#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/604290

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2564, 18.49 น.
วันที่ 23 กันยายน 2564 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2564 โดยมี ดร.อำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา คณะอนุกรรมการ ฯ ผู้แทนองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พันธมิตรหลัก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณวุฒิ วิชาชีพ (องค์การ มหาชน) สภาหอการค้าไทย ภาคผู้ประกอบการ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมผ่านวีดิทัศน์ทางไกล (VDO Conference) ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
น.ส. ตรีนุช กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องเพื่อทราบ ถึงความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2560 เนื่องจากเห็นความสำคัญในการให้มีกรอบคุณวุฒิแห่งชาติขึ้นมาเพื่อพัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้กำลังคน จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และมีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด ในวันนี้ คณะกรรมการฯ ได้รับทราบความก้าวหน้า ซึ่งตนจะนำความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอยโดยเร็วที่สุด รวมถึงจะได้นำข้อเสนอการจัดตั้งสำนักกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และ (ร่าง) ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติแล้ววันนี้ เพื่อให้นำเข้าพิจารณาใน ครม.เพื่อให้มีความสมบูรณ์สามารถนำมาใช้ได้
รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ในการขับเคลื่อนงานกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ทางสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร. กระทรวงแรงงาน และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) (สคช.) ได้เชื่อมโยงหลักสูตรตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติใน 8 สาขาอาชีพที่เป็นความจำเป็นเร่งด่วน ใน 8 สถานศึกษาที่ได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์บริหารเครือข่ายการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา (Center of Vocational Manpower Networking Management: CVM) เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการจัดการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)ให้สอดคล้องและยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามหลักการของกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และจะขยายเพิ่มเป็น 42 สาขาอาชีพ ใน 120 สถานศึกษาอาชีวศึกษา
รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังขยายผลการเทียบโอนหน่วยการเรียนรู้ (Credit Bank ) จากมาตรฐานอาชีพเต็มรูปแบบขึ้น มีการทำการฝึกอบรม มีการขยายโอกาส และให้มีการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ก่อนให้สามารถนำประสบการณ์นั้นมาเทียบโอนต่อยอดการศึกษาได้โดยที่ไม่ต้องเริ่มเรียนใหม่ได้ เพื่อทำให้ผู้เรียนมีสมรรถนะและสามารถตอบโจทย์ในการพัฒนากำลังคน รวมถึงมีการยกระดับคุณค่าความเชี่ยวชาญของคนในตลาดแรงงาน และมีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้วย” รมว.ศธ. กล่าว และว่า
ทั้งนี้ ยังได้มีการจัดทำต้นแบบการขึ้นทะเบียนหลักสูตรที่สอดคล้องและยึดโยงกับมาตรฐานอาชีพตามกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ และขยายผลไปยังสถานศึกษาที่ เป็นศูนย์ CVMและศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent



