‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/600964

‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

‘ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์’ ทายาทสุริยาหีบศพ กับงานจิตอาสาขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

วันศุกร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะวิกฤตโควิด-19 ทำให้เซฟ-ณัฐวุฒิ สุริยเสนีย์ ทายาทสุริยา หีบศพ(บริษัท สุริยา 9 คอฟฟิน จำกัด) ต้องปรับตัวมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว จัดจำหน่ายหีบศพทุกประเภท และดูแลจัดการพิธีงานศพแบบครบวงจร ขณะเดียวกันก็ผันตัวเองมาเป็นจิตอาสาช่วยบุคลากรทางแพทย์ในการให้บริการขนย้ายศพผู้เสียชีวิตด้วยโรค COVID-19

“ยอมรับว่า กลัว แต่ก็เป็นหน้าที่ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการช่วยบุคลากรทางการแพทย์ ปกติเราจะให้บริการขายหีบศพ และก็มีเรื่อง Organize พิธีงานศพ ไม่ได้รับเคสผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลไปทำพิธี แต่ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตมีมากขึ้น และบุคลการทางการแพทย์ก็ทำงานกันหนักมากครับ ทางพวกเราจึงเพิ่มบริการขนย้ายศพผู้เสียชีวิตจาก COVID-19 ตั้งแต่ช่วงการระบาดระลอกที่ 3 มีญาติและครอบครัวผู้เสียชีวิตติดต่อสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ยิ่งจำนวนต่อวันนั้นก็มากจนน่าตกใจ จึงทำให้การทำงานเป็นไปอย่างยากลำบาก การผลิตโลงศพก็ต้องรีบเร่งผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว นั่นหมายถึงพนักงานก็ต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อผลิตโลงศพให้เพียงพอต่อความต้องการ รวมทั้งปัญหาการจัดการคิวในการเผาศพผู้เสียชีวิตด้วย แต่ละวัดก็จะคิวเต็มกันเสียส่วนใหญ่เพราะคิวการเผาศพที่ต้องทำอย่างระมัดระวังในทุกกระบวนการ ผมและทีมงานเองก็ต้องระมัดระวังในทุกขั้นตอนเช่นกันครับ

ตลอดการทำงานจะต้องสวมชุด PPE ป้องกันอย่างรัดกุม และยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่าง เช่น หน้ากาก N95 ถุงมือ Face Shield เมื่อเราไปถึงโรงพยาบาลก็จะต้องจัดการกับร่างผู้เสียชีวิต แพ็กศพอย่างแน่นหนา และเมื่อบรรจุลงโลงศพแล้วจะไม่สามารถเปิดออกมาได้ และนำส่งไปยังวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาภายใน
24 ชั่วโมง การทำหน้าที่นี้สำหรับผมกลัวทั้งโรคติดต่อและกลัวในสิ่งที่ต้องระมัดระวังมากมาย เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สำคัญมากๆ หน้าที่ที่ผมทำอยู่นี้ เรียกว่าเป็นจิตอาสาในการช่วยเหลือภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ และยังเป็นการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ทำหน้าที่แทนครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่เขาต้องมีระยะห่างตรงนี้ครับ ผมและทีมงานทำด้วยความเต็มใจ เราพร้อมที่จะดูแลลูกค้าด้วยความเต็มใจ ในเมื่อมีคนหลายคนเดือดร้อนหากช่วยได้ก็ต้องช่วยกันไปครับ

ผมอยากขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน โดยเฉพาะพี่ๆ หมอ พยาบาล ทีมบุคลากรทางการแพทย์ นักรบชุดขาว และทุกๆ หน่วยงานที่ยังคงลุยต่อสู้กับสถานการณ์
อันโหดร้ายนี้ ขอให้พวกเราผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยและไม่มีการสูญเสียที่มากไปกว่านี้”

ปัจจุบัน บริษัท สุริยา 9 คอฟฟิน จำกัด(Suriya Coffin) ให้บริการและดูแลทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ ซึ่ง เซฟ-ณัฐวุฒิยอมรับว่า การเรียนเอกภาษาอังกฤษ ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต สามารถทำให้การทำงานกับลูกค้าต่างชาติคล่องตัวมากขึ้น แม้จะยังไม่มีโอกาสทำงานด้านสายการบิน เพราะวิกฤตโควิด-19 ตามที่ตั้งใจ

“เหตุผลที่ตัดสินใจเลือกเรียนด้านภาษา เพราะต้องการนำไปกับการทำงาน และที่ตัดสินใจเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิต เพราะว่าที่นี่มีสาขาวิชาที่ต้องการ และสภาพแวดล้อมก็ถูกใจ บอกได้เลยว่าที่นี่ตอบโจทย์มาก แพลนที่วางไว้คือ เรียนจบอยากทำงานสายการบินครับ มุ่งมั่นถึงกับตอนเลือกเรียนวิชาโท ผมก็เลือกเรียนด้านการจัดการธุรกิจการบินของวิทยาลัยท่องเที่ยวและการบริการ บวกกับชอบเที่ยวด้วยครับ อยากไปเที่ยวหลายๆ ที่ ดังนั้น ภาษาก็ต้องใช้แน่นอนแต่จากสถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าแพลนของใคร ก็คงต้องปรับเปลี่ยนไป ผมจึงตัดสินใจช่วยงานที่บ้าน

สำหรับน้องๆ ที่ยังไม่รู้ว่าอยากจะทำอาชีพอะไร เรียนอะไร อยากให้ค่อยๆ ตัดสินใจครับ ลองทำสิ่งที่เราได้รับโอกาสมาก่อน และค่อยๆ ดูว่าเราสนุก เราเต็มที่
กับสิ่งเหล่านั้นได้มากน้อยแค่ไหน ท้ายที่สุดคนเราอาจจะต้องลองอะไรมากมายก่อนจะรู้จักตัวเองมากขึ้น ยิ่งปัจจุบันมีสาขาวิชามีคณะให้เลือกมากมาย ดังนั้น การได้ศึกษาข้อมูลและลองมุ่งมั่นไปทีละนิดละหน่อยก็จะนับเป็นโอกาสที่ดี อย่างเช่น ผมเลือกเรียนที่ ม.รังสิต แม้จะมุ่งมั่นรู้แล้วว่าตัวเองต้องการจะเรียนอะไร แต่สิ่งแปลกใหม่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้นั่นก็คือ สังคมใหม่ๆ เพื่อนๆ รุ่นพี่ รุ่นน้องและอาจารย์ ที่ตอกย้ำได้ว่าชีวิตนี้มันมีหลายมุมมอง ผมเองโชคดี ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ และยังได้มีสังคมดีๆมี Connection ดีๆ ด้วย”

Leave a comment