นอาจารย์ เชื่อคนง่าย ถ้าเกิดเรามีลูกมีหลานเราจะได้สอนได้ แต่ว่าเราไม่มีวิชามันก็อยู่ติดตัวเรา ทำให้เราเกร่งมากขึ้น

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

Leave a comment