ทำไมยิ่งลดนํ้าหนักถึงยิ่งอ้วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/609661

ทำไมยิ่งลดนํ้าหนักถึงยิ่งอ้วน

วันอังคาร ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หลายคนที่กำลังลดน้ำหนักอาจจะยังสงสัยว่าทำไมยิ่งลดน้ำหนักถึงยิ่งอ้วน แพทย์หญิงน้ำทิพย์ พันธ์ทิพทวีสูตินรีแพทย์ และ American Board ofAnti-Aging Medicine จากคลินิกแอดไลฟ์ จะมาไขข้อสงสัยนี้กัน

ก่อนอื่นต้องกล่าวถึงอุปสรรคที่ทำให้อ้วนคือ ความหิว และปัจจัยที่ทำให้เกิดความหิว คือฮอร์โมนควบคุมความหิว หรือที่เรียกว่า “Hunger Hormone” มีทั้งหมด 3 ตัวดังนี้

1.ฮอร์โมนเลปติน (Leptin hormone) เป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่ม จะถูกสร้างจากเซลล์ไขมันและถูกกระตุ้นไปสมองทำให้อิ่มยิ่งมีไขมันเยอะก็จะมีเลปตินที่เยอะในทางตรงกันข้ามในภาวะที่มีเลปตินสูงก็จะทำให้เกิดภาวะดื้อเลปติน ทำให้เลปตินทำงานไม่ได้ เมื่อเลปตินสร้างสารไปกระตุ้นที่สมองจึงทำให้สมองไม่รู้สึกอิ่ม จะพบว่าในคนอ้วนจะมีเลปตินสูงกว่าคนผอมถึง 318 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะทำให้ไม่รู้สึกอิ่ม และสามารถรับประทานอาหารได้เรื่อยๆ คล้ายกับคนที่เป็นโรคเบาหวานจะมีการดื้ออินซูลิน

2.ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin hormone)เป็นฮอร์โมนที่ทำงานตรงกันข้ามกับเลปติน เป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกหิวสร้างมาจากกระเพาะอาหาร เมื่อกระเพาะว่างจะส่งสัญญาณไปที่สมองทำให้รู้สึกหิวและรับประทานอาหาร ในคนอ้วนพบว่าเกรลินจะต่ำลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์กว่าในคนผอม จึงทำให้รับประทานอาหารเข้าไปเยอะ อย่างไรก็ตาม คนอ้วนก็ยังรับประทานอาหารเยอะ เนื่องจากการทำงานของเลปตินและเกรลินทำงานไม่สมดุลกัน เมื่อมีภาวะดื้อเลปตินจึงไม่รู้สึกอิ่มและทำให้ยิ่งรับประทานอาหารเข้าไป

3.ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol hormone) หลายท่านอาจจะเคยรู้สึกว่ายิ่งเครียด ยิ่งรับประทานอาหารเยอะเนื่องมาจากการหลั่งของฮอร์โมนคอร์ติซอลเป็นกลไกป้องกันตนเอง (Defense mechanism) ทำให้ร่างกายเรา ต้องการพลังงานเพื่อต่อสู้กับความเครียด เมื่อรับประทานอาหารเข้าไปสมองก็จะรู้สึกผ่อนคลาย มีการหลั่งสารหลั่งออกมาเพื่อสู้กับความเครียดอีกทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นเมื่อเราเครียดก็จะยิ่งรับประทานอาหารเยอะ อีกทั้งยังพบว่าเมื่อคอร์ติซอลสูงยังทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงและเป็นสาเหตุของเส้นเลือดสมองและเส้นเลือดที่หัวใจตีบตันได้

ปัจจัยที่ทำให้ฮอร์โมนทั้ง 3 ตัวที่กล่าวมาไม่สมดุลทำให้เกิดความรู้สึกหิวและทำให้เราอ้วนมีดังนี้ 1.การอดอาหารหรือการรับประทานอาหารน้อย จากงานวิจัยกล่าวว่า การรับประทานอาหารที่น้อยกว่า 800 กิโลแคลอรี่ต่อวัน (Very low calories diet) พบว่าฮอร์โมนเลปตินลดลง 40 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ฮอร์โมนเกรลินสูงขึ้นด้วย ทำให้รู้สึกหิวและเกิดภาวะโยโย่ (Yoyo Effect) ตามมา ยิ่งไปกว่านั้นการอดอาหารหรือการรับประทานอาหารน้อยจะทำให้ร่างกายเสียสุขภาพ ได้แก่ หน้ามืด เป็นลม ภาวะโลหิตจาง กระดูกบาง มีสมาธิในการเรียนหรือในการทำงานลดลง เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักที่ถูกวิธี ไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการเลือกรับประทานอาหารให้ถูกวิธีและปริมาณที่เหมาะสม การลดน้ำหนักที่ถูกต้องคือการลดไขมัน โดยไม่ทำให้กล้ามเนื้อสลายหรือกระดูกบางลง จากงานวิจัยพบว่า ไม่ควรลดน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมต่อเดือน เพราะจะทำให้ส่งผลเสียต่อร่างกาย อีกทั้งร่างกายมนุษย์มีกลไกป้องกันตนเอง ยิ่งเราอดอาหารมากขึ้นเท่าไร ระบบการเผาผลาญเรายิ่งต่ำลง ทำให้เราอ้วนง่ายขึ้น

2.การอดนอน จากงานวิจัยพบว่าถ้าเรานอนน้อยกว่า 8 ชั่วโมง ระดับเลปตินจะลดลงถึง 16เปอร์เซ็นต์ ถ้านอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงระดับเกรลินก็จะเพิ่มขึ้นถึง 32 เปอร์เซ็นต์ถ้าอดนอน 1 วัน คอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดก็จะสูงขึ้นถึง 37 เปอร์เซ็นต์ดังนั้นการอดนอนจึงเป็นการเพิ่มฮอร์โมนหิวลดฮอร์โมนอิ่ม ทำให้ยิ่งรับประทานอาหารเยอะ อีกทั้งฮอร์โมนเครียดที่สูงขึ้นเยอะจะทำให้แก่อีกด้วย ดังนั้นจึงควรนอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 7 ถึง 8 ชั่วโมง เพื่อเป็นการควบคุมให้ระดับฮอร์โมนมีความสมดุล

3.ความเครียด เมื่อมีความเครียดฮอร์โมนคอร์ติซอลจะสูงขึ้นและทำให้เกิดภาวะดื้อเลปตินตามมา ทำให้เรายิ่งหิว หมอมีวิธีแนะนำที่จะช่วยลดการรับประทานเมื่อเกิดภาวะเครียด มีอยู่ทั้งหมด 4 วิธี คือ 1.ทำจิตใจให้สงบ เช่น สวดมนต์ เล่นโยคะ ฝึกลมหายใจให้ผ่อนคลาย 2. นอนหลับให้เพียงพอ 3.ห้ามทานขนมเมื่อรู้สึกเครียด อาจจะหาเป็นกาแฟดำหรือน้ำชา รับประทานแทน 4.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เมื่อทำได้ทั้งหมด 4 ข้อ ก็จะทำให้ระดับความเครียดลดลง ทำให้ไม่หิว

อย่างไรก็ตาม ใครที่กำลังลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกายแล้วน้ำหนักยังไม่ลง ให้นึกถึงปัจจัยของการมีระบบเผาผลาญที่ต่ำลงหรือฮอร์โมนไม่สมดุล ถ้ามีปัญหาเหล่านี้สามารถเข้ามาปรึกษาที่คลินิกแอดไลฟ์ อาคารคิวเฮ้าส์ลุมพินี โทร.02-677707-8

Leave a comment