#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/598842

ภาคีเครือข่ายต้านยาสูบเอเชีย-แปซิฟิก40ชาติ เข้าร่วมประชุม‘13th APACT 2021 Bangkok’
วันพุธ ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
ศจย. ร่วมกับ แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ และ สสส. เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13 หวังสร้างความตระหนักถึงพิษภัยยาสูบร้ายแรงกว่าโควิด-19 ระบุคนตายจากบุหรี่ ต่อปีมากกว่าโควิด 3-4 เท่า พร้อมออกปฏิญญาทั้งระดับปฏิบัติงานและกลุ่มเยาวชน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของการควบคุมยาสูบระดับนานาชาติ ด้านนักวิชาการไทยและต่างประเทศตบเท้าเข้าร่วม กว่า 2,700 คน พร้อมงานวิจัยเกี่ยวกับยาสูบและสุขภาพอัพเดตล่าสุด กว่า 300 ผลงาน
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะ ประธานจัดงานประชุม 13th APACT 2021 Bangkok กล่าวถึงที่มา และความน่าสนใจของงานประชุมด้านยาสูบระดับนานาชาติในครั้งนี้ว่า งานประชุมบุหรี่หรือสุขภาพเอเชียแปซิฟิก ครั้งที่ 13หรือ 13th Asia Pacific Conference on Tobacco or Health (13th APACT 2021 Bangkok) ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติ เป็นเจ้าภาพจัดงานเป็นครั้งที่ 3 ตลอดระยะเวลาการจัดประชุมที่ APACT ที่ยาวนานกว่า26 ปี นั้น ในปีนี้เป็นความร่วมมือ ระหว่างศจย. แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีก 12 องค์กรพันธมิตร ตกลงจัดงานประชุม ในลักษณะลงทะเบียนเข้าร่วมประชุมแบบ Live Stream ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2564 เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 หวังสร้างความตระหนักถึงพิษภัยของยาสูบที่ร้ายแรงกว่าโรคระบาดอุบัติใหม่อย่างโควิด-19 เพราะจำนวนผู้ที่เสียชีวิต ทั่วโลกจากยาสูบต่อปีมากกว่าโควิด-19 ถึง 3-4 เท่าและบุหรี่ยังเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของโลก
ขณะที่ในประเทศไทย บุหรี่เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ทั้งนี้ ภายในงาน 13th APACT 2021 Bangkok ยังมีงานประชุมวิชาการที่น่าสนใจอีก 2 งาน คือ การประชุมวิชาการ 100 ปี แพทยสมาคม หรือ Medical Association of Thailand 1921-2021 โดย แพทยสมาคม-แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และการประชุมวิชาการบุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 19
หรือ TRC INTERNATIONAL CONFERENCE 2021 “Empowering Policy Implementation on Tobacco Control” โดย ศจย. ที่จะดำเนินไปพร้อมกัน นับเป็นการเสริมพลังวิชาการด้านงานควบคุมยาสูบ ที่จะแปรเป็นนโยบายเพื่อควบคุมการบริโภคยาสูบ ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ให้เข้มแข็งทั้งในปัจจุบันและต่อเนื่องไปยังอนาคต โดยประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถรับทราบข่าวสารงานประชุมได้ที่เว็บไซต์ http://www.apact2021.com
ศ.นพ.รณชัย กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ ในฐานะภาคีเครือข่ายควบคุมการบริโภคยาสูบจาก ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ราว 2,700 คน จาก 40 ประเทศ ตอบรับเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้การขับเคลื่อนให้สังคมปลอดบุหรี่ โดยเป็นคนไทยประมาณ 2,200 คน ต่างชาติ 500 กว่าคน มากที่สุดตั้งแต่จัด APACT มา ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนักวิชาการ ด้านยาสูบโดยเฉพาะกว่า 120 คน นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยและผลงานวิชาการเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการควบคุมยาสูบ และสุขภาพด้านต่างๆ อีก 300 กว่าชิ้น จาก 36 ประเทศ
ที่จะมาอัพเดตให้ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้ากับโควิด-19 ที่มีงานวิจัยออกมาชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกัน นโยบายเพื่อหยุดการใช้ยาสูบ ผลกระทบการเก็บ ภาษีผลิตภัณฑ์ยาสูบและนิโคติน อนาคตการควบคุมยาสูบ รวมถึงกรณีเยาวชนในเอเชีย-แปซิฟิกจับมือออกปฏิญญา รณรงค์ต้านยาสูบ ซึ่งนับเป็น ปรากฏการณ์ใหม่ที่คนวัยใสหันมาสนใจเรื่องยาสูบและสุขภาพมากขึ้น
ศ.ดร.นพ.ประกิตพันธุ์ ทมทิตชงค์ เลขาธิการแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ในฐานะ เลขาธิการการประชุม APACT 2021 กล่าวว่า ภายในงานประชุม 13th APACT 2021 Bangkok ได้ให้ความสำคัญ กับกลุ่มเยาวชนที่กำลังกลายเป็นเป้าหมายใหม่ของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า โดยจะมีการประชุมกลุ่ม Youth ในวันที่ 2 กันยายน 2564 ประกอบด้วยเยาวชนไทย 100 คน เยาวชนจากเอเชีย-แปซิฟิก 73 คน ซึ่งเยาวชนแต่ละคน มีแผนงานรณรงค์ต้านยาสูบของตนเอง
วงประชุมที่จัดแยกออกมานี้ก็เพื่อให้กลุ่มเยาวชนได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และหาข้อสรุปในการออกปฏิญญาต้านยาสูบสำหรับเยาวชนเอเชีย-แปซิฟิกโดยเฉพาะ อย่างไรก็ดี จะมีการติดตามปฏิญญาหลัง ประชุมเสร็จด้วยว่ามีความคืบหน้าหรือผลสำเร็จอย่างไรในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยปฏิญญา Youth จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง ของปฏิญญา APACT 2021 ซึ่งเมื่อผนวกรวมกับภาคส่วนอื่นๆ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของการควบคุมยาสูบระดับ นานาชาติได้อย่างแท้จริง
“การออกปฏิญญาการควบคุมการบริโภคยาสูบและผลิตภัณฑ์ยาสูบข้อควรปฏิบัติ และความร่วมมือระดับนานาชาติ ในงาน APACT 2021 จะมีด้วยกันทั้งสิ้น 4 ฉบับ คือ ปฎิญญาเยาวชน ปฏิญญาเครือข่ายทำงานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. และปฏิญญาของกลุ่มผู้ทำงานด้านยาสูบระดับชาติกว่า 900 องค์กรที่ทำงานร่วมกัน โดยทั้ง 3 ปฏิญญาจะกลายเป็น
ปฏิญญา ใหญ่ของ APACT 2021” เลขาธิการการประชุม APACT 2021 ระบุ
นพ.วันชาติ ศุภจัตุรัส อดีตนายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า การที่แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ หน่วยงานแพทย์เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในเจ้าภาพจัดงานประชุม 13th APACT 2021 Bangkok เพราะมีความเกี่ยวเนื่องกัน เนื่องจากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้ดำเนินงานด้านยาสูบมาตลอด โดยเป็นผู้แต่งตั้งเครือข่ายวิชาชีพสุขภาพเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่
จนได้รับรางวัลจาก สมาพันธ์เครือข่ายวิชาชีพสุขภาพแห่งโลก (WHPA) เมื่อปี 2558 และยังเป็นผู้ผลักดันกฎหมายต้านบุหรี่ฉบับแรก พ.ศ. 2517 จนถึงกฎหมายต้านบุหรี่ ฉบับปัจจุบัน นับรวมเป็นระยะเวลา 40-50 ปี ที่สำคัญคือในปีนี้เป็นการครบรอบ 100 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ จึงมีแนวคิด จัดงานประชุมวิชาการร่วมกับ APACT ซึ่งสิ่งที่คาดหวังจากการเข้าร่วม APACT 2021 ในครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่ายแพทยสมาคมที่มีอยู่ในแต่ละประเทศเอเชีย-แปซิฟิกให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น
และร่วมดำเนินงานขยายเครือข่ายสมาชิกแพทยสมาคมในแต่ละประเทศ ให้กลายเป็นกำลังช่วยขับเคลื่อนการกระตุ้นให้ประชาชน ลด งด และเลิกสูบบุหรี่ โดยมีแพทยสมาคมของประเทศนั้นๆ เป็นโหนดนำ และส่งไม้ต่องานต้านบุหรี่ให้กลุ่มเยาวชนที่จะเป็นอนาคตของเรื่องนี้ต่อไป รวมถึงนำองค์ความรู้ถึงพิษภัยบุหรี่ที่ได้แลกเปลี่ยนกันภายในงานไปปฏิบัติในประเทศของตนเอง โดยเฉพาะองค์ความรู้ใหม่จากงานวิจัยของหลายๆ ประเทศ ที่ว่าด้วยผลร้ายของนิโคตินในบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า สามารถทำลายเนื้อเยื่อปอด ซึ่งเกี่ยวพันกับเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ที่จะทำให้อาการป่วยรุนแรงขึ้นได้ โดยเฉพาะในบุหรี่ไฟฟ้าที่สามารถเพิ่มปริมาณและความเข้มข้นของนิโคตินได้ไม่จำกัด
ผศ.ดร.นพ.วิชช์ เกษมทรัพย์ รองเลขาธิการเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพในเครือข่ายมหาวิทยาลัย อาเซียน และอาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัย มหิดล กล่าวว่า ความร่วมมือระดับอาเซียนในการรณรงค์ต้านยาสูบที่จะเกิดขึ้นในการประชุม 13th APACT 2021 Bangkok ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษาคือการจับมือของมหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่มประเทศอาเซียนกว่า 30 สถาบัน
ซึ่งเป็นเครือข่าย ASEAN University Network – Health Promotion Network ที่สร้างกรอบในการพัฒนามหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ และยกประเด็นบุหรี่เป็นเรื่องสำคัญในลักษณะ Zero Tolerance คือไม่ให้มีบุหรี่ทั้งการสูบการขาย ในเขตพื้นที่มหาวิทยาลัย ทั้งหมดในทุกระดับ ทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ พนักงาน มหาวิทยาลัย และนิสิตนักศึกษา ที่ผ่านมาสามารถขยายผลการ ดำเนินงานดังกล่าวสู่นโยบายระดับชาติ
เช่น พื้นที่ปลอดบุหรี่ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขยายผลไปสู่ทุกภาคส่วนในมหาวิทยาลัย และไปสู่พื้นที่สาธารณทั่วประเทศ นอกจากนี้จะมีการจัดเรตติ้งของมหาวิทยาลัย หรือ Healthy University Rating System (HURS) ว่าพร้อมเป็นมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพหรือไม่ โดยมีบุหรี่เป็นปัจจัย ในการจัดอันดับด้วย พร้อมกับทำข้อตกลงไม่รับทุนวิจัยเพื่อสร้างเสริมสุขภาพจากบริษัทผู้ผลิตยาสูบ หรือบริษัทที่แฝงมากับ บริษัทยาสูบในทุกกรณี
การประชุม APACT จัดครั้งแรกในปี 2532 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกในปี 2538 ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 4 ที่ จ.เชียงใหม่ และเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 ในการจัดครั้งที่ 13 หรือปี 2556
โดยจัดที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรกAPACT นับเป็นงานประชุมวิชาการด้านบุหรี่และสุขภาพระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่!!!