#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/602880

คนจีนและลูกหลานจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสัมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณชั่วชีวิต
วันเสาร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
แผ่นดินไทยให้ความอบอุ่นร่มเย็นอย่างดีที่สุดกับชาวจีนที่หนีร้อนมาพึ่งเย็น พูดได้เลยว่าไม่มีประเทศไหนในโลกให้ความร่มเย็นกับชาวจีนเหมือนแผ่นดินไทย ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย นำคุณไปสนทนากับ คุณกิตติพงษ์เตรัตนชัย นายกกิตติมศักดิ์เกียรติคุณถาวร สมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ถึงประเด็นการกตัญญูรู้คุณแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย

l ขอเรียนถามประวัติสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ก่อนครับ ทราบว่ามีอายุ 150 ปีมาแล้ว
คุณกิตติพงษ์ : สมาคมนี้เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แต่แรกๆ ไม่ได้ใช้ชื่อสมาคม แต่เป็นสถานที่สำหรับประชุมหารือเพื่อช่วยเหลือคนจีนที่อพยพเข้ามาตั้งรกรากทำมาหากินในสยาม
เพราะในยุคนั้นคนจีนหนีร้อนมาพึ่ง มาแบบเสื่อผืนหมอนใบ เข้ามารับจ้างทำงานต่างๆ โดยใช้สถานที่บนถนนทรงวาด เพราะเป็นจุดศูนย์ร่วมของชาวจีนในยุคนั้น เนื่องจากคนจีนในกรุงเทพฯมักทำมาหากินกันในย่านเยาวราชและทรงวาด นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือคนจีนที่เข้ามาทำมาหากินในสยามแล้ว ก็ยังตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทยเชื้อสายจีนที่ต้องการความช่วยเหลือด้วย ครั้นเมื่อได้พบปะหารือกันบ่อยๆ เป็นประจำ สุดท้ายก็ตั้งเป็นสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน ดังปรากฏในปัจจุบัน เมื่อสมาคมฯ มีความเข้มแข็งเติบโตขึ้นก็เริ่มทำธุรกิจส่งของออกจากไทยไปจีน แล้วนำเข้าของจากจีนมาไทย ผู้ก่อตั้งสมาคมในยุคแรกๆนั้นส่วนใหญ่เป็นคนจีนแต้จิ๋วมาจากซัวเถา เมื่อสมาคมเติบโตมากขึ้นก็ขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นโดยส่งสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ และเกาะฮ่องกง แต่ในปัจจุบันก็ทำมาค้าขายกับหลายประเทศทั่วโลกทั้งในสหรัฐฯ และยุโรป สมาคมฯเน้นการนำเข้าและส่งออกสินค้าไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ไม่ได้จำกัดเฉพาะจีนเท่านั้น

l ธุรกิจส่วนตัวที่คุณกิตติพงษ์ทำในปัจจุบันคือด้านใดครับ
คุณกิตติพงษ์ : ด้านอุปกรณ์เครื่องไฟฟ้าสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ครับ เช่น อุปกรณ์สำหรับควบคุมระบบไฟฟ้าในโรงงาน และอุปกรณ์ด้าน Wiring (สายไฟสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) ผมทำธุรกิจด้านนี้มา 50 ปีแล้วครับ ชื่อบริษัท ธีรชัยไพศาล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยุคแรกเริ่มนั้นนำเข้าสินค้าจากไต้หวัน แล้วต่อมาก็นำเข้าสินค้าด้านนี้จากประเทศต่างๆ จากยุโรป เช่น อิตาลี และจากจีนด้วยครับ บริษัทนี้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าของไต้หวันเพียงแห่งเดียวในไทยมานานถึง 50 ปีแล้วครับ

l ทราบมาว่าสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีนให้ความช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากในประเทศไทยมาโดยตลอด ช่วยกรุณาเล่างานด้านสังคมสงเคราะห์ของสมาคมฯ ให้ทราบด้วยครับ
คุณกิตติพงษ์ : ใช่ครับ สมาคมฯ เน้นการช่วยเหลือสังคมตลอดมา และในช่วงที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ เป็นเวลา 4 ปี สมาคมฯ ทำทั้งธุรกิจและช่วยเหลือสังคมควบคู่กันไป ในด้านธุรกิจนั้น สมาคมฯ ดูแลด้านการค้าการขายระหว่างประเทศ จัดหาข้อมูลสำคัญให้กับสมาชิกฯ เพื่อให้ทำธุรกิจได้สะดวก เพื่อนำเงินตราเข้าประเทศไทย และส่งเสริมเรื่องการแสดงสินค้าบนเวทีการค้าระหว่างประเทศ ส่วนในด้านช่วยเหลือสังคม สมาคมฯ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก เพราะถือเป็นการแสดงความมีมนุษยธรรม สมาคมฯ ช่วยผู้ประสบภัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น เมื่อครั้งเกิดแผ่นดินไหวที่เนปาล สมาคมฯ ก็ส่งความช่วยเหลือไปทันที แม้กระทั่งเมื่อเกิดน้ำท่วมที่เมืองจีนสมาคมฯ ก็ส่งความช่วยเหลือไปให้ด้วย สำหรับการช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน เราให้ทุนการศึกษากับลูกหลานของตำรวจ ทหาร โดยเฉพาะตำรวจ ทหารชั้นผู้น้อย และให้ทุนการศึกษากับลูกคนยากคนอื่นๆ ด้วย แล้วยังให้การช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น อาหารยารักษาโรค เป็นต้น ทุกวันนี้ นายกสมาคมฯคนปัจจุบันก็ยังให้การช่วยเหลือชุมชนที่ประสบปัญหาโควิด-19 เป็นประจำ และบริจาคเครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ด้วย ขออนุญาตเล่าในช่วงที่ผมเป็นนายกสมาคมฯ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9สวรรคต สมาคมฯ จึงขออนุญาตจากสำนักพระราชวังเพื่อเป็นเจ้าภาพจัดงานถวายเป็นพระราชกุศลในโอกาสสวรรคตครบ 100 วัน แล้วในช่วงครบ 1 ปีของวันสวรรคต สมาคมฯ ก็จัดงานเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลอีกครั้ง ณ วัดเล่งเน่ยยี่ซึ่งในครั้งนั้นตัวผมเองในนามนายกสมาคมฯ รวมถึงทุกคนในสมาคมฯ ถือว่าเป็นเกียรติมาก เพราะได้จัดงานอย่างสมพระเกียรติเพื่ออุทิศถวายแด่พระองค์ท่าน เพราะเราคนจีนบนแผ่นดินไทยถือว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อคนทุกคนบนแผ่นดินนี้อย่างเสมอเหมือนและเท่าเทียมกัน เราทุกคนทำถวายด้วยความจงรักภักดีอย่างสูงสุด พวกเราทุกคนในสมาคมฯ เชื่อตรงกันว่า การที่เราได้เกิด ได้อยู่ ได้อาศัยทำมาหากินบนแผ่นดินไทยจนพวกเรามีความสุขความเจริญก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ในหลวงทุกพระองค์พระราชทานให้เราทุกคน ดังนั้นเมื่อเรามีโอกาสทำความดีตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เราจึงเต็มใจทำเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล

l ในสภาวการณ์ปัจจุบันสังคมไทยประสบวิกฤตโควิด-19 อย่างรุนแรง ภาคธุรกิจซบเซา ประชาชนขาดรายได้ ในฐานะที่คุณกิตติพงษ์อยู่ในสมาคมวิเทศพาณิชย์ไทย-จีน สมาคมเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือประชาชน และสังคมในช่วงวิกฤตโควิด-19 อย่างไรบ้างครับ
คุณกิตติพงษ์ : สมาคมฯ และสมาชิกของสมาคมฯ ทุกคนเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือสังคมให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ จึงให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ กับประชาชน หน่วยงานรัฐ วัด โรงพยาบาล เป็นประจำ กล่าวได้ว่าเมื่อสมาคมฯ ทราบว่าที่ใดขาดแคลนสิ่งของ ขาดแคลนอาหาร เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน สมาคมฯ ก็ให้ความช่วยเหลือทันที เช่น เมื่อช่วงก่อตั้งโรงพยาบาลสนามบุษราคัม เมืองทองธานี สมาคมฯ ไปบริจาคเจลแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อ และทำความสะอาดมือ ซึ่งในวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับมอบ นอกจากนั้นสมาคมฯก็ไปมอบเจลแอลกอฮอล์ให้เรือนจำหลายแห่ง เพราะทราบว่ามีปัญหาการติดเชื้อโควิด-19กันมาก และยังไปมอบให้กระทรวงยุติธรรม โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้สมาคมฯ มอบเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ให้กระทรวงสาธารณสุขด้วยโดยรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นผู้รับมอบ นอกจากนี้สมาคมฯ มอบเครื่องมือแพทย์ เช่น เครื่องช่วยหายใจให้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช หลายแห่งโดยมอบผ่านท่านองคมนตรี นายแพทย์เกษมวัฒนชัย แล้วเมื่อไม่นานมานี้ สมาคมฯ ก็ได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกสุวัฒน์แจ้งยอดสุข เพื่อช่วยโครงการตรวจหาเชื้อโควิด-19เชิงรุกให้กับตำรวจ โดยมอบ Rapid Testจำนวน 15,000 ชุดให้ และจัดหารถเอกซเรย์เคลื่อนที่ให้อีกด้วย การตรวจเชิงรุกครั้งนี้ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแค่ตำรวจเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงคนในครอบครัวของตำรวจด้วย และยังมอบยาฟ้าทะลายโจร และยาแก้ไข ให้อีกด้วย โดยมูลค่าของยาที่มอบให้ตกประมาณ 3 ล้านกว่าบาท สิ่งที่สมาคมฯ ทำทั้งหมดนี้ ก็ด้วยความคิดที่ว่าต้องการมีส่วนช่วยเหลือสังคมให้รอดพ้นจากวิกฤติโควิด-19

l คุณกิตติพงษ์พูดเสมอๆ ว่า เกิดเป็นคนต้องกตัญูญูต่อแผ่นดินที่เราอยู่อาศัย คนจีนสอนลูกสอนหลานเสมอว่า ต้องไม่ลืมบุญคุณบ้านเกิดเมืองนอน ขอเรียนถามว่าแนวคิดนี้ยังคงเข้มข้นในครอบครัวคนจีนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทยไหมครับ
คุณกิตติพงษ์ : ใช่ครับ เราต้องกตัญญูต่อบ้านเกิดเมืองนอน ครอบครัวผมและครอบครัวคนจีนเราเน้นเรื่องนี้มาก ในฐานะที่ผมเป็นลูกหลานจีนที่เติบโตบนแผ่นดินไทย ผมได้รับการสั่งสอนจากบรรพบุรุษผมตลอดเวลาว่า ประเทศไทยให้ความร่มเย็น ความอบอุ่นกับคนจีนที่อพยพหนีร้อนมาพึ่งเย็นดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในเอเชีย หรือกล่าวได้เลยว่าทั่วโลก ไม่มีประเทศไหนดีกับคนจีนเท่ากับแผ่นดินไทย คนไทยดีกับคนจีนเสมอมา ให้ความช่วยเหลือตลอดมา เหมือนกับที่บอกว่าไทยจีนพี่น้องกัน (กากี่นั้ง) ไม่มีเส้นแบ่งแยกระหว่างคนไทยกับคนจีน พ่อแม่ผมสอนผมตลอดว่าต้องคิดถึงบุญคุณของแผ่นดินไทย คิดถึงบุญคุณของในหลวงทุกพระองค์ที่พระราชทานให้คนจีน จนทำให้คนจีนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวมีฐานะมั่นคงได้ทุกวันนี้ โดยเฉพาะในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระเมตตาต่อคนทุกคนบนแผ่นดินไทยอย่างเสมอเหมือนกัน ผมจึงระลึกเสมอว่าหากผมมีโอกาสทำความดีเพื่อทดแทนพระคุณของแผ่นดินไทย และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ผมและครอบครัวจะกระทำโดยทันที และผมมั่นใจว่าคนจีนทุกคนบนแผ่นดินไทยก็คิดไม่ต่างจากผม คนจีนสอนลูกสอนหลานว่าต้องกตัญญูต่อแผ่นดินและต่อผู้มีพระคุณ เพราะคนกตัญญูจะตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ทำมาค้าขึ้น มีแต่ความสุขความเจริญ ซึ่งผมก็เชื่อเช่นนั้นมาโดยตลอด

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น.ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี