#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/603199

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
เนื่องใน “วันโอโซนโลก” 16 กันยายน ของทุกปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme : UNEP) และ องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization : UNESCO) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดตัว “การประกวดออกแบบศิลปะเพื่อปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ” ในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest)
ซึ่งการประกวดจะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ภาพถ่าย, ภาพวาด, และกราฟิกดีไซน์ เพื่อเตือนชาวโลกให้ตระหนักถึงปัญหาชั้นโอโซนในบรรยากาศที่ถูกทำลาย และภัยโลกร้อน ซึ่งนำไปสู่วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง จากการใช้สารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม “เชิญชวนส่งผลงานออกแบบศิลปะซึ่งเปิดรับสมัครให้ผู้สนใจสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่ 16 กันยายน 2564-31 มีนาคม 2565” โดยมีบุคคลชั้นนำจากสหประชาชาติและเยาวชนคนรุ่นใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมร่วมงานเปิดตัว
นางเมกูมิ เซกิ (Megumi Seki) เลขาธิการสำนักงานโอโซน ENEP กล่าวว่า นานาประเทศได้ร่วมฉลองความสำเร็จของพิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) ในวันโอโซนโลกซึ่งตรงกับวันที่ 16 กันยายนของทุกปี ซึ่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พิธีสารมอนทรีออล ได้เลิกการใช้สารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน ได้ถึง 99% โดยอีก 1% ที่ยังมีการใช้อยู่เป็นสารจำพวก HCFCs ซึ่งมีปริมาณการใช้ทั่วโลกเหลือเพียง 12,000 ตัน เท่านั้น ส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูของชั้นโอโซนซึ่งคาดการณ์ว่าหลุมโอโซนที่ทวีปแอนตาร์ติกาหรือขั้วโลกใต้ จะกลับมามีสภาพเดิมในอีก 40 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม พิธีสารมอนทรีออลยังมีภารกิจที่รออยู่ข้างหน้าตามพิธีสารมอนทรีออล ฉบับแก้ไข ณ กรุงคิกาลี (Kigali Amendment) เพื่อลดการใช้สาร HFC โดยการดำเนินการดังกล่าวภายใต้พิธีสารมอนทรีออล จะหลีกเลี่ยงการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้ถึง 0.4 องศาเซลเซียส ภายในสิ้นศตวรรษหรือปี 2643 ทั้งนี้ เพื่อส่งผลดีต่อสภาพภูมิอากาศโลก วันโอโซนโลกปี 2564 นี้ จึงมีธีมว่า พิธีสารมอนทรีออล ช่วยให้โลกของเราอาหาร และวัคซีนของเราเย็น (Montreal Protocol : Keeping Us, Our Food and Vaccines Cool) ซึ่ง UNEP ได้สนับสนุนการประกวดนี้อย่างเต็มที่
นายเจมส์ เอส เคอร์ลิน (James S. Curlin) หัวหน้าฝ่าย OzonAction แห่ง UNEP กล่าวว่า คำว่า Ozone2Climate สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโอโซนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในด้านต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ โดยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของบทบาทหน้าที่ของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก และภาคประชาชน ในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีทางเลือกที่ปลอดภัย เพื่อที่จะบรรลุ 2 เป้าหมายพร้อมกัน คือ ทั้งการรักษาชั้นโอโซนในบรรยากาศและรักษาสภาพภูมิอากาศโลกที่มนุษย์เราทุกคนอยู่อาศัยร่วมกัน
การตัดสินใจของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ตลาด Ozone2Climate ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นานาประเทศในภูมิภาคจะได้ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดออกแบบศิลปะเพื่อปกป้องชั้นโอโซนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เป็นความท้าทายสำหรับทุกประเทศในการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตื่นตัวและร่วมกันแก้ไขปัญหาในเรื่องของโลกร่วมกัน
นางริกะ โยโรสึ (Ms. Rika Yorozu) หัวหน้าสำนักงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ สำนักงานกรุงเทพฯ กล่าวว่า กิจกรรมการประกวดออกแบบศิลปะเรื่องการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ ระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ถือเป็นโอกาสอันดีในการสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับสันติภาพและการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งเป็นภารกิจหลักของ UNESCO
อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนได้เรียนรู้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ คิดวิเคราะห์และใช้ทักษะการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ โดย UNESCO จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การประกวดนี้ผ่านทางเครือข่ายของหน่วยงานในภูมิภาค พร้อมทั้งได้เชิญชวนให้เยาวขน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุภาพสตรีเข้าร่วมการประกวดดังกล่าว
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการส่งเสริมเยาวชนร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชั้นโอโซนและสภาวะภูมิอากาศ ว่า จากข้อมูลสภาพอากาศทั่วโลกช่วงหลายสิบปี ทางบีบีซี ได้นำมาวิเคราะห์พบว่า โลกในปีนี้มีวันที่อุณหภูมิสูงจัดเกิน 50 อาศาเซลเซียส เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าของ 40 ปีก่อน เดิมช่วงปี 2523-2552 มีวันร้อนจัดเกิน 50 องศาเซลเซียส จำนวน 14 วันต่อปี แต่ระหว่างปี 2553-2562 วันร้อนจัดได้เพิ่มเป็น 26 วันต่อปีแล้ว
ปัจจุบันจะเห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาตินับวันจะรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อย เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า คลื่นความร้อน ซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อมเท่านั้น โดยเฉพาะคลื่นความร้อนยังก่อปัญหาตามมา เช่น โครงสร้างพื้นฐาน อาคารบ้านเรือน ถนน ระบบไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นภาคการศึกษามีส่วนสำคัญยิ่งในการเผยแพร่ความรู้เปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนตั้งแต่ระดับประถม มัธยม ตลอดจนถึงคนรุ่นใหม่ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งเป็นพลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต
ได้เข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาและการมีส่วนร่วมที่จะแก้ไขปัญหาชั้นโอโซน รวมทั้งเน้นย้ำให้เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกนั้นมีผลกระทบต่อเราทุกคน ที่ผ่านมา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ได้มีบทบาทส่งเสริมงานวิจัยพัฒนาและงานกิจกรรมเพื่อความรับผิดชอบต่อสังคม (ESR) โดยมุ่งด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อมโลกเป็นหนึ่งในประเด็นหลัก โดยการผนึกความร่วมมือระหว่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กับสหประชาชาติ จัดโครงการประกวด Asia Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest
จะเดินหน้าพร้อมภาคีพันธมิตรสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อขยายพลังสร้างสรรค์ด้านสิ่งแวดล้อมไปยังเยาวชนทั่วประเทศและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้สถาบันการศึกษาและสถาบันเทคโนโลยีในเอเชีย-แปซิฟิก ได้ตระหนักและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการบริหารของภาครัฐ ตลอดจนช่วยกันชี้นำให้เห็นความสำคัญของความร่วมมือกันในมาตรการแก้ปัญหาชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศโลก ตามพิธีสาร มอนทรีออล และ Kigali Agreement
สำหรับธีมและประเภทของการจัดประกวดออกแบบศิลปะ Asia – Pacific Ozone2Climate Art Contest ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องเชื่อมโยงกับธีมของวันโอโซนโลก 2021 ที่ว่า Montreal Protocol – Keeping Us, Our Food and Vaccines Cool หรือเชื่อมโยงกับความสำเร็จ ปฏิบัติการ หรือประโยชน์ที่ได้รับจากการพิธีสารมอนทรีออล อย่างใดอย่างหนึ่ง การประกวด มี 3 ประเภท คือ
1.ภาพถ่าย (Photography) จากกล้องซึ่งไม่มีการตกแต่งภาพมากนัก 2.ภาพวาด (Drawing) วาดมือ หรือระบายสี หรืองานหัตถกรรม 2 มิติ หรือภาพวาดด้วยดิจิทัล 3.กราฟิกดีไซน์ (Graphic Design) ทั้งนี้สามารถสมัครเป็นบุคคลหรือทีมก็ได้ โดยมี 2 กลุ่มอายุ คือ “เยาวชน” อายุไม่เกิน 15 ปี (นับถึงวันที่ 16 ก.ย. 2564) และ “ทั่วไป” อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
นายอเล็กซ์ เรนเดลล์ นักแสดงชื่อดังและนักทำงานด้านอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ล่าสุดเป็น ทูตสันถวไมตรีของโครงการสิ่งแวดล้อมสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNEP’s National Goodwill Ambassador for Thailand) กล่าวว่า ไลฟ์สไตล์การดำรงชีวิตประจำวันและสิ่งที่เราเลือกนั้นจะมีผลโดยตรงต่อการทำลายชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศโลกที่แปรปรวน
สำหรับประโยชน์ของชั้นโอโซนช่วยดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตบี (UV-B) จากดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมบนโลกนี้ เมื่อเราตื่นมาดื่มน้ำเย็นๆ จากตู้เย็น นั่งพักผ่อนในห้องแอร์เย็นฉ่ำ เราไปซื้ออาหารแช่เย็น/แช่แข็งจากซูเปอร์มาเก็ต เรากำลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี และใช้พลังงานที่ส่งผลกระทบต่อชั้นโอโซนและส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศ
นายอเล็กซ์ กล่าวต่อไปว่า ทำอย่างไรที่ทุกคนจะมีส่วนช่วยชั้นโอโซน…ทำได้ไม่ยาก นั่นคือ เลือกอุปกรณ์ทำความเย็นที่มีคุณภาพและใช้สารเคมีที่เป็นมิตรต่อชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศที่ประหยัดพลังงาน หมั่นดูแลและรักษาตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศให้มีสภาพดีและไม่ให้สารเหล่านี้รั่วไหลออกมา ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนเยาวชนและทุกผู้ที่สนใจ ส่งผลงานเข้าประกวด Asia-Pacific Regional Ozone2Climate Art Contest เพื่อแสดงไอเดียในการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศของโลกเรา
นายศิวกร มณีเฑียร นักศึกษาปีที่ 3 คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คนรุ่นใหม่ผู้มีหัวใจรักษ์โลก เคยได้รางวัลชนะเลิศระดับภูมิภาคและรางวัลชมเชยระดับประเทศในกิจกรรมวันโอโซนสากล กล่าวถึง บทบาทของเยาวชนในการปกป้องชั้นโอโซนและสภาพภูมิอากาศ โดยเปลี่ยนมาใช้สารทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำว่า การรักษาชั้นโอโซนนั้นไม่สามารถทำได้สำเร็จเพียงคนคนเดียว แต่จะต้องอาศัยพลังความร่วมมือของเราทุกคนในการฟื้นฟูโลก…เพื่อให้เราใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
น.ส.อิซาเบล หลุยส์ (Isabelle Louis) รองผู้อำนวยการ UNEP ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวถึง ความเชื่อมโยงของชั้นโอโซนและปัญหาสภาพภูมิอากาศกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดย UNEP ย้ำถึงความสำคัญของเยาวชนที่จะมีส่วนร่วมในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความท้าทายของภาคอุตสาหกรรมเครื่องเย็นและเครื่องปรับอากาศในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญภายใต้พิธีสารมอนทรีออล และได้แสดงความขอบคุณต่อหน่วยอนุรักษ์ชั้นโอโซนของแต่ละประเทศสำหรับการทำงานอย่างทุ่มเทตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ผู้สนใจ ดูรายละเอียดการสมัครและการประกวดได้ที่ : http://www.ozone2climate.org; Email : contact@ozone2climate.org และเปิดรับผลงานระหว่างวันที่ 16 กันยายน 2564- 31 มีนาคม 2565
