#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/602530

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.00 น.
รายการ “เปอร์สเปกทิฟ”สัปดาห์นี้จะพาแฟนรายการเดินทางไปที่สถาบันทางการแพทย์แห่งแรกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย “โรงพยาบาลศิริราช”ตลอดระยะเวลา 133 ปี มีบุคลาการทางการแพทย์มากกว่า 15,000 คน ซึ่งทุกคนมีหัวใจอันเดียวกัน นั่นคือการดูแลผู้ป่วย มากไปกว่านั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันทางการแพทย์แห่งนี้ได้พัฒนาไปมากยิ่งขึ้น อย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้บุคลากรต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งแนวทางการรองรับผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นจะเป็นอย่างไร รวมทั้งทีมบุคลากรต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ในสภาวะวิกฤตแบบนี้! โดย “เปอร์ – สุวิกรม” จะพาไปพูดคุยกับ “รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์”ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ผู้มีอุดมการณ์ในวัยเด็ก ก้าวสู่อาชีพที่สร้างคุณค่าให้แก่ตนเอง และสังคม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ห้ามพลาดชม ในรายการ “เปอร์สเปกทิฟ” คืนวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2564 เวลา 22.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD และFacebook Premiere #PerspectiveTV
โดย “รศ.นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช เปิดใจถึงการทำงานและแนวทางต่าง ๆ “จากความรับผิดชอบและเจตนารมณ์ที่แนวแน่ ในจรรยาบรรณวิชาชีพ พาให้เดินทางมาอยู่ในจุดของการรับผิดชอบงานด้านการบริหารที่ยังคงเกี่ยวเนื่องกับการดูแลผู้ป่วยต่าง ๆ จากเดิมค่อนข้างหนาแน่นอยู่แล้ว ยิ่งหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น ตามแนวคิดของคนศิริราช ที่ทำเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ก่อนสิ่งอื่นใดเสมอ โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันการรับมือกับผู้ป่วยโควิดจนทำให้มีการจัดทำโครงการไอซียูสนามศิริราชร่วมใจ เป็นไอซียูที่สามารถดูแลผู้ป่วยโควิดได้ 20 เตียง ใช้สรรพกำลังของแพทย์และพยาบาล 3 โรงพยาบาลมาร่วมกันดูแล ปรับการรับมือไปตามสถานการณ์เพราะเป็นโรคระบาดใหม่ จากเดิมระลอกที่ 1 เราขาดแคลนความรู้ แต่พอมาระลอกที่ 2 มีองค์ความรู้แต่ขาดแคลนอุปกรณ์ ผ่านระลอกที่ 2 มาได้เพราะเรามีความเชี่ยวชาญในการรักษาคนไข้ที่หนัก ๆ ก้าวสู่ระลอกที่ 3 ปรากฏว่ามีปัญหาใหญ่คือบุคลาการทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ เพราะคนไข้เยอะมากและบุคลากรที่ทำงานมาอย่างหนักป่วยติดเชื้อ หรือกักตัวจนปรับการบริหารจัดการสลับทีม แต่ยังพอรับมือไหวเพราะมีแนวทางตรวจหาเชื้อด้วยวิธี Antigen Test Kit จะทำให้คนไข้สามารถรู้เบื้องต้น ตรวจไม่พบเชื้อก็รอดูอาการระวังกันไป แต่หากพบเชื้อต้องมาตรวจซ้ำที่โรงพยาบาล นำผลนั้นไปยืนยันเพื่อที่จะทำการ Home Isolation และรับยา แม้จะผ่อนแรงไปได้บ้างแต่ก็ปรับตัวกันทุกวันเพราะสถานการณ์แต่ละวันต่างกันไป แต่สิ่งที่จำเป็นและขาดแคลนก็ยังมีอยู่เพราะเราต้องรับมือกันทุกวัน และต้องขอขอบคุณประชาชนทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน ซึ่งในทุก ๆ ปีประชาชนจะมีส่วนร่วมในการบริจาคเนื่องในวันมหิดล เรียกได้ว่า เรานำไปใช้บรรเทาได้จริง ๆ ประชาชนจะได้เห็นว่าเงินทุนเหล่านั้นเป็นส่วนสำคัญในการขยายห้องไอซียู หรือว่าซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน ทำให้เราค้นพบว่า การมีระบบโครงสร้างพื้นฐานที่เตรียมพร้อม มีอุปกรณ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้รอบด้าน ก็จะเป็นฐานสำคัญที่ทำให้เราเผชิญกับเหตุการณ์ทั้งหลาย ได้ไม่น้อย”
014




