#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/603200

วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
“SACIT” สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) มีภารกิจในการสืบสาน สร้างสรรค์ ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการกำหนดยุทธศาสตร์ที่สำคัญอีกหนึ่งด้าน คือ “การพัฒนาผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทย” ทั้งทายาทช่างศิลปหัตถกรรม นักออกแบบคนรุ่นใหม่ ให้มีองค์ความรู้ในการประกอบกิจการ สามารถรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่ตรงใจผู้ซื้อ และจำหน่ายได้ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากล รวมทั้งสนับสนุนการสร้างผู้ประกอบการรายใหม่เพิ่มมากขึ้น
พรพล เอกอรรถพร รักษาการผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมกล่าวว่า การพัฒนาผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทยและผลิตภัณฑ์ในอนาคต SACIT จะมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มทักษะที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันให้แก่ผู้ประกอบการศิลปหัตถกรรมไทย การเน้นคุณค่านวัตกรรมควบคู่งานศิลป์ การสร้างมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อส่งออก การพัฒนาวัสดุในการผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็น สีย้อมธรรมชาติ และเทคนิคอื่นๆ
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจคือ “เครื่องเบญจรงค์” เป็นงานช่างฝีมือไทยชั้นสูง ซึ่งมี หัสยา ปรีชารัตน์ หนึ่งในทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ที่ได้รับการยกย่องจากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) เมื่อปี 2560 ประเภทเครื่องดิน (เครื่องเบญจรงค์) เป็นผู้สืบทอด มรดกภูมิปัญญาแห่งความงดงามและทรงคุณค่าของแผ่นดิน จากบรรพบุรุษ มาสู่คนในยุคปัจจุบัน
หัสยา เปิดเผยว่า มีความตั้งใจที่จะต้องเป็นผู้สืบสานงานเครื่องเบญจรงค์ต่อจากพ่อ จึงศึกษาด้านศิลปะการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างจริงจัง ทั้งการจับคู่สี ทฤษฎีสี และศาสตร์ด้านศิลปะ รูปแบบ และรูปทรงสมัยใหม่ มาปรับประยุกต์พัฒนาเครื่องเบญจรงค์ให้มีความทันสมัยแปลกตา และมีความเรียบหรูมากขึ้น และให้ทุกชิ้นงานนำไปใช้งานได้จริง มีการผสมผสานความทันสมัยบนพื้นฐานความดั้งเดิมเพื่อให้งานเครื่องเบญจรงค์เข้าถึงคนรุ่นใหม่ สามารถนำไปใช้เป็นของฝากของที่ระลึกได้ทุกโอกาส
“ผลงานการพัฒนางานเครื่องเบญจรงค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความภาคภูมิใจของเรานั้น ได้ผสมผสานกับงานศิลาดลได้อย่างลงตัว จึงเกิดเป็นผลงานใหม่ที่ มีชื่อว่าศิลาดลเบญจรงค์ มีการลงสีเบญจรงค์ ประกอบกับเอกลักษณ์ร่องรอยการแตกลายงาแบบศิลาดล ที่ผสมผสานเข้าด้วยกัน รวมทั้งปรับประยุกต์การใช้โทนสีให้เข้ากับยุคสมัย เช่น สีโทนพาสเทล” หัสยา ระบุ
ทายาทช่างศิลปหัตถกรรมผู้นี้ยังกล่าวอีกว่า ขณะที่ลวดลาย ยังคงให้ความสำคัญกับการเป็นศิลปะของงานเครื่องเบญจรงค์ที่สื่อความหมายถึงความเป็นสิริมงคลให้กับผู้รับ เช่น “ช้าง” หมายถึง ความสำเร็จ ความมั่นคง ความสมบูรณ์ “หงส์” หมายถึง ความสุขในชีวิตคู่ที่เต็มไปด้วยความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรือง “ปลา” หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ “เต่า” หมายถึงการมีอายุยืน สุขภาพดี และ “สิงโต” หมายถึงพลังและอำนาจ เป็นต้น
ด้วยพลังแห่งความรักและศรัทธาต่องาน ช่างฝีมือไทย ที่นับวันใกล้จะสูญหายไปแล้ว ทำให้ หัสยา ยังคงมุ่งมั่นอนุรักษ์ สืบสาน ศิลปหัตถกรรมไทยแขนงนี้ พร้อมส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นต่อๆ ไป ให้มีโอกาสได้เรียนรู้มรดกภูมิปัญญาที่มาจากจิตวิญญาณของบรรพบุรุษ สืบไป โดยสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผลงานได้ที่ http://www.sacit.or.th
