#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/610868

วันอาทิตย์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 06.15 น.
ชุมชนบ้านโคกเมือง
อย่างที่เคยเล่าไว้แล้วว่าชุมชนทั่วประเทศนั้นต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตนที่น่าสนใจเกือบทุกแห่งจะแตกต่างกันก็ตรงวิธีการของความร่วมมือร่วมใจตามหลัก “บวร” จนเป็นชุมชนคุณธรรมให้น่าเที่ยวน่ายล อาทิตย์นี้ยังเดินทางตามรอยชุมชนคุณธรรมไปกับ ดร.ยุพา วัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมในการเปิดชุมชนต้นแบบ คือ ชุมชนบ้านโคกเมืองเป็นชุมชนใหญ่ที่มีถึง ๔ หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙หมู่ที่ ๑๕ และหมู่ที่ ๑๘ จุดเด่นของชุมชนคือเป็นชุมชนเก่าดั้งเดิมที่มีโบราณสถานอายุกว่า๑,๔๐๐ ปี ชุมชนนี้มีราษฎรอพยพจากตำบลตาจงอำเภอละหานทราย จากเสียมเรียบ ศรีโสภณ ในกัมพูชา จากศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี มารวมกันอยู่ในพื้นที่เคยมีความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรมมาก่อน กล่าวคือ ชุมชนนี้อยู่ติดกับปราสาทเมืองต่ำ ศาสนสถานศิลปะขอมแบบบาปวน สร้างเมื่อราว พ.ศ.๑๕๕๑-๑๖๓๐ ชุมชนแห่งใหม่เริ่มแรกเป็นชุมชนเล็กๆ ขึ้นอยู่กับหมู่ที่ ๓บ้านบัว เมื่อมีผู้คนมาอยู่มากขึ้นจึงแยกหมู่บ้านตามลำดับถึง ๔ หมู่บ้าน อาชีพราษฎรส่วนใหญ่ทำนาและเกษตรผสมผสาน ยามว่างจากการทำนาก็รวมกลุ่มกันสร้างอาชีพ มีกลุ่มพ่อบ้านทำการเกษตรพอเพียง กลุ่มแม่บ้านทอผ้าไหม และกลุ่มแม่บ้านทอเสื่อกก และอื่นๆ เพื่อผลิตงานให้เป็นสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังโบราณสถาน ในชุมชน ในไม่ช้าก็ขยายกิจการให้เป็นสินค้าของที่ระลึกและสินค้าราคาถูก ด้วยเหตุที่ราษฎรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงมีประเพณีพื้นบ้านจัดพิธีบวงสรวงเทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในปราสาทเมืองต่ำในวันที่ ๒-๔ เดือนเมษายนของทุกปี

การแต่งกายจากปราสาทเมืองต่ำ
ความสำเร็จของชุมชนบ้านโคกเมืองนั้นทำให้ชุมชนได้รับรางวัลการประกวดหมู่บ้าน OVC (OTOP VILLAGE CHAMPION) ปี ๒๕๕๐ รางวัล หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ปี ๒๕๕๑ รางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ปี ๒๕๕๑ และได้รับมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย จนบริการการท่องเที่ยวในชุมชนได้หลายรูปแบบ เช่น การทัศนศึกษาเรียนรู้จากโบราณสถาน การปั่นจักรยานชมวิถีชุมชน การเดินป่าที่เขาปลายบัด การปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิวิปัสสนากรรมฐานที่วัดป่า การศึกษาทดลองทำแปลงปลูกผัก ทำนา สวนเกษตรอินทรีย์ การฝึกหัดทอเสื่อกก ทอผ้าไหม การเรียนรู้จากวิถีชีวิตของชุมชน ใส่บาตรยามเช้า ชมตลาดเช้า-เย็น การฝึกทำ
อาหารพื้นบ้าน การร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญ การแสดงดนตรีพื้นบ้าน และซื้อ-ชมสินค้า OTOP เช่น เสื่อกกยกลายปราสาทเมืองต่ำ ผ้าไหมจากกลุ่มบารายไหมไทย การใช้ดินจากบารายพันปีย้อมสีผ้าเป็นต้น โดยเฉพาะการทอผ้าไหมมีลายผักกูดเป็นลายเฉพาะสำหรับเป็นสินค้าที่ระลึกจากชุมชนจนทำให้ ปี ๒๕๔๙ นั้นได้รับรางวัลการประกวดหมู่บ้าน OVC (OTOP VILLAGE CHAMPION)ส่วนอาหารตำรับพื้นบ้านนั้นนอกจากมีกุ้งจ่อมแจ่วบอง ข้าวจี่ แล้วยังมีการศึกษาวิจัยชาติพันธุ์ในชุมชนบ้านโคกเมืองซึ่งพบว่ามีชาวไทยกุย ไทยลาว ไทยโคราช และไทยเขมรต่างอาศัยอยู่ร่วมกัน จึงมีเมนูอาหารพื้นถิ่นเชื่อมโยงระหว่างหมู่บ้านจนมีการจัดเป็นสำรับอาหารพื้นถิ่น ๕ เมนู ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาพักในหมู่บ้าน ได้แก่ ต้มไก่ใส่ใบมะขามอ่อนผัดกุ้งจ่อมทรงเครื่อง น้ำพริกนายฮ้อย ข้าวแตนหน้ากุ้งกะฉีก ตำไก่ใส่มะม่วง ซึ่งได้รับการชื่นชมจากแขกเยือนเป็นอย่างดี ทำให้สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนยลวิถี อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเที่ยวชมโบราณสถานสำคัญคือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เทวสถานลัทธิไศวะที่พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ ๒ กษัตริย์แห่งพระนคร (พ.ศ.๑๔๘๗-๑๕๑๑)ได้สร้างเทวสถานถวายพระศิวะขึ้นบนเขาพนมรุ้ง ต่อมาพระเจ้าชัยวรมันที่ ๕ (พ.ศ.๑๕๑๑-๑๕๔๔) ได้อุทิศที่ดินและข้าทาสถวายเทวสถานพนมรุ้ง และพุทธศตวรรษที่ ๑๗ นเรนทราทิตย์ เจ้านายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระซึ่งเป็นต้นตระกูลของพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างนครวัดนั้นได้สร้างปราสาทขึ้นและทรงบำเพ็ญพรตเป็นโยคีอยู่ปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้ หลังสุดพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ได้นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายานจึงเปลี่ยนเทวสถานเป็นพุทธสถานมหายานในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ปราสาทหินพนมรุ้งแห่งนี้สร้างจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง ๑,๓๓๐ ฟุต จากระดับน้ำทะเล มี ทับหลังนารายณ์บรรทมสินธ์ ที่รู้จักกันดี และมีปรากฏการณ์อัศจรรย์คือ ดวงอาทิตย์ลอดประตู ๑๕ ช่อง ให้เห็น
ในวันสำคัญ จึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสนใจมาเฝ้าชมกันมากในวันนั้น
ดวงอาทิตย์ลอดช่องประตูปราสาท
ปราสาทเมืองต่ำ
ดินพันปีจากบาราย
ผ้าย้อมดินพันปี
ปราชญ์ฮีต ๑๒ ของบ้านโคกเมือง
ผ้าทอจากบ้านโคกเมือง
ปราสาทพนมรุ้ง
กลุ่มสตรีทอเสื่อ
มัคคุเทศก์น้อยนำชมปราสาทเมืองต่ำ
พิธีเปิดชุมชนคุณธรรมบ้านโคกเมือง
พิธีบายศรีสู่ขวัญจากปราชญ์ท้องถิ่น